ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อ๊ะ.... อีกหนึ่งปาก
    .
    มันก็เป็นแบบนี้แหละ ... นี่ก็หนึ่งปากแมว ... ลอยมาเลย

    https://www.facebook.com/share/r/1EjmQuvwtC/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.5 MB
      เปิดดู:
      23
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คดีเจี๋ยว่อรุ่ยจิวเวลรี่ในเซินเจิ้นแตก นักลงทุนถูกเชิดเงินหนีมูลค่าหลักร้อยล้านหยวน หลังบริษัทรับฝากเงินและบริหารลงทุนแล้วไม่จ่ายคืน ผู้เสียหายรวมตัวทวงสิทธิ แต่ถูกกดดันสลายกลุ่ม ความเชื่อมั่นตลาดอัญมณีสุ่ยเป่ยสั่นคลอน

    https://www.facebook.com/share/p/1K9S8AJz46/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • Q.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.8 MB
      เปิดดู:
      22
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความผิดพลาดเล็กๆ สู่กำเนิดเครื่องกระตุ้นหัวใจ
    ตัวต้านทานเซรามิกเพียงชิ้นเดียว ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าเมล็ดข้าว ทำให้วงจรพัง มันเป็นชิ้นส่วนที่ผิด ตามกฎทุกข้อของวิศวกรรมไฟฟ้า อุปกรณ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานชิ้นนั้นถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

    มันควรจะเป็นเครื่องบันทึกเสียง วิศวกรคนหนึ่งชื่อ วิลสัน เกรตแบตช์ กำลังพยายามสร้างเครื่องที่สามารถฟังเสียงหัวใจของมนุษย์ได้ เขาล้วงมือเข้าไปในกล่องอะไหล่ บางทีสายตาอาจล้าจากแสงสลัว แล้วหยิบตัวต้านทานที่มีแถบสีผิดออกมา

    เขาบัดกรีมันเข้าที่ ปิดผนึกจุดเชื่อมต่อ แล้วเปิดสวิตช์

    เครื่องไม่บันทึกเสียง
    ไม่มีเสียงซ่า
    แต่มันกลับเริ่ม “พูด”

    ติ๊บ… เงียบ
    ติ๊บ… เงียบ

    ชีพจรยาว 1.8 มิลลิวินาที ความเงียบยาวหนึ่งวินาทีพอดี เกรตแบตช์จ้องไปที่ออสซิลโลสโคป เห็นเส้นสีเขียวพุ่งขึ้นแล้วตกลง เขาไม่ใช่แพทย์ เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่ชอบประดิษฐ์ของเล่นในโรงนาเล็ก ๆ หลังบ้าน แต่เขารู้จักจังหวะ

    เขาเริ่มเข้าใจว่าเครื่องนี้ไม่ได้ “ฟัง”
    มันกำลัง “สั่ง”

    ความผิดพลาดนั้นเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจมนุษย์อย่างแม่นยำ

    ปี 1956 ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก เกรตแบตช์ทำงานอยู่ในฟาร์มศึกษาพฤติกรรมสัตว์ คอยซ่อมเครื่องมือและสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ เขาเป็นคนธรรมดา มีสวน มีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู ไม่มีปริญญาแพทย์ และไม่มีเงินทุนสนับสนุน

    แต่เขาเคยเห็นทางเลือกอื่นมาแล้ว

    ในเวลานั้น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดบล็อก ถือเป็นคำพิพากษาประหารชีวิต วิธีเดียวที่จะประคองชีวิตผู้ป่วยได้คือการใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจภายนอก ขนาดใหญ่เท่าโทรทัศน์ เสียบปลั๊กกับผนัง ไฟฟ้าต้องช็อกผ่านผิวหนังเข้าไปที่หน้าอก ทิ้งรอยไหม้และความเจ็บปวดแสนสาหัส

    ที่แย่กว่านั้น ผู้ป่วยต้องถูกผูกติดกับผนัง ออกไปไหนไม่ได้ และถ้าพายุฤดูร้อนทำให้ไฟดับ เครื่องก็หยุด หัวใจก็หยุด ผู้ป่วยก็ตาย

    เกรตแบตช์มองวงจรที่เกิดจากความบังเอิญนั้น มันเล็กพอจะถือไว้ในมือ เขาเริ่มคิดว่า ถ้าเขาย่อแบตเตอรี่ให้เล็กลง และปิดผนึกทั้งชุดให้ดี มันไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องบนรถเข็นเลย มันสามารถอยู่ “ในร่างกาย” ได้

    ความแน่วแน่เย็นเยียบค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจเขา เขารู้ว่าเขาเจอคำตอบแล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่าจะไม่มีใครเชื่อเขา

    ในทศวรรษ 1950 กฎของวงการแพทย์นั้นชัดเจนเด็ดขาด อิเล็กทรอนิกส์ห้ามเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์ เหตุผลนั้นสมเหตุสมผลและถูกปกป้องอย่างแข็งกร้าว ร่างกายมนุษย์เป็นสภาพแวดล้อมที่เค็ม เปียก และกัดกร่อน โลหะจะผุพังภายในไม่กี่สัปดาห์ ร่างกายจะต่อต้านสิ่งแปลกปลอมอย่างรุนแรง

    ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ในยุคนั้นเป็นพิษ การใส่แหล่งพลังงานเคมีเข้าไปในช่องอกถูกมองว่าเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือถึงขั้นฆ่าคน มาตรฐานการรักษาคือเครื่องภายนอก แม้มันโหดร้าย แต่มันเป็นสิ่งที่คุ้นเคย การเสนอให้ผ่าคนแล้วทิ้งเครื่องจักรไว้ข้างในถูกมองว่าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์บ้าบิ่น

    กฎนี้ปกป้องผู้ป่วยจากหมอเถื่อน และมันใช้ได้ผล
    จนกระทั่งเจอกับวิลสัน เกรตแบตช์

    เขากลับบ้าน เปิดดูบัญชีเงินเก็บ เขามีเงิน 2,000 ดอลลาร์ เงินจำนวนนี้ในบางที่ซื้อบ้านได้ หรือเลี้ยงครอบครัวได้เป็นปี มันคือเส้นชีวิตของเขา

    เขาไม่เรียกประชุม
    ไม่ยื่นขอทุน
    เขาเดินออกไปที่โรงนา เคลียร์พื้นที่บนโต๊ะทำงาน หยิบเงิน 2,000 ดอลลาร์นั้นมา และบอกครอบครัวว่าพวกเขาต้องปลูกผักกินเองเพื่อประหยัดเงิน

    เขาลาออกจากงาน
    เส้นชีวิตถูกตัด

    สองปีต่อมา โรงนากลายเป็นโลกทั้งใบของเขา การต่อสู้นั้นเงียบและซ้ำซาก ปัญหาไม่ได้มีแค่วงจร แต่คือการห่อหุ้ม จะซ่อนเครื่องจักรจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างไร

    เขาลองพันด้วยเทปไฟฟ้า ของเหลวในร่างกายซึมเข้าไป
    เขาลองหล่อด้วยเรซิน เรซินแตกร้าว
    ความล้มเหลวทุกครั้งหมายถึงเงินที่หายไป และเงิน 2,000 ดอลลาร์ก็ร่อยหรอลงเหมือนน้ำ

    แพทย์หัวเราะเยาะเขา
    วิศวกรชี้ว่าแบตเตอรี่ย่อมหมดวันหนึ่ง
    “แล้วคุณก็ต้องผ่าคนไข้อีกครั้ง วิลสัน” พวกเขาบอก “มันเสี่ยงเกินไป”

    เขายังคงบัดกรี กลิ่นยางสนไหม้และดีบุกหลอมละลายอบอวลในโรงนา เขาทำงานตลอดฤดูหนาว ใช้เตาไม้ให้ความร้อน เขาปรับวงจรให้ใช้พลังงานน้อยลง เขาพบแบตเตอรี่ปรอทรูปแบบใหม่ และเขาพบศัลยแพทย์คนหนึ่ง ดร.วิลเลียม ชาร์แด็ก ผู้สิ้นหวังพอจะรับฟัง

    พวกเขาทดสอบอุปกรณ์กับสุนัข มันทำงานได้สี่ชั่วโมง ก่อนที่ของเหลวในร่างกายจะทำให้ลัดวงจร

    เกรตแบตช์ไม่หยุด เขาหาวิธีหล่ออุปกรณ์ด้วยอีพ็อกซีชนิดพิเศษที่ใช้กับเรือ เขาลองใหม่ คราวนี้มันทำงานได้หลายวัน แล้วก็หลายสัปดาห์

    แรงกดดันจากวงการแพทย์ยังคงอยู่ พวกเขาโต้แย้งว่าถ้าเครื่องล้มเหลว แพทย์จะกลายเป็นฆาตกร เกรตแบตช์ตอบกลับว่า หากไม่มีเครื่องนี้ คนไข้ก็ตายอยู่แล้ว

    ปี 1960 ทฤษฎีต้องเผชิญความจริง ชายวัย 77 ปีคนหนึ่งกำลังจะตายจากภาวะหัวใจบล็อกสมบูรณ์ หัวใจเต้นช้ามากจนสมองขาดออกซิเจน เครื่องภายนอกช่วยเขาไม่ได้แล้ว ไม่มีทางเลือกอื่น

    เกรตแบตช์ส่งมอบอุปกรณ์ของเขา มันดูเหมือนลูกฮอกกี้ห่อด้วยพลาสติก

    ศัลยแพทย์ผ่าเปิดหน้าอก เย็บสายไฟเข้ากับกล้ามเนื้อหัวใจ ซ่อนอุปกรณ์ไว้ในช่องท้อง แล้วเย็บปิด

    ห้องผ่าตัดเงียบสนิท
    ทุกคนรอจังหวะ

    ตุบ-ตับ

    เครื่องภายนอกถูกปิด
    สายไฟถูกถอดออกจากผนัง

    หัวใจของชายคนนั้นยังคงเต้นต่อไป

    เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เครื่องจักรที่อยู่ภายในร่างกายมนุษย์ทั้งหมดกำลังค้ำจุนชีวิตคนคนหนึ่ง ผู้ป่วยไม่ตายในวันนั้น เขามีชีวิตอยู่อีก 18 เดือน และเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจ

    ตัวต้านทานที่ใส่ผิดชิ้นนั้น กลายเป็นเครื่องกระตุ้นหัวใจฝังในร่างกาย

    ไม่กี่ปีต่อมา แนวคิดที่เคยถูกมองว่า “บ้าบิ่น” กลายเป็นมาตรฐานทองคำ อุปกรณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจะฆ่าคน เริ่มช่วยชีวิตผู้คนหลายแสน เกรตแบตช์ยังไม่หยุด เขาใช้เวลาทศวรรษต่อมาคิดค้นแบตเตอรี่ลิเทียมที่ทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้นานเป็นปีแทนที่จะเป็นเดือน

    เขาไม่เคยตั้งใจจะเป็นเจ้าพ่อวงการแพทย์ เขาถือสิทธิบัตร แต่เลือกอนุญาตให้ใช้ในรูปแบบที่ทำให้เทคโนโลยีแพร่กระจายได้รวดเร็ว เขาเป็นเพียงวิศวกรที่แก้ปัญหา

    วันนี้ ผู้คนนับล้านเดินอยู่บนโลกนี้ พร้อมอุปกรณ์เล็ก ๆ ในหน้าอกที่คอยกำหนดจังหวะชีวิต เพราะวิศวกรคนหนึ่งในโรงนา หยิบชิ้นส่วนผิด ฟังเสียงหนึ่ง และไม่ยอมเพิกเฉยมัน

    เจาะเวลาหาอดีต
    แหล่งข้อมูล: หอจดหมายเหตุ The New York Times (2011), Smithsonian Magazine (ประวัติเครื่องกระตุ้นหัวใจ), National Inventors Hall of Fame

    https://www.facebook.com/share/p/1AW9xCt76X/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รอร้องนาชาติไม่ไหว กัมพูชาจัดประชุมใหญ่ เฟ้นหาพื้นที่ให้ผู้อพยพราวหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นคน ที่ยังไม่สามารถกลับไปยังพื้นที่เดิมได้

    โดยส่วนใหญ่พื้นที่ถูกไทยยึดคืนตามสิทธิ์ ส่งผลให้กัมพูชาร้องเรียนและประท้วงเรื่อยมา ล่าสุดจากปัญหาที่รอไม่ได้ เพราะผู้อพยพไม่มีที่อยู่กับกว่าแสนคน

    จึงมีการประชุมใหญ่เพื่อตัดสินใจโดยเล็งพื้นที่ที่ดินของ 5 จังหวัด ได้แก่ บัตตัมบอง บันเตียเมียนชัย ปูร์ซัต อุดดาร์เมียนชัย และพระวิหาร ในการก่อสร้างบ้านพักชั่วคราวเพื่ออยู่อาศัย จนกว่าจะสามารถเรียกร้องพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นของกัมพูชาได้สําเร็จในอนาคต

    โดยในการประชุมนี้ยังไม่ได้กําหนด งบประมาณที่ใช้ โดยคาดว่ารัฐบาลจะ ออกเงินครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งนึงจะขอสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานนานาชาติ และยังคงจะทําเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานนานาชาติต่อจนกว่าจะประสบความสําเร็จ

    https://kbn.news/archives/375139

    https://www.facebook.com/share/1BxrVmHAxU/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [​IMG]

    #นักประวัติศาสตร์เขมรออกมาให้ข้อมูลว่า... "เสียมไม่เคยมีมาก่อนในแผนที่โลก"... เขตนี้ทั้งหมดคืออาณาจักรขอมที่ยิ่งใหญ่และควบคุมทั้งหมดในแถบสุวรรณภูมินี้... เสียมพึ่งเกิดไม่กี่ปีและไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเองมาก่อนเลย..
    #ดังนั้นกัมพูชามีสิทธิยึดครองพื้นที่ทั้งหมดและจะเร่งผลักดัน"เสียม"ออกจากออกจากพื้นที่แถบสุวรรณภูมิให้หมด

    ttps://www.facebook.com/photo/?fbid=4019803121644706&set=a.1381160125509032



    Cr. Saksarit Ounjai
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรทำไวจัดเมื่อวานก่อนบังเกอร์ ติดถนนวันนี้ด้านหลังขุดคู่เรทแบบยุทธวิธีซ้อนอีกชั้น ตามภาพจะซิกแซกไปมาถือว่าทําดีเปะ ระยะทางที่ทำบังเกอร์และคูเลทคาดว่าต่อเนื่องไปหลายกิโล อันนี้เป็นการเรียนรู้บทเรียนของทหารเขมร คือการเชื่อมต่อและส่งกําลังแต่ละบังเกอร์ รอบที่แล้วยังไม่ดีนัก รอบนี้มีการขุดคูเลตไว้ด้านหลังและปีนขึ้นมาเข้าบังเกอร์ได้หนีได้เติมของได้สบายๆ ตอนนี้เขมรก็เร่งทํา ผมก็เร่งทํา เช่นกัน

    FB_IMG_1769595223123.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1C6FRDtjnn/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขื่อนดักตะกอนน้ำลดตอ(แหล)ผุด เขมรขุดดินเพียงถึงระดับผิวน้ำหรือต่ำกว่าผิวน้ำลงไปนิดเดียว พอน้ำลดคันเขื่อนก็โผล่ให้เห็น

    ตอนนี้เขมรกำลังทำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทะเลแหวกเกาะกง

    เวลาน้ำขึ้นเป็นเกาะ
    เวลาน้ำลดจะเป็นทะเลแหวกครับ 555

    จริงๆมีคนสอบถามผมมามากให้ตามเรื่องเขื่อนดักตะกอนที่เกาะกง แต่ผมเองก็ไม่ได้อยากตาม เอาจริงๆนะ
    ข้อแรกตอบตามตรง ผมชอบศึกษาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2 มากกว่าของ ทร.

    ข้อสองพี่วาสนาเคยออกข่าวบอกว่าให้เงียบๆก่อนเดี๋ยวทหารเรือมีวิธีจัดการ ผมเลยปล่อยให้เป็นหน้าที่ทหารไม่ได้ออกมาพูดอะไร

    คนในเพจอยากรู้กันและถามแต่เรื่องนี้มาตลอด คือโพสต์ในที่ผมโพสต์ไปจะมีคอมเม้นท์สองคอมเม้นท์ถามถึงเรื่องนี้

    ไหนๆก็ไหนๆเลยเปิดเรื่องนี้ให้คนไทยได้ทราบข้อเท็จจริง ว่าปัจจุบันสถานะมันคืออะไร

    เข้าเรื่อง
    ภาพที่เราเห็นกันว่ากัมพูชาใช้รถ Backhoe ขุดเขื่อนดักตะกอน จากบริเวณกลางเขื่อนเข้าหาชายฝั่ง จนหลายคนคิดว่ามันคงเป็นเกาะ

    แต่จริงๆแล้วเขมรขุดจากยอดบนสุดของเขื่อนลงไปเรื่อยๆ ขุดจนถึงระดับที่ลึกกว่าระดับน้ำทะเลเล็กน้อยเท่านั้น

    และหากดูจากภาพแรกจากสำนักข่าว ตราดโพสต์ นิวส์ ท่านอาจจะว่าเมื่อน้ำลดส่วนที่เป็นเขื่อนดักตะกอนมันก็ยังโผล่ขึ้นมา ภาพถ่ายข้างๆอาจจะไม่ชัด ผมเลยจัดเอาภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่หลังหยุดยิงจนมาถึงวันที่ 27 มกราคม 2026 มาให้ดู

    ภาพที่ 2
    28 ธันวาคม 2025
    จะเห็นได้ว่าเขื่อนดักตะก่อน มีกิจกรรมเริ่มการขุด โดยในภาพเราจะเห็นตะกอนดินสีน้ำตาลเป็นริ้วออกไปตามกระแสคลื่นของน้ำทะเล

    12 มกราคม 2025
    จะเห็นได้ว่าเขื่อนดักตะกอนถูกขุดไปก็จริง แต่อย่างที่ผมบอก มันขุดแค่จุดที่ต่ำกว่าผิวน้ำเล็กน้อย ภาพจะชัดขึ้นหากดูในภาพคู่ที่เป็นสีแดงๆเหลืองๆ ภาพนี้เรียกว่า
    ดัชนีทางพืชพรรณ (Vegetation Index) หมายความว่า ถ้าภาพเป็นสีเขียวนั่นคือเป็นต้นไม้หรือหญ้า ส่วนสีน้ำเงินจะเป็นผืนน้ำ ส่วนที่เป็นดิน ถนน หรือสิ่งปลูกสร้างก็จะออกมาทางสีเหลือง ส้มแดง ดำ

    จะเห็นได้ว่าภาพในวันนี้พื้นที่เขื่อนในวงสีแดงไม่มีหญ้าครับ มีแค่สีเหลืองผสมกับสีน้ำเงินนั่นคือดินที่อยู่ใกล้กับระดับผิวน้ำ น้ำทะเล (น้ำอาจจะท่วมผิวดินไม่มากจึงสีออกมาแบบนี้)

    ภาพวันที่ 27 มกราคม 2026 ก็ออกมาลักษณะเดียวกัน

    จากสองหลักฐานคือ ภาพจากสำนักข่าวและภาพถ่ายดาวเทียม ก็เท่ากับว่า น้ำลดตอ(แหล)ผุด เขมรตอแหลไม่ได้ทำอย่างที่เราเข้าใจกัน เป็นปาหี่ ทำพอลูบหน้าปะจมูก ขอไปที

    แค่เข้าใจว่าเขมรขุดรื้อเขื่อนไปแล้วมันจะกลายเป็นเกาะคนไทยยังรู้สึกแย่แล้ว แต่นี่ขุดไปกลายเป็นเกาะและทะเลแหวกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเกาะกงมันคือตลกร้าย 5555

    ผมไม่ขอพูดถึงนะว่าต่อไปทางการไทยจะทำอย่างไร หรือมีมาตรการอย่างไรเพราะผมไม่ทราบ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปโจมตีบ้าบอคอแตกอีก

    คนอย่างเราๆก็รอดูและอย่าปล่อยให้เรื่องมันเงียบก็พอ ดูว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไร?

    ผมไม่ได้โจมตีใคร แค่เป็นคนที่ตามหาความจริงและเอามาเปิดเผย

    แต่ถ้าใครที่หาว่าผมไปโจมตี หรือ คิดว่าผมตอแหลโกหกไม่มีวิจารณญาณในการนำเสนอ นำเสนอเรื่องไม่จริง ก็เอาหลักฐานที่ท่านมีมาหักล้างนะครับ อย่าสักแต่พูดลอยๆไม่มีหลักฐานเหม็นขี้ฟัน

    ปล.ถ้าเขมรมันจริงใจมันต้องหา Backhoe ใหญ่กว่านี้ ส่วน Boom หรือแขนตักยาวกว่านี้มาขุดครับ จะได้ขุดลงไปได้ลึกๆ ไม่ใช่เอารถคันเล็กๆมาขุด แบบนี้บ้านผมเรียกขุดแบบตอแหล น้ำลดตอ(แหล่)ผุด

    FB_IMG_1769595448946.jpg FB_IMG_1769595452028.jpg FB_IMG_1769595454862.jpg FB_IMG_1769595457532.jpg

    https://www.facebook.com/share/18GG37xHSX/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เตือนเอกชนรักษาสภาพคล่องด่วน!
    .
    ภาคเอกชนชี้ปี 2569 เศรษฐกิจไทยเสี่ยง เตือนธุรกิจให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่อง รับมือกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการเมืองภายในและเศรษฐกิจโลก คาดปีนี้จะต้องเน้นบริหารความเสี่ยงเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดในยุค New Normal
    .
    หลังการเลือกตั้งปี 2569 ที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลผสม ระหว่างพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคที่อาจไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ภาคเอกชนเชื่อว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะกระทบต่อนโยบายเศรษฐกิจและงบประมาณของประเทศ ซึ่งอาจทำให้การขับเคลื่อนประเทศในปีนี้ไม่ราบรื่น
    .
    เศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังคงเผชิญกับการเติบโตต่ำ ที่ถูกเรียกว่า New Normal ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติหลังจากเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.5% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยภาคการส่งออกกลายเป็นตัวหลักที่สามารถทำลายสถิติและขยายตัวได้ 13% ในปีที่ผ่านมา
    .
    นอกจากความไม่แน่นอนทางการเมืองแล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น การเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้าจากจีน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในปี 2569 อีกทั้งแรงงานข้ามชาติจากกัมพูชายังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัญญาจ้างจะหมดลงในช่วงต้นปีนี้
    .
    ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย ชี้ว่า ผู้ประกอบการในปีนี้ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินโดยการประคองตัวให้ยาวที่สุด พร้อมกับบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนด้วยเครื่องมือทางการเงิน เช่น Forward หรือ Swap
    .
    แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศและภูมิรัฐศาสตร์โลกยังมีความผันผวน แต่ภาคเอกชนก็ยังคงคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถขยายตัวได้จากการค้าภาคการส่งออก ขณะที่ภาครัฐต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในปี 2569

    #เศรษฐกิจไทย #เอกชน #ธุรกิจไทย #ฐานเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/1KbzBLCFUg/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มะพร้าวลูกละ 2 บาท... ใครขโมยกำไรชาวสวน ? สินค้าดังระดับโลก แต่คนปลูกเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว ! | Money Buffalo

    ถ้าพูดถึง "มะพร้าวน้ำหอม" เรียกได้ว่าประเทศไทยเนี่ยะโนหนึ่งเลย เพราะทั้งหอม ทั้งหวานอร่อย จนปีก่อนส่งออกกันไม่หวาดไม่ไหวจนกลายเป็นสินค้าเบอร์ 1 ของโลกอะ คิดดูว่าทำเงินเข้าประเทศได้มหาศาลขนาดไหน

    แต่ใครจะเชื่อครับ... วันนี้ความภูมิใจระดับโลก กลับกลายเป็น "ฝันร้าย" ของคนปลูก เมื่อราคามะพร้าวหน้าสวนดิ่งนรกเหลือแค่ลูกละ 2 บาท ! ทั้งๆที่ต้นทุนต่อลูกมากกว่า 4 บาทด้วยซ้ำ ถูกจนใจหาย ถูกจนแทบไม่คุ้มค่าปุ๋ย ค่าแรงคนปีน

    ใครกันนะที่ขโมยกำไรไปจากมือชาวสวน ? และนี่คือ 4 ปมร้อนที่ทำให้ชาวสวนมะพร้าวไทยต้องเจ็บ

    1. หน้าสวน 2-3 บาท แต่ที่เมืองจีนขาย 100 บาท ! (ส่วนต่างที่หายไป)

    ลองนึกภาพนะครับ ชาวสวนต้องตื่นตี 4 แบกจอบ พ่นยา ดูแลน้ำมานานกว่า 3 ปี กว่าจะได้มะพร้าว 1 ทลาย พอพ่อค้าคนกลางขับรถเข้ามาถึงสวน กลับยื่นเงินให้แค่ 2 บาท ต่อลูก ซึ่งเงินจำนวนนี้ยังซื้อไข่ไก่ 1 ฟองในตลาดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ !

    ในขณะที่ถ้าเราเปิดแอปฯ ดูราคาในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เซี่ยงไฮ้ จะเห็นเลยว่ามะพร้าวลูกเดียวกันนี้วางขายอยู่ลูกละ ประมาณ 180 บาท (35-38 หยวน) ถ้าอ้างว่า "ของล้นตลาด" ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ราคาปลายทางต้องถูกลงสิครับ เพื่อให้คนแย่งกันซื้อ แต่นี่ราคาที่จีนยังแพงหูฉี่เหมือนเดิม เรื่องนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า "กำไรก้อนโต" ถูกดักไว้ที่ใครบางคนที่อยู่ “ระหว่างทาง” โดยที่คนปลูกไทยได้แค่เศษเงิน

    2. ชาวสวนคาดว่า "ทุนจีน" คุมเกม... เมื่อไทยเป็นแค่ทางผ่านของผลประโยชน์

    ทำไมเราถึงโดนกดราคาได้ขนาดนี้ ? คำตอบอยู่ที่การ "พึ่งพิงตลาดเดียว" ครับ เพราะเราส่งออกไปจีนสูงถึง 87% เมื่อคนซื้อมีอยู่กลุ่มเดียว เขาก็มีอำนาจเหนือเราทันที

    ตอนนี้กลุ่มทุนจีนไม่ได้อยู่แค่ที่เมืองจีนแล้วนะครับ แต่มีข้อสันนิษฐานว่า เขาข้ามมาตั้ง "โรงงานรับซื้อ” เองถึงในไทย พอเขากลายเป็นทั้ง "คนซื้อ" และ "คนส่งออก" เขาก็สามารถกำหนดได้เลยว่าวันนี้จะให้ราคากี่บาท และนั่นจึงทำให้ชาวสวนไทยไม่มีทางเลือกครับ เพราะถ้าไม่ขายให้จีนเหล่านี้ ก็แทบไม่มีที่ไป เป็นภาวะที่เกษตรกรไทยเหมือน "ทำงานรับใช้ทุนต่างชาติ" ในที่ดินของตัวเอง

    3. โรงงานเถื่อน 150 แห่ง... ปมปริศนาที่รัฐยังแก้ไม่ตก

    เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ชาวสวนเจ็บแค้นที่สุด ข้อมูลระบุว่าในพื้นที่ราชบุรีมีโรงงานมะพร้าวมากกว่า 200 แห่ง แต่ที่มีใบอนุญาตถูกต้องมี "ไม่ถึง 50 แห่ง" เท่านั้น ! แบบร้องฮะ ตัวโต ๆ

    คำถามคือ... อีก 150 กว่าแห่งที่เหลือนั้น ใครเป็นเจ้าของ ? และทำไมถึงเปิดดำเนินการได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎหมาย ?

    โดยโรงงาน "เทา" เหล่านี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นจุดที่เกิดการ "ฮั้วราคา" ได้ง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องรายงานข้อมูลให้รัฐตรวจสอบ เมื่อชาวสวนไปร้องเรียน แต่รัฐกลับเข้าไปตรวจเพียงแค่ 3 แห่ง มันจึงเหมือนการ "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ที่ไม่ได้จัดการถึงต้นตอของมาเฟียคุมราคาจริง ๆ

    4. บทเรียน "กินรวบ" ที่ลามไปทุกผลไม้ โดมิโน่ภาคเกษตร

    วิกฤตมะพร้าวรอบนี้คือ "โดมิโน่" ตัวล่าสุดครับ ก่อนหน้านี้เราเห็นภาพเดียวกันเป๊ะกับ "ทุเรียน" และ "ลำไย" ที่ถูกทุนต่างชาติเข้ามาคุมเบ็ดเสร็จตั้งแต่หน้าสวน

    โมเดลนี้อันตรายมากครับ เพราะมันจะเริ่มจากการเข้ามาให้ราคาสูง ๆ ในช่วงแรก (เหมือนปี 67 ที่ราคา 40 บาท) เพื่อให้เกษตรกรแห่ไปปลูกตามกันเยอะ ๆ จนเกิดภาวะ Over-supply พอของล้นตลาดคราวนี้ล่ะครับ ทุนข้ามชาติที่คุมทางออกอยู่จะเริ่ม "บีบ" ราคาลงให้ต่ำสุดขีดเพื่อกวาดกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง

    หากรัฐบาลยังปล่อยให้โมเดล "กินรวบ" นี้เดินหน้าต่อไป ต่อให้มะพร้าวไทยจะดีแค่ไหน แต่คนปลูกไทยอาจจะไม่เหลือใครที่อยู่รอดได้เลย

    สุดท้ายนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับมะพร้าวน้ำหอมไทยตอนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง "ของเยอะราคาตก" ตามธรรมชาติ แต่มันคือ "สงครามการค้าหน้าสวน" ที่เกษตรกรไทยกำลังสู้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยที่ไม่มีอาวุธในมือเลย

    ทางออกที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่การจ่ายเงินชดเชยไปวันๆ แต่รัฐต้องกล้า "จัดระเบียบตัวกลาง" ตรวจสอบนอมินี และทลายกลุ่มฮั้วราคาให้ได้จริงจัง ก่อนที่ความหอมหวานของมะพร้าวไทยจะเหลือเพียงแค่ความทรงจำ

    ที่มา
    - ค้นต้นตอปัญหา ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ,ThaiPBS
    - จิราภรณ์ จี้ รัฐเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าว ,มติชน ออนไลน์

    #MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #มะพร้าวน้ำหอม #วิกฤตราคา #ทุนข้ามชาติ #เศรษฐกิจไทย #เกษตรกรไทย #ราคามะพร้าว #ชาวสวนไทย #สงครามการค้า

    https://www.facebook.com/share/p/1BzqHwXqPr/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อดังแฉ รอบสามจ่อปะทะ! เขมรพร้อมมาก!! เคลื่อนอาวุธ-กำลังคนรบรอบ 3 ประชิดชายแดนไทยแบบไม่พัก
    .
    สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าสู่สภาวะ "ความเงียบที่ดังลั่น" เมื่อมีรายงานความเคลื่อนไหวทางทหารครั้งใหญ่จากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ 28 มกราคมนี้ ที่ชาวบ้านในพื้นที่อีสานใต้ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่าเป็น "วันที่ต้องเฝ้าระวัง" เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนักและกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดชายแดนไทยในระดับที่ผิดปกติ ส่อเค้าว่าการปะทะรอบที่ 3 อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด
    .
    หลักฐานเชิงประจักษ์จากคลิปวิดีโออัปเดตรายวันเผยให้เห็นขบวนรถถัง T-55 และยานเกราะของกัมพูชาที่ไม่ได้เพียงแค่ลำเลียงผ่านทาง แต่เป็นการเคลื่อนตัวเข้าประจำการประชิดติดแนวชายแดนไทยในระยะที่น่ากังวล พร้อมกันนี้ยังมีการระดมกำลังทหารที่มีอาวุธครบมือ ทั้งปืนอาก้าและเครื่องยิง RPG แบกพาดบ่าเดินมุ่งหน้าสู่ฐานปฏิบัติการแนวหน้า โดยทหารแต่ละนายต่างแบกสัมภาระส่วนตัวและเสื่อ (สาด) เตรียมพร้อมสำหรับการพักแรมยาวนาน ซึ่งบรรยากาศไม่ใช่ลักษณะของการฝึกซ้อมตามปกติ แต่เหมือนเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการจริงมากกว่า
    .
    นอกจากทหารรุ่นพี่แล้ว ยังพบการรวมพลของทหารใหม่กัมพูชาอีกหลายกองร้อยที่เพิ่งจบหลักสูตรเร่งรัดและถูกส่งตัวเข้าประจำการตามแนวตะเข็บชายแดนทันที โดยมีการถ่ายคลิปโชว์การจัดแถวและการเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างเอิกเกริก ท่ามกลางความกังวลของชาวบ้านฝั่งไทยที่ต้องเผชิญกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดใจ เพราะความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีการข่มขู่หรือด่าทอผ่านสื่อเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นการก้มหน้าก้มตาเสริมกำลังรบแบบเงียบเชียบและจริงจัง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวพรมแดน
    .
    การขยับทัพครั้งใหญ่ประชิดด่านในวันนี้ คือบทพิสูจน์ความตึงเครียดที่กัมพูชาพยายามกดดันไทยอย่างหนัก แม้บรรยากาศจะดูเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยอันตราย ฝ่ายความมั่นคงไทยจึงต้องจับตาดูอย่างไม่กะพริบตาว่า "28 มกรา" จะเป็นเพียงวันที่กัมพูชาโชว์พลัง หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งบทใหม่กันแน่
    .
    แหล่งข่าว : ......
    .
    #เกษตรนานา #ทหารเขมร #ชายแดน #เขมร
    FB_IMG_1769597638302.jpg
    https://www.facebook.com/share/17r2ktiUs8/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรหน้าแหก! ประธานหอการค้าอเมริกันแฉยับ "PM 2.5 เขมรคือต้นเหตุ" ดาวเทียม NASA ฟ้องเขมรเผาโชยถล่มไทย! สยบปากรัฐบาลกัมพูชาที่โทษไทย
    .
    หน้าแตกยับเยินสำหรับรัฐบาลกัมพูชา เมื่อความจริงเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ถูกเปิดโปงโดยคนระดับสูงในประเทศเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้กัมพูชาพยายามปฏิเสธความรับผิดชอบและโยนบาปให้ประเทศไทยมาตลอด ล่าสุดประธานสมาคมหอการค้าอเมริกันในกัมพูชาได้ออกมาแฉข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า มลพิษในกัมพูชานั้นอยู่ในขั้นวิกฤตเลวร้ายกว่าที่ทางการกล่าวอ้างหลายเท่าตัว และเป็นอันตรายถึงขั้นเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    .
    นายเคซี่ บาเนต ประธานสมาคมหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (AmCham) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอ้างอิงข้อมูลจากดาวเทียม NASA ซึ่งแสดงภาพความจริงที่เถียงไม่ออกว่า มีการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างกว้างขวางทั่วทุกพื้นที่ของกัมพูชา ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงถึง 27 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึง 5 เท่าตัว ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับคำแถลงของกระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชาที่พยายามกลบเกลื่อนว่าคุณภาพอากาศพุ่งสูงเกินมาตรฐานเพียงเล็กน้อย และยังไปโทษว่ามลพิษในกรุงเทพฯ เกิดจากปัจจัยภายในของไทยเอง ทั้งที่ทิศทางลมพัดพาเอาฝุ่นควันจากการเผาป่าในเขมรเข้ามาเติมเต็มวิกฤตสุขภาพของคนไทย
    .
    นอกจากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจทำให้ประชาชนเป็นโรคมะเร็งแล้ว มลพิษสุดเลวร้ายนี้ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของกัมพูชาเองด้วย ซึ่งคำแฉจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งนี้ถือเป็นการตบหน้าทางการกัมพูชาที่เคยด่าทอสื่อไทยและกรมอุตุนิยมวิทยาของไทยว่าบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งที่หลักฐานทางเทคนิคแสดงชัดว่าไฟป่าตามแนวชายแดนกัมพูชาคือตัวการสำคัญ การที่คนในบ้านออกมาพูดยืนยันความจริงเช่นนี้จึงทำให้มุก "กล่าวโทษเพื่อนบ้าน" ของกัมพูชาฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป และเป็นการพิสูจน์ว่ากัมพูชาต่างหากที่เป็นตัวปัญหาเรื่องฝุ่นควันข้ามพรมแดนที่แท้จริง
    .
    บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า การแก้ปัญหามลพิษไม่สามารถทำได้ด้วยการสร้างวาทกรรมทางการเมืองหรือโยนความผิดให้ผู้อื่น เพราะสุดท้ายแล้วความจริงจากดาวเทียมและผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจะเป็นตัวตัดสินเอง กัมพูชาควรหันมาจัดการปัญหาการเผาในประเทศตัวเองอย่างจริงจัง แทนการใช้กลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจที่ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปทุกที
    .
    #เกษตรนานา #ฝุ่น #PM25

    https://www.facebook.com/share/p/1CHhmwsAJ6/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามค่าเงิน … เมื่อ President Trump ทุบค่าเงินดอลล่าร์เอง !!!
    FB_IMG_1769599793410.jpg
    ตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีเมื่อ 1 ปีที่แล้ว

    ดอลล่าร์ได้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง

    โดยดัชนีลดจากประมาณ 110 มาที่ 95.9

    หรืออ่อนลงมากกว่า 10%

    ล่าสุด นักข่าวไปถามว่า

    มองเรื่อง “ค่าเงินดอลล่าร์อ่อน” ว่าอย่างไร

    ท่าน Trump ตอบว่า “Doing Great”

    ไม่คิดว่า ดอลล่าร์อ่อนเกินไป

    จริงๆ ดอลล่าร์กำลังไปได้ดี

    และน่าพอใจที่อ่อนแบบนี้

    ส่งผลทำให้ดอลล่าร์ที่อ่อนอยู่แล้ว

    มองหาคนมาช่วย Support

    พร้อมที่จะอ่อนต่อไปอีก

    นับว่า เป็นหนังคนละม้วน

    ผิดกับทางการสหรัฐในอดีต

    ที่ในรัฐบาลก่อนๆ

    เช่นในยุครัฐมนตรีคลัง Rubin ของ Clinton

    มักจะมีนโยบาย “Strong Dollar”

    เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ลงทุนในดอลล่าร์

    ช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมสหรัฐต่ำ

    รักษาอิทธิพลของดอลล่าร์ในตลาดการเงินโลก

    การที่ท่านประธานาธิบดี Trump คิดต่าง

    เชื่อและชอบที่จะเห็นดอลล่าร์อ่อน

    คงเป็นเพราะอยากช่วยลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ

    เพิ่มความได้เปรียบในการส่งออก

    ลดการนำเข้า

    ตามที่ที่ปรึกษาเอก Stephen Miran

    เคยเสนอแนะไว้เกี่ยวกับการปรับระเบียบการค้าโลก

    ว่าต้องใช้ Tariffs

    และใช้ “ค่าเงิน”

    ช่วงที่ผ่านมา ได้ทำเรื่อง Tariffs ไปมากแล้ว

    ตอนนี้ คงเป็นการขับเคลื่อนเรื่องดอลล่าร์อ่อน เข้ามาควบคู่

    ยิ่งล่าสุด มีกระแส Sell America มาประกอบ

    แม้จะยังไม่มีผลมาก

    แต่การพูดถึงก็ช่วยสร้างแรงกดดัน

    ตามทางที่ท่านประธานาธิบดีอยากเห็น

    ส่วนในช่วงต่อไป

    ดอลล่าร์ยังมีแรงกดความเสี่ยงกดดันด้านอ่อนอยู่ข้างหน้า

    เพราะใกล้แล้วที่จะมีการประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่

    ถ้าเป็นคนที่อยู่ในโอวาท

    และพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่ม

    ดอลล่าร์คงอ่อนลงอีก

    มาดูกันครับว่า

    ดอลล่าร์จะอ่อนได้ถึงไหน

    และจะส่งผลกับค่าเงินในภูมิภาคและเงินบาทอย่างไร

    เพราะล่าสุด ดอลล่าร์สิงคโปร์แข็งสุดในรอบ 10 ปีเรียบร้อย

    ส่วนเงินบาท ก็แข็งต่อเนื่อง !!!

    #มุมมองดรกอบ #Trump #USD

    Cr. ดร กอบศักดิ์

    https://www.facebook.com/share/p/182oQf3u5s/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวเมื่อสัปดาห์นี้ว่าประชาชนหลายพันคนที่เพิ่งหลบหนีหรือได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่กักขังที่หลอกลวงในกัมพูชา กำลังติดค้างอยู่โดยไม่มีหนังสือเดินทาง เงิน การดูแลทางการแพทย์ หรือเส้นทางที่ปลอดภัยที่จะกลับบ้าน และกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

    หลังจากสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิต 35 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ ที่หลบหนีออกมาได้ในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา แอมเนสตี้รายงานว่าพวกเขาเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง รวมถึงการข่มขืน การทรมาน การบังคับใช้แรงงาน และความตาย ภายในค่ายที่ดำเนินการโดยแก๊งอาชญากร อย่างน้อย 11 คนในจำนวนผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ได้หลบหนีหรือได้รับการปล่อยตัวภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประเมินว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้คนหลายพันคนได้รับการปล่อยตัวหรือหลบหนีออกมาจากสถานที่หลอกลวงอย่างน้อย 17 แห่งทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับการยืนยันผ่านวิดีโอมากกว่า 25 คลิป ผู้รอดชีวิตเล่าว่าถูกกักขังอยู่ในสภาพที่วุ่นวายและอันตราย หลายคนไร้ที่อยู่อาศัยและตกอยู่ในภาวะเปราะบางในกรุงพนมเปญและพื้นที่อื่นๆ

    ผู้เสียชีวิตมาจากประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย แอฟริกา ยุโรป และอเมริกา รวมถึงบราซิล อินโดนีเซีย เมียนมาร์ ไนจีเรีย เซียร์ราลีโอเน ไลบีเรีย ยูกันดา เคนยา บังกลาเทศ อินเดีย ฟิลิปปินส์ และมาดากัสการ์

    “นี่คือวิกฤตการณ์ระดับนานาชาติที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินกัมพูชา การอพยพครั้งใหญ่จากแหล่งมั่วสุมได้ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมบนท้องถนน ซึ่งรัฐบาลกัมพูชากำลังเพิกเฉย” มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคของแอมเนสตี้ กล่าว

    “ผู้รอดชีวิตที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจหลายพันคนถูกปล่อยให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเองโดยปราศจากการสนับสนุนจากรัฐ”

    รายงานฉบับนี้เกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ในกัมพูชาช่วงกลางเดือนมกราคม ซึ่งมีชาวอินโดนีเซียมากกว่า900 คนและ ชาว จีนหลายร้อยคนแห่กันไปที่สถานทูตของตนในเมืองหลวงของกัมพูชาเพื่อขอความช่วยเหลือในการเนรเทศ

    เชื่อกันว่าพวกเขาเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ที่หลบหนีหรือได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ล่อลวงทั่วประเทศ หลายคนไม่มีเอกสารการเดินทาง วีซ่าหมดอายุ หรือหนังสือเดินทางถูกยึด

    การอพยพครั้งใหญ่ของชาวต่างชาติเกิดขึ้นหลังจากที่เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวจีนที่เกิดในประเทศจีน ถูกจับกุมและเนรเทศกลับไปยังประเทศจีนเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากถูกกล่าวหาว่าดำเนินการเครือข่ายฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมทั่วโลก

    การละเมิด การทรมาน และความตายที่ไร้มนุษยธรรม

    ผู้รอดชีวิตเล่าให้แอมเนสตี้ฟังว่า พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงทางร่างกาย และการลงโทษที่โหดร้าย หญิงตั้งครรภ์สองคนรายงานว่าถูกหัวหน้าของสถานที่ข่มขืน ขณะที่คนอื่นๆ เล่าถึงการทรมาน รวมถึงกรณีที่ชายคนหนึ่งถูกตัดนิ้ว และอีกคนหนึ่งรายงานว่าเห็นชายคนหนึ่งถูกเชือดคอหลังจากพยายามหลบหนี

    ผู้รอดชีวิตหลายคนกล่าวว่าพวกเขาเห็นคนเสียชีวิตภายในบริเวณดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ ผู้รอดชีวิตอีกสิบคนกล่าวว่าตำรวจไปที่บริเวณดังกล่าวเป็นประจำเพื่อนำศพออกไป แต่ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหากผู้จัดการเป็นผู้กระทำผิด

    “มีคนตายไปมากมาย คนป่วยกันเยอะ แต่พวกเขาก็ไม่ช่วยเหลือเรา” เดลิลาห์ ผู้รอดชีวิตที่หนีออกมาจากค่ายในจังหวัดเปรยเวงกล่าว “เราต้องใช้กำลังหนีออกมา เพราะมีคนหนึ่งป่วยและเขาไม่อยากตาย”

    บางคนกล่าวว่าผู้ดูแลสถานที่ได้ละทิ้งสถานที่ ทำให้ผู้ถูกคุมตัวสามารถออกจากสถานที่ได้อย่างอิสระ

    “วันหนึ่งพวกเราหลายคนตื่นขึ้นมาและพบว่าผู้จัดการสถานที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหายไปหมดแล้ว” เมฮี ผู้ให้สัมภาษณ์อีกคนหนึ่งกล่าว ซึ่งเธอหวาดกลัวถึงชีวิตหลังจากถูกกักขังอยู่ในสถานที่แห่งนั้นเป็นเวลา 12 เดือน “ประตูและรั้วถูกเปิดทิ้งไว้ และพวกเราก็เดินออกมาได้”

    ขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล

    ผู้รอดชีวิตกล่าวว่าไม่มีตำรวจหรือทหารอยู่ในบริเวณที่พวกเขาอพยพออกจากค่ายกักกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าทางการกัมพูชาขาดการมีส่วนร่วม กลุ่มต่อต้านการค้ามนุษย์ยังบอกกับแอมเนสตี้ว่าทางการกัมพูชาล้มเหลวในการระบุและปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ ทำให้หลายคนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบต่อไป

    เฟอร์เรอร์กล่าวว่า “ผู้คนที่เราได้พูดคุยด้วยต่างหวาดกลัวอย่างมาก พวกเขาอยากกลับบ้าน แต่หลายคนไม่มีหนังสือเดินทางหรือไม่มีเงินเลยสักบาท นับประสาอะไรกับเงินที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินออกนอกประเทศ”

    “ดูเหมือนว่าทางการกัมพูชาไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือเลย และการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนก็ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการตัดงบประมาณช่วยเหลืออย่างกว้างขวางในช่วงปีที่ผ่านมา”

    โจว บุน เอ็ง รองประธานถาวรของคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (NCCT) กล่าวกับ Kiripost ว่า เธอรับทราบหลักฐานที่ปรากฏในรายงาน และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหา

    เธอกระตุ้นให้เหยื่อที่พบเห็นการล่วงละเมิดในสถานที่หลอกลวงเหล่านั้น รายงานประสบการณ์ของตนต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง แทนที่จะรายงานผ่านสื่อ

    “หากพวกเขาเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ได้เห็นเหตุการณ์อาชญากรรมเหล่านี้ด้วยตาตนเอง ฉันขอสนับสนุนให้พวกเขาร่วมมือกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปิดกั้นการหลอกลวงทางออนไลน์” เธอกล่าว

    บุน เอ็ง กล่าวเสริมว่า การรายงานเหตุการณ์ไปยังสื่อหรือองค์กรต่างๆ โดยไม่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ อาจบั่นทอนการสืบสวนและทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีการจับกุมได้ “รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การหลอกลวงทางออนไลน์ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไข” เธอกล่าว พร้อมระบุว่าคณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์กำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว

    ไม่สามารถติดต่อขอความคิดเห็นจากนายช่าย คิม โคอึน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้

    https://kiripost.com/stories/surviv...in-cambodias-scam-compounds-in-amnesty-report

    https://www.facebook.com/share/18DqTzcf81/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การ "ปล้น" ครั้งใหญ่
    กำลังเกิดต่อหน้าต่อตาของเรา

    การ "ปล้น" ที่ผมว่า ก็คือการ
    "อ่อนค่าของดอลลาร์" โดยเจตนา

    เขาปล้นโดยประกาศต่อชาวโลก และไม่มีใครทำอะไรเขาได้
    (อ่านบทความเรื่อง Dollar Sacrifice ที่ผมโพสท์เมื่อ 2-3 วันก่อน)

    ลองคิดถึงชาวบ้านชนบททั่วโลก
    ถึงกรรมกร ชนชั้นกรรมาชีพ หาเช้ากินค่ำ
    คิดถึงชนชั้นกลาง ที่ชีวิตเดินได้ด้วยหนี้ แทบไม่มีเงินเก็บสะสม
    คนที่เชื่อมั่นในระบบ เก็บเงินออมตัวเองในระบบธนาคาร ซื้อพันธบัตร ฯลฯ

    คนกลุ่มเหล่านี้ คือคนที่กำลังถูกปล้นกลางแดด
    ปล้นอำนาจซื้อในเงินที่สะสมจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขา

    มีคนสักกี่คน สักกี่เปอร์เซนต์ในโลกใบนี้
    ที่ครอบครอง Hard Asset ที่กำลังได้รับการถ่ายเทความมั่งคั่งมาที่ตรงนี้

    วันนี้คุณอาจยังไม่เห็นภาพ ยังคิดไม่ออก
    รอดูอีกครึ่งปี อีก 1 ปี อีก 2 ปี
    การอ่อนค่าของดอลลาร์วันนี้ คือการที่ข้าวของจะแพงขึ้นทั้งโลก
    วันนั้นคุณจะเข้าใจว่าผมกำลังจะบอกอะไรคุณ

    ผมอาจเขียนแล้วอ่านยาก เพราะผมมีสิ่งที่อยากพูดอยากบอกมากมายไปหมด จนจับต้นชนปลายไม่ถูก

    อ่านตรงนี้ละก้นครับ ผมขอให้ Gemini ช่วยเขียนให้ น่าจะเข้าใจง่ายกว่า
    ----------------
    การปล้นที่เงียบเชียบ: เมื่อดอลลาร์ถูกทำให้ด้อยค่าโดยเจตนา
    ในโลกของการเงินระดับมหภาค คำว่า "การปล้น" ไม่ได้หมายถึงการบุกเข้าไปในธนาคารพร้อมอาวุธเสมอไป แต่มันกำลังเกิดขึ้นผ่าน อำนาจซื้อ (Purchasing Power) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่คือสภาวะที่เงินในกระเป๋าเท่าเดิม แต่กลับซื้อของได้น้อยลงเรื่อยๆ และนี่คือกลไกที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า

    1. นโยบายการพิมพ์เงิน (The Printing Press)
    เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ประสบปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การรัดเข็มขัด แต่คือการ "ทำให้หนี้ถูกลง" ผ่านการอัดฉีดสภาพคล่องหรือ QE (Quantitative Easing)

    กลไก: เมื่อมีดอลลาร์ในระบบมากขึ้น มูลค่าต่อหน่วยย่อมลดลง

    ผลกระทบ: ผู้ที่ถือเงินสดหรือเงินฝากธนาคารคือผู้รับเคราะห์ เพราะมูลค่าความมั่งคั่งที่สะสมมาทั้งชีวิตถูก "เจือจาง" ลงไป

    2. การส่งออกเงินเฟ้อไปทั่วโลก
    เนื่องจากดอลลาร์คือ "สกุลเงินสำรองของโลก" (Reserve Currency) สหรัฐฯ จึงอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบอย่างมหาศาล

    เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันหรือทองคำมักจะมีราคาสูงขึ้น

    ประเทศอื่นๆ ที่ต้องนำเข้าสินค้าเหล่านี้ด้วยดอลลาร์ จึงต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามไปด้วย

    นี่คือการ "ส่งออกเงินเฟ้อ" จากสหรัฐฯ ไปยังบ้านของคนทั่วโลก

    3. ดอกเบี้ยและการควบคุม (The Interest Rate Game)
    การขยับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงของ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) เปรียบเสมือนคันเร่งและเบรกของเศรษฐกิจโลก

    การทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าช่วยให้สหรัฐฯ ได้เปรียบดุลการค้า (สินค้าส่งออกถูกลง)

    แต่ในขณะเดียวกัน มันคือการลงโทษ "ผู้เก็บออม" และให้รางวัล "ผู้เป็นหนี้"

    "เงินเฟ้อคือภาษีที่จัดเก็บโดยไม่ต้องมีการลงมติ และเป็นวิธีที่แนบเนียนที่สุดในการยึดทรัพย์สินจากประชาชน"

    เราจะรับมือกับการ "ปล้น" ครั้งนี้อย่างไร?
    เมื่อระบบเงินตราแบบ Fiat (เงินที่รัฐรับรองแต่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง) ถูกสั่นคลอน นักลงทุนระดับโลกจึงเริ่มเบนเข็มไปหา "สินทรัพย์ที่แท้จริง" ที่ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ตามใจชอบ เช่น:

    ทองคำ: สินทรัพย์คลาสสิกที่พิสูจน์ตัวเองมานับพันปี

    Bitcoin: ที่ถูกขนานนามว่าเป็น "Digital Gold" ด้วยจำนวนที่จำกัดชัดเจน

    อสังหาริมทรัพย์ หรือ หุ้นในกิจการที่มีอำนาจการต่อรองราคา

    การเข้าใจว่านี่คือการ "ปล้น" คือก้าวแรกของการป้องกันตัวครับ เพราะในสมรภูมิการเงิน ผู้ที่ปรับตัวช้าที่สุดคือผู้ที่จะต้องจ่ายต้นทุนสูงที่สุดเสมอ
    ----------

    *** ความเห็นเพิ่มเติม ของผมเกี่ยวกับบทความของ AI ข้างบน****
    AI เวลาขอให้คิดอะไร มันก็จะคิดแค่ที่บอกครับ
    ดังนั้น AI จะไม่ได้คิดเรื่อง Neutrality ของสินทรัพย์
    ซึ่ง ทั้ง Bitcoin และ อสังหา มีข้อจำกัดเรื่อง Neutrality ค่อนข้างมาก

    https://www.facebook.com/share/p/1C64M9qYKw/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1769603158667.jpg FB_IMG_1769603161393.jpg
    ธนาคารกลางสหรัฐได้อัดฉีดเม็ดเงินดอลลาร์เข้าซื้อเงินเยนทำให้เงินเยนแข็งค่ามาอยู่ที่ 153 เยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 96.67 ทำให้ตลาดคริปโตร่วง เนื่องจากนักลงทุนที่กู้เงินเยนมาซื้อ ขายออกในราคาดอลลาร์ จึงทำให้ขาดทุน เนื่องจากทั้งปีนี้มูลค่าตลาดคริปโตติดลบมากกว่า 14% และอาจมีการบังคับขายคริปโตในที่สุด การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของธนาคารกลางญี่ปุ่น → เงินเยนแข็งค่าขึ้น → บิตคอยน์ร่วง 23% ใน 6 วัน
    เงิน 600 พันล้านดอลลาร์หายไปจากโลกคริปโต
    สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นถ้ารอบนี้ "เฟด" เอาจริง:
    1. สหรัฐฯ เทขายดอลลาร์: แล้วเอาเงินไปไล่ซื้อเงินเยน
    2. ดอลลาร์อ่อนค่าลงทันที: สภาพคล่องจะทะลักเข้าสู่ระบบ
    3. แต่... ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจจะ "พัง" ก่อน!**

    ⚠️ จุดตายอยู่ตรงนี้:
    ตอนนี้หุ้นทั่วโลกและทองคำอยู่จุดสูงสุด (All-Time High) กันหมดแล้ว แต่ยังมีเงินก้อนมหึมาที่กู้มาจากญี่ปุ่น (Yen Carry Trade) มาเก็งกำไรอยู่

    ถ้าค่าเงินเยน "แข็งค่าเร็วเกินไป" จากการแทรกแซง...
    นักลงทุนจะถูกบังคับขายสินทรัพย์ (Forced Sell) เพื่อเอาเงินไปคืนหนี้ญี่ปุ่น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสิงหาคม 2024 ที่แค่เยนขยับนิดเดียว Bitcoin ร่วง 23% ใน 6 วัน!

    เตรียมตัวรับมือความผันผวนระดับนรกแตก!
    ระยะสั้น: ตลาดเสี่ยงอาจเทกระจาด (เพราะคนรีบขายของไปใช้หนี้เยน)
    ระยะยาว: ดอลลาร์ที่อ่อนลง จะส่งผลดีต่อสินทรัพย์ต่างๆ ในภายหลัง

    https://www.facebook.com/share/p/1EDdkmkUMn/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่.... ไม่ได้ปั่นนะ
    .
    ก่อนจะเมนท์อะไร ดูปากนิชาก่อน ... ไม่ได้ปั่นนน นะจัะ คอมเมนท์ตามสบายเลยจัา

    https://www.facebook.com/share/r/19y4S6AVEP/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • ง.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2 MB
      เปิดดู:
      1
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,125
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดคลิปทัพBHQ อาวุธครบมือเคลื่อนขบวน! สะพัด ผบ.สั่งบุกยึดสระแก้วทั้งจังหวัด หลังฮุนเซนฉุนไทยปิดด่าน
    ดูข่าว;


    https://www.facebook.com/share/1FNEDQVLwQ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...