เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 5 กันยายน 2026 at 18:25.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,042
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,236
    ค่าพลัง:
    +27,004
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,042
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,236
    ค่าพลัง:
    +27,004
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเมีย ปกติแล้วในวันพระทางวัดท่าขนุนจะงดการบิณฑบาต แต่ว่าวันนี้ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งทางชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุนมีโครงการ "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" กระผม/อาตมภาพจึงต้องนำพระภิกษุวัดท่าขนุน จำนวน ๒๒ รูป ซึ่งไม่ติดหน้าที่เวรยามและงานประจำ ออกรับบิณฑบาตจากประชาชนและนักท่องเที่ยว

    เมื่อเสร็จแล้วจึงได้กลับมาเตรียมเข้าสู่งานวันพระต่อไป ซึ่งวันนี้ นอกจากการทำบุญใส่บาตร เจริญพระพุทธมนต์แล้ว ยังมีการแสดงพระธรรมเทศนาโดย "หลวงตาอ่อง" (พระอ่อง ทีฆายุโก) ซึ่งเป็นพระภิกษุรูปเดียวที่กระผม/อาตมภาพเรียกให้มาบวช เนื่องเพราะว่าตอนนั้นอายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว ลูกหลานก็ยังบังคับให้ทำงาน เพื่อเอาเงินมาผ่อนรถผ่อนโทรศัพท์ให้กับตนเอง..!

    กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "พอได้แล้วตาอ่อง..เรื่องทางโลกทำมาเยอะแล้ว มาหาบุญใส่ตัวบ้าง" ตาอ่องจึงได้ทิ้งงานมาบวชด้วยความยินดีปรีดา แล้วบรรดาลูก ๆ ก็ไม่กล้าหือกับหลวงพ่อเล็กเสียด้วย เนื่องเพราะว่าสมัยที่บวชเณรบวชชีอยู่ โดนฟาดตูดลายไปทุกคน..! จึงได้แต่ทำตาปริบ ๆ ปล่อยให้พ่อบวชมาได้ ๑๑ พรรษาแล้ว

    ปีนี้ "หลวงตาอ่อง" อายุ ๘๕ ปี เป็นพระรูปเดียวในวัดท่าขนุน ที่กระผม/อาตมภาพอนุญาตให้แสดงพระธรรมเทศนาเป็นภาษามอญได้ เนื่องเพราะว่า "หลวงตาอ่อง" ไม่รู้จักภาษาไทย แต่ว่าท่านเองก็พยายามเรียน พยายามสอบ จนกระทั่งจบนักธรรมชั้นเอก ด้วยวิธีการไปขอร้องพระลูกพระหลาน ให้ช่วยอ่านบาลีและภาษาไทยให้ฟัง จากนั้นก็เขียนเป็นภาษามอญไว้ท่องจำ

    เมื่อถึงเวลาไปสอบ กระผม/อาตมภาพจึงต้องขอร้องกรรมการคุมห้องสอบว่า "มาช่วยนั่งเขียนแทนที หลวงตาท่านจะตอบเป็นภาษาไทยให้" ซึ่งกรรมการทั้งหลายพอทราบความจำเป็นก็ลงมานั่งเขียนให้จริง ๆ..!

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจึงสามารถสอบจนได้นักธรรมชั้นเอก แล้วในขณะเดียวกัน เมื่อถึงเวลาจะแสดงพระธรรมเทศนา ท่านก็ยังไปขอร้องพระลูกพระหลาน ให้บอกวิธีบอกศักราช การขึ้นนะโม ขึ้นอุเทศ ตลอดจนกระทั่งการสรุปจบเป็นภาษาบาลี แล้วท่านก็ลอกแบบเอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็บอกศักราชและขึ้นอุเทศเป็นภาษาบาลี จากนั้นก็ได้เทศน์เป็นภาษามอญ แล้วสรุปจบและให้พรเป็นภาษาบาลี..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,042
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,236
    ค่าพลัง:
    +27,004
    "หลวงตาอ่อง" เป็นพระหลวงตาตัวอย่างของวัดท่าขนุน น่าจะเป็นลูกหลาน "พระราธเถระ" มาเกิด เป็นผู้ว่านอนสอนง่าย และใฝ่รู้ในทุกเรื่อง แม้ว่าอายุจะมากแล้ว กระผม/อาตมภาพบอกว่า "หลวงตา..พยายามเดินเอาไว้ ถ้าไม่เดิน มีหวังได้ติดเตียงแน่ ๆ หลวงตาไม่ต้องบิณฑบาต ไม่ต้องอยู่เวร ถึงเวลามาเดินออกกำลังให้เขาเห็น พวกขโมยก็ไม่กล้ามาขโมยของแล้ว เพราะเห็นว่ามีคนอยู่" ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าชื่นใจและน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อร่วมงานบุญวันพระเสร็จเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ต้องขอสัตตาหะฯ เร่งเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพราะว่ารับฎีกาหลวงใช้พัดยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานผ้าไตรหลัก ๑ ไตร และไตรสมทบอีก ๑๖๗ ไตร ในโอกาสฉลองศาลาใหม่ของ "คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม" ที่วัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

    เมื่อกระผม/อาตมภาพไปถึง หาที่จอดรถได้แล้ว ก็ถือพัดยศซึ่งเท่มาก เพราะว่าเป็นพัดพระครูสัญญาบัตรเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งปัจจุบันนี้ พระครูกลายเป็นของหายาก เพราะว่าเจ้าคุณมีเป็นว่าเล่น แล้วยังเป็นพัดสีขาว ซึ่งหายากหาเย็นกว่าพัดพระครูปกติหลายเท่าอีกด้วย..!

    "ดร.ท่านเจ้าคุณสายรุ้ง" พอเห็นก็พุ่งปราดเข้ามาหา รีบรับพัดยศมาก่อน บอกว่า "ไปพักที่กุฏิของเกล้าฯ ก่อนดีกว่าครับ" ซึ่งท่านเจ้าคุณสายรุ้งนี้ ท่านเป็นบุคคลที่ประกอบด้วยอปจายนมัย ไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นเจ้าคุณชั้นราชที่ "พระราชวินัยวชิรเมธี" เจ้าคณะแขวงบางพลัด (ธ) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เพราะว่าทำตัวเป็นเด็กรุ่นหลังกับกระผม/อาตมภาพอยู่เสมอ จึงได้บอกกับท่านว่า "ผมมาปลุกเสกครั้งแรกท่านเป็นเจ้าคุณศรีฯ มาปลุกเสกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นเจ้าคุณราชฯ มางานนี้ต้องเป็นเจ้าคุณเทพฯ นะครับ" เล่นเอาอีกฝ่ายหัวเราะหน้าแดง บอกว่า "ถ้าหลวงพ่อเมตตาก็ยินดีรับไว้ครับ"

    เมื่อเข้าไปถึงในที่พัก ก็เห็น "ครูบากฤษดา สุเมโธ - พระครูสุเมธธรรมวัฒน์" วัดสันพระเจ้าแดง กำลังโดนญาติโยมมะรุมมะตุ้มอยู่ แล้วญาติโยมก็รีบควักหน้ากากอนามัยมาถวายให้กระผม/อาตมภาพใส่ด้วย บอกว่า "เป็นช่วงที่โควิดระบาดหนัก" กระผม/อาตมภาพจึงต้องใส่หน้ากากเอาไว้ตามใจทุกคน
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,042
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,236
    ค่าพลัง:
    +27,004
    จนกระทั่งได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็มานิมนต์เพื่อไปเข้าสู่สถานที่ปลุกเสกวัตถุมงคล กระผม/อาตมภาพกราบ "พระเดชพระคุณหลวงปู่เจ้าคุณทองดี" - พระพรหมวัชรสุทธาจารย์ (ทองดี ฐิตายุโก) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม กราบ "หลวงปู่พระญานวิเศษ วิ." (หลวงปู่สุพรรณ กนโก) เจ้าอาวาสวัดซำตาโตง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งท่านก็อายุ ๙๐ กว่าปีแล้วเช่นกัน

    เมื่อนั่งเข้าที่ได้ครู่หนึ่ง "หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์" - พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามก็มาถึง ความจริงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนเป็นเจ้าคุณชั้นราชที่ "พระราชวชิรรัตนรังษี" แต่เนื่องจากว่ายังไม่ได้รับพระราชทานพัดยศ จึงต้องใช้ราชทินนามเดิมไปก่อน

    สักครู่ใหญ่ "พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี" (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ. ๖) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานในพิธีก็มาถึง เดินทักทายพระเกจิอาจารย์ทีละรูป เมื่อมาถึงกระผม/อาตมภาพ ก็บอกว่า "เป็นเจ้าคุณกับเขาได้แล้ว" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "อนุโมทนากับท่านเจ้าประคุณครับ" แล้วก็ได้แต่นึกในใจว่า "ลับหลังไปแล้ว จำกระผมได้ก็พอ..!"

    จากนั้นก็เป็นพิธีกรรมพิธีการตามปกติ ก็คือมีการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดย "หลวงปู่เจ้าคุณทองดี" ตามมาด้วยประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนหน้ารูปหล่อ "คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม" "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จหนกลาง" เจิมและจุดเทียนชัย จากนั้นก็เข้าที่ภาวนา
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,042
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,236
    ค่าพลัง:
    +27,004
    กระผม/อาตมภาพกำหนดจิตบอก "คุณแม่บุญเรือน" ว่า "แม่เสกรูปตัวเองแล้วกันนะครับ" ท่านบอกว่า "ช่วยเมตตาสงเคราะห์ขอบารมีพระให้อิฉันด้วยเถิด" กระผม/อาตมภาพจึงกราบขอบารมี "หลวงพ่อพุทโธคลัง" ซึ่งเป็นประธานอยู่ในพิธี เล่นเอาคุณแม่บุญเรือนยืนประนมมือทำตาปริบ ๆ เนื่องเพราะว่า "พระพุทโธคลัง" ก็คือพระที่คุณแม่บุญเรือนสร้าง และมีความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง

    เพียงแต่ว่าสร้างเป็นพระพุทธรูปแล้ว เราจะนึกถึงพระพุทธเจ้าพระองค์ไหนก็อยู่ที่เราเอง "คุณแม่บุญเรือน" ยืนอยู่ที่มุมศาลา ร่างกายสว่างขาวเจิดจ้ามาก อยู่ร่วมพิธีจนกระทั่งเสร็จสรรพ กระผม/อาตมภาพทำน้ำมนต์พรมรอบพิธีเสร็จพอดีกับพระมหานาคเสร็จจากการสวดเรียบร้อย

    ทางด้านพิธีกรนิมนต์ "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ" พรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชา หลายท่านที่ไม่รู้อาจจะคิดว่ากระผม/อาตมภาพไม่รู้เด็ก ไม่รู้ผู้ใหญ่ ไปพรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชาก่อนผู้บังคับบัญชาสูงสุด หรือประธานในพิธี แต่ความจริงแล้ว กระผม/อาตมภาพถือตามแบบโบราณ ก็คือว่าถ้าผู้ใหญ่ทำอะไรแล้ว เราไม่ควรที่จะไปทับรอย เนื่องเพราะว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความไม่เคารพ จึงจำเป็นที่จะต้องทำก่อน หลังจากนั้นแล้วท่านทับลงมา ก็เป็นอันว่าเหมาะสมตรงตามโบราณทุกประการ

    เมื่อรับปัจจัยไทยธรรมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องฝ่ารถติด กลับเข้าสู่ที่พัก เพื่อพรุ่งนี้จะได้ไปประกอบกิจการงานตามหน้าที่ของตนเองอีกต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...