“นิสิต ป.สันติศึกษา มจร” นำโมเดลปั้นพระวิปัสสนาจารย์ เป็นผู้นำกระบวนกรสันติภาพ

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ ชาวพุทธ, 13 กุมภาพันธ์ 2022.

  1. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    5,295
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,264
    ค่าพลัง:
    +9,429
    “นิสิต ป.สันติศึกษา มจร” นำโมเดลปั้นพระวิปัสสนาจารย์ เป็นผู้นำกระบวนกรสันติภาพ

    วันอาทิตย์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. พระวิปัสสนาจารย์รุ่น ๓๐ ผู้ปั้นวิทยากรต้นแบบสันติภาพ อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เลขานุการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ ๗-๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีการพัฒนาผู้นำกระบวนกรสันติภาพ FA ให้กับพระวิปัสสนาจารย์รุ่นที่ ๓๐ ที่วัดสุวรรณประสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากพระผู้นำกระบวนกรสันติภาพ ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อการเผยแผ่ธรรมที่ร่วมสมัยสร้างการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สร้างการตระหนักรู้จากภายใน เป็นการป้องกันความขัดแย้ง แก้ไขความขัดแย้ง เยียวยาความขัดแย้ง และรักษาสันติภาพให้เกิดความยั่งยืนภายใต้ปธาน ๔ ในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีการพัฒนาตามโมเดลที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ศึกษาบทที่ ๑-๓ การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การสนทนากลุ่ม การจัดเวทีสันติสนทนา จนนำมาเป็นรูปแบบการพัฒนา ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสันตินวัตกรรม ตามแนวทางบันไดเก้าขั้นของหลักสูตรสันติศึกษา มจร อย่างชัดเจน

    b-e0b8aae0b8b1e0b899e0b895e0b8b4e0b8a8e0b8b6e0b881e0b8a9e0b8b2-e0b8a1e0b888e0b8a3-e0b899e0b8b3-1.jpg

    การทำวิจัยเชิงพัฒนาถือว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันต่างคนต่างเสนอแง่มุมเพื่อให้งานนั้นสำเร็จ แต่ระหว่างทางสำคัญยิ่งกว่าปลายทางเสมอ อย่าสนใจวันแห่งเส้นชัยแต่จงสนใจวันแห่งเส้นทาง จงทำงานให้มีความสุข คนสำราญงานสำเร็จ ชีวิตเบิกบานการทำงานเป็นสุข

    การสังเคราะห์ความสุขในพระพุทธศาสนา ถ้าเราทำตัวเป็นเศรษฐีหมื่นล้านที่ปฏิฏาณตนว่าจะไม่มีความสุขจนกว่าจะถูกฉลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ ๑ หมายถึง เรามีความสุขพร้อมอยู่แล้วอย่างมหาศาลเพราะ ตัวของเราคือแหล่งผลิตความสุขแหล่งเดียวในจักรวาล แต่เรากลับตั้งเงื่อนไขในการมีความสุขขึ้นมาเอง โดยเอาความสุขไปฝากไว้กับสิ่งของหรือผู้คนที่ไม่มีความแน่นอน เราจึงควรหยุดตามล่าหาความสุขจากภายนอกด้วยการสรรหาทุกอย่าง แต่ควรนั่งนิ่งๆ เงียบๆ เพื่อสังเคราะห์ความสุขด้วยตนเอง เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เป็นใคร ทำอะไร เราทุกคนล้วนมีความสุขซุกซ่อนอยู่ตลอดเวลา แต่เราต้องรู้วิธีการในการสังเคราะห์ความสุข การสังเคราะห์ความสุขเริ่มจาก “ขอบคุณในสิ่งที่เรามี ยินดีในสิ่งที่เราได้” ไม่ใช่แต่ “ทุรนทุรายไปกับสิ่งที่ขาด” จงเก็บเกี่ยวสองข้างทางที่เราเดินล้วนมีความสุขตลอดเส้นทาง ในโลกนี้บุคคลที่สอนวิชา สังเคราะห์ความสุข อย่างจริงจังซึ่งเป็นศาสตร์เดียวของโลกเป็นปรมาจารย์นามว่าพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นต้นแบบสังเคราะห์ความสุขจากภายใน สุขจริงๆ

    จึงมีคำกล่าวว่า ที่เราไม่มีความสุขเพราะเรายังไม่เข้าใจความสุข ในทางวิทยาศาสตร์มองว่า สารแห่งความสุขจะทำงานร่วมกันเสมอ อันประกอบด้วย ๔ สาร คือ ๑) #สารสำเร็จ-โดพามีน จะพรั่งพรูออกมามากเมื่อเราได้รับในสิ่งที่ต้องการ เมื่อความอยากได้รับการตอบสนอง เช่น อยากทานทุเรียนได้ทาน ๒) #สารสงบ-เซโรโทนิน จะพรั่งพรูออกมามากเมื่อเรากำลังรู้สึกสงบ สบาย ผ่อนคลาย เช่น กำลังเจริญสติปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ๓) #สารสัมพันธ์-ออกซิโทซิน จะพรั่งพรูออกมาเมื่อเรามีความรักได้ยินเสียงคนรัก จะออกมากจากแม่ที่คลอดบุตร เป็นความรักแบบหนุ่มสาวครอบครัวเพื่อนที่มีความผูกพัน จะทำให้รู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และอบอุ่น ๔ #สารสำราญ-เอนดอร์ฟิน จะพรั่งพรูออกมาทุกครั้งที่เรากำลังมีความสุข จะมากพิเศษช่วงที่เราหัวเราะ ยิ้ม ออกกำลังกาย เอนดอร์ฟินทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดจากธรรมชาติ ช่วงที่เรามีความสุขเราจึงรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงทั้งร่างกายและจิตใจ บาดแผล ความเมื่อยล้า และความทรงจำที่ไม่ดี

    แต่สิ่งที่น่าคิดมาก คือ ในแบ้งค์พันไม่มีสารโดพามีน เก้าอี้ที่นุ่มที่สุดในโลกไม่มีสารเซโรโทนิน เสียงของคนที่เรารักที่สุดไม่มีสารออกซิโทซิน และไม่มีอาหารชนิดใดในโลกนี้ที่ใส่สารเอนดอร์ฟิน เพราะ “ความสุขทั้งมวลสมองของเราเป็นตัวสังเคราะห์ขึ้นมาเอง” ทุกสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเราเป็นเพียงกระตุ้น สารความสุขในตัวเราให้หลั่งออกมา สิ่งภายนอกไม่มีสารแห่งความสุข เพราะแบงค์พันเป็นเพียงกระดาษน่ารำคาญสำหรับเศรษฐีพันล้านที่ไม่เห็นคุณค่าของเงิน เก้าอี้ที่นุ่มที่สุดในโลกเป็นความเจ็บปวดสำหรับคนที่เป็นริดสีดวงทวาร เสียงของคนรักเป็นความโศกเศร้าอันแสนสาหัส ถ้าเจ้าของเสียงได้ลาจากโลกใบนี้ไปแล้ว และอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกเป็นยาพิษที่น่ากลัว ถ้าผู้ทานเกิดอาการแพ้และท้องเสียขั้นรุนแรง

    มนุษย์มักจะฝากสิ่งอื่นให้ช่วยสังเคราะห์ความสุข เช่น เงินทอง แฟน ความโด่งดัง คำชื่นชม ตำแหน่ง ลูกน้อง เฟชบุ๊ค เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสังเคราะห์ความสุขได้ทำให้เราหงุดหงิด เบื่อ เครียด โกรธ ทำให้เราโทษสังคม โทษคนอื่น โทษโชคชะตา หรือ โทษกรรมที่ทำมา ทำให้เราต้องเป็นทุกข์ เพราะตามกฎของไตรลักษณ์ซึ่งเป็นกฏเหล็กของจักรวาล มีความชัดเจนว่า #ไม่มีสิ่งใดเที่ยง #ไม่มีสิ่งใดทน #ไม่มีสิ่งใดแท้ เมื่อเราฝากความหวังให้สิ่งที่ไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้มาสังเคราะห์ความสุขให้ เราย่อมมีความผิดหวังและรู้สึกทุกข์ใจเป็นธรรมดา แต่การมาทำงานกลุ่มร่วมกันทำให้เรามีความสุข ลดตัวตน ยอมรับฟังคนอื่น เคารพในความแตกต่าง มีขันติธรรม จึงย้ำว่า งานกลุ่มความสุขสร้างสุข เพราะระหว่างทางสำคัญไม่น้อยกว่าปลายทาง การที่เราไม่มีความสุขเพราะเรายังไม่เข้าใจความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตจึงควรมีเรื่องราวรอยยิ้มมิตรภาพความรักความผูกพัน ซึ่งสารสำราญเอนดอร์ฟินจากงานกลุ่มที่เราทำ เราจึงเป็นแหล่งผลิตความสุขแหล่งเดียวในจักรวาล งานวิจัยที่เราทำจึงต้องพัฒนาเป็นงานที่เราทำแล้วมีความสุข “เป็นให้เป็น” จึงขอชื่นชมนางสาวปวีณา สงวนชม นิสิตปริญญาเอก สันติศึกษา มจร ในการขับเคลื่อนโมเดลอย่างเป็นระบบ พร้อมวิทยากรกระบวนการทุกท่านที่มาช่วยเติมเต็มให้งานมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป
    [​IMG]

    ขอขอบคุณที่มา
    https://www.banmuang.co.th/news/education/269356
     

แชร์หน้านี้

Loading...