เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 18 เมษายน 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทั้งที่มีงาน "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" แต่ปรากฏว่าพระภิกษุสามเณรมีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวที่มาใส่บาตรตามเคย อาจจะเป็นเพราะว่าเพิ่งจะผ่านงานสงกรานต์ไปหมาด ๆ หรือไม่ก็น้ำมันแพง ทำให้บุคคลที่เคยท่องเที่ยวทุกวันหยุดก็ต้องคิดคำนวณว่า ถ้ายังไปอยู่แบบเดิม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แล้วข้าวของอื่น ๆ ก็แพงทั้งหมดโดยเฉพาะน้ำมัน จะทำให้ตนเองลำบากหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือรู้จักยับยั้งชั่งใจมากขึ้นในการใช้จ่าย

    กระผม/อาตมภาพเองอยากให้ญาติโยมทุกคนมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่ายทุกครั้ง ถ้าหากว่าถือหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ก็คือซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต้องใช้ แต่ว่าหลายท่านก็ซื้อเพราะว่าถูกตาถูกใจ โดยเฉพาะสิ่งของบางอย่างเช่นนาฬิกาบอกเวลา เรือนละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท แบบนาฬิกาการ์ตูนของเด็ก ก็ใช้งานได้พอ ๆ กับเรือนละเป็นแสน หรือว่าเป็นล้านเช่นกัน แต่พวกเรามักจะโดนคุณค่าเทียม ก็คือสิ่งที่เป็นเปลือกนอกหลอกลวง จนกระทั่งมองข้ามคุณค่าแท้ คือการใช้งานของสิ่งนั้น ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร

    หลังจากกลับมาฉันเช้าเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางไปยังวัดพุทธบริษัท หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตามการนิมนต์ของมหาไบท์ (พระมหาจักรพงษ์ ปญฺญาทีโป ป.ธ.๖) เจ้าอาวาสวัดพุทธบริษัท ให้มาร่วมงานประจำปี โดยเฉพาะการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย และอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

    เมื่อไปถึง ปรากฏว่าทั้งพระทั้งโยมเริ่มมากันมากแล้ว กระผม/อาตมภาพจึงทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย และอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลไปเลย โดยมีมหาปิง (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะได้รับการนิมนต์ไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดพุทธาราม เกาะกวม ประเทศสหรัฐอเมริกา กราบขออนุญาตว่า "หลวงพ่ออธิษฐานจิตเผื่อให้กับพระประธานที่อุโบสถเกาะกวมด้วยขอรับ" กระผม/อาตมภาพก็ยังนึกขำอยู่ในใจ ว่าเกาะกวมเพิ่งจะโดนพายุไต้ฝุ่นซินลากูถล่มเละเทะไป มาบอกตอนนี้ ดูท่าว่าจะช้าไปเสียแล้ว

    เมื่ออธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลจนเรียบร้อย รับปัจจัยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางไปยังวัดสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมงานอายุวัฒนมงคล ๗๒ ปี หลวงพ่อสิงห์โต (พระครูโสภณคุณาธาร) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดสาลี ตามที่ท่านได้มีฎีกานิมนต์เอาไว้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    การไปครั้งนี้ก็ต้องมีการแวะฉันเพลกลางทางก่อน เพราะว่าจะไปถึงในเวลาที่เลยเที่ยงไปแล้ว กระนั้นก็ตาม ด้วยความที่ช่วงบริเวณบางปลาม้าโดยรอบนั้น มีการปิดถนนยาวเหยียดถึง ๑๗ กิโลเมตร เพื่อซ่อมเส้นทางบางบัวทอง – สุพรรณบุรี "พี่กู" หรือว่ากูเกิ้ลแมพจึงได้พากระผม/อาตมภาพมุดซ้ายมุดขวาไปเรื่อย

    จากเส้นทางที่ควรจะไปถึงง่าย ๆ ก็กลายเป็นว่าเพิ่มเวลาไปตั้งหลายชั่วโมง โดยที่ไปถึงเวลาเที่ยงครึ่ง ซึ่งความจริงวันเกิดของหลวงพ่อสิงห์โตนั้นเป็นวันพรุ่งนี้ แต่ว่ากระผม/อาตมภาพติดภารกิจในการเดินทางไปไหว้พระที่เมืองจีน จึงต้องขออนุญาตท่านมาในวันนี้ ขนาดนั้นก็ยังมีญาติโยมจำนวนมากมารบกวนท่านอยู่ ทั้งที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนแล้ว

    เมื่อกราบถวายปัจจัยไทยธรรมท่านเรียบร้อย ท่านก็ถวายสิ่งของคืนมาเช่นกัน โดยเฉพาะของสุดท้ายก็ส่งมาให้ พร้อมกับบอกว่า "เอาไปเผื่อลูกศิษย์ด้วย" เรื่องของผีสร้างวัด กระผม/อาตมภาพมองแล้วก็ยังขำ เพราะว่าเป็นไอ้ไข่ ศิษย์วัดเจดีย์นั่นเองก็กราบขอบพระคุณท่านแล้วขอตัวกลับ เพราะว่ายังมีญาติโยมรอท่านอยู่เป็นจำนวนมาก

    ระหว่างที่เดินทางกลับ ก็ยังต้องอ้อมทางอีกตามเคย ในช่วงนั้นน้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งได้เป็นพลขับให้กระผม/อาตมภาพมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว ได้กล่าวว่าดูท่าว่าบุคคลที่จะไม่เอาสายมูอย่างหลวงพ่อจะน้อยลงไปทุกวัน กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่รับโดยดี

    เนื่องเพราะว่าในปัจจุบันนี้ พระพุทธศาสนาของเราค่อนข้างจะสับสนวุ่นวายมาก เพราะว่าแต่เดิมคนไทยของเรานั้นนับถือผี ครั้นมานับถือพระพุทธศาสนาก็ยังอดไม่ได้ที่ต้องเลี้ยวไปหาผีอยู่เสมอ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นบุคคลที่สามารถกลมกลืนเข้ากับทุกสิ่งทุกวัฒนธรรมได้โดยง่าย เมื่อมีศาสนาอื่นเข้ามาก็รับเอาไว้โดยที่ไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรเลย

    แต่กระผม/อาตมภาพนั้นเกรงว่า การที่ไปรับเอาพระพุทธศาสนามหายานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแม่กวนอิม หรือว่าบรรดาเทพเจ้า พระอรหันต์ต่าง ๆ ของจีนก็ดี หรือว่ารับเอาส่วนของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดูเข้ามา อย่างพระพิฆเนศ พระพรหม ตลอดจนกระทั่งเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ก็ตาม จะทำให้กลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป ก็คือสิ่งแปลกปลอมที่สอดแทรกเข้ามาในพระพุทธศาสนา กระผม/อาตมภาพจึงพยายามเลี่ยงเรื่องเหล่านี้อย่างสุดใจขาดดิ้น

    แม้แต่ช่วงที่จตุคามรามเทพโด่งดังคับฟ้า กระผม/อาตมภาพเองแค่เขานิมนต์ไปเสก ก็เจอไปถึง ๓๐ กว่ารุ่นแล้ว กระนั้นก็ตาม ก็ยังไม่ได้สร้างจตุคามรามเทพของตนเอง จนกระทั่งเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนในยุคนั้น ซึ่งก็คือพระสมุห์สมพงษ์ เขมจิตฺโต หรือปัจจุบันก็คือทิดสมพงษ์ มณีรัตน์ ได้ทำการสร้างขึ้นมา ๑ รุ่น แล้วก็นิมนต์กระผม/อาตมภาพเสกเช่นกัน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    กระผม/อาตมภาพเองนั้นไม่ได้รังเกียจจตุคามรามเทพ และได้อาศัยบารมีของท่านมาหลายต่อหลายครั้ง แต่อย่าลืมว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้น ต้องถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่สุด โดยที่มีบาลีว่า

    นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ พุทโธ เม สรณํ วรํ

    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของข้าพเจ้า

    นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ ธมฺโม เม สรณํ วรํ

    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของข้าพเจ้า

    นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ สงฺโฆ เม สรณํ วรํ

    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุดของข้าพเจ้า

    ในเมื่อเป็นดังนี้ แม้แต่จริตนิสัยส่วนตัวของกระผม/อาตมภาพ จะชอบไปทางเครื่องรางของขลังและเวทมนตร์คาถาขนาดไหนก็ตาม แต่ว่าสิ่งหนึ่งประการใดที่กระทำไป ก็จะคำนึงถึงพระพุทธศาสนาโดยส่วนรวม ดังนั้น อะไรที่ยากต่อการอธิบายหรือว่ากำกวม ทำให้ผู้คนหลงผิด คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัยโดยที่แท้จริงแล้วยังไม่ใช่ กระผม/อาตมภาพก็คอยที่จะหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ

    เรื่องพวกนี้นั้น ถ้าหากว่าพระภิกษุสามเณรของเราเคร่งครัดต่อแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็จะรักษาพระพุทธศาสนาของเราเอาไว้ให้มั่นคงยืนยาวได้ แต่ถ้าหากว่าเราเองประพฤติผิดเพี้ยนเสียเอง เราก็จะกลายเป็นสนิมเหล็กที่เกาะกินเหล็กจนผุกร่อน หรือไม่ก็กลายเป็นหนอนที่แทะต้นโพธิ์ หรือว่าต้นไม้ตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งก็คือหลักธรรมะต่าง ๆ จนกระทั่งต้นโพธิ์นั้นผุพังลงไปเอง หรือว่าจนกระทั่งเหล็กนั้นผุพังลงไปเอง กลายเป็นว่าไม่มีใครทำลายพระพุทธศาสนาได้ แต่ว่าบุคคลภายในก็คือพุทธบริษัทนั่นแหละ ที่เป็นผู้ทำลายเสียเอง เป็นต้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 เมษายน 2026
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    การที่เราจะประพฤติปฏิบัติจนกระทั่งเกิดความมั่นคง ยึดคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุดในชีวิตนั้น อย่างน้อย ๆ ท่านทั้งหลายก็ต้องปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา จนได้ระดับหนึ่ง เอาแค่ว่าทรงปฐมฌานละเอียดได้ สามารถที่จะระงับรัก โลภ โกรธ หลง ลงได้ชั่วคราว

    ถ้าลักษณะอย่างนี้ ความสุขเยือกเย็นที่เกิดจากอำนาจสมาธิของการปฏิบัติธรรม เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ท่านใช้ปัญญาพิจารณาต่อไปเพียงเล็กน้อยว่า ในเมื่อตัวเราที่เป็นปุถุชนหนาด้วยกิเลส ปฏิบัติธรรมเบื้องต้น ยังมีความสุขเยือกเย็นถึงขนาดนี้ แล้วท่านที่สามารถปฏิบัติได้มากกว่านี้ จะมีความสุขสักเท่าไร ?

    แล้วต่อให้ทรงฌาน ๔ สมาบัติ ๘ ได้ ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะพ้นอบายภูมิ

    แล้วพระโสดาบันที่พ้นอบายภูมิอย่างแน่นอนแล้ว จะมีความสุขสักเพียงไร ?

    พระสกทาคามีที่ระงับรัก โลภ โกรธ หลง ลงได้เกือบจะสนิทแล้ว จะมีความสุขยิ่งกว่าเพียงไร ?

    พระอนาคามีที่ไม่ต้องลงมาเวียนว่ายตายเกิดในกองทุกข์ รออยู่บนสุทธาวาสพรหมว่าเมื่อไรจะบรรลุเข้าสู่พระนิพพาน ท่านจะยิ่งมีความสุขเพียงไร ?

    แล้วพระอรหันต์ที่พ้นจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในกองทุกข์อีก จะมีความสุขเพียงไร ?

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นจอมแห่งพระอรหันต์ รู้รอบรู้จริงทุกเรื่อง และนำสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นมาสอนเราให้พ้นจากกองทุกข์ ท่านจะมีความสุขเพียงไร ?

    ถ้ารู้จักใช้ปัญญาเพียงเล็กน้อย ก็จะเห็นคุณของพระรัตนตรัยที่ยิ่งใหญ่ไพศาล หาสิ่งใดเปรียบไม่ได้ ท่านก็จะยึดเอาคุณพระรัตนตรัยเหล่านี้มาทดแทนทุกสิ่งที่เป็นของภายนอก ไม่ยั่งยืน เมื่อทบทวนศีลของตนเองให้บริสุทธิ์ และตั้งความหวังว่าตายแล้วเราจะไปพระนิพพาน ถ้าทำได้ดังนี้ ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์ได้มากน้อยตามลำดับที่ท่านทำได้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้


    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...