เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 11 ตุลาคม 2026 เวลา 19:43.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะเมีย ถ้าตามประเพณีของเราก็คือเป็นวันสารทไทย ซึ่งสมัยก่อนจะเป็นช่วงที่มีความสนุกสนานกันมากเป็นพิเศษ เพราะว่าจะมีการกวนกระยาสารทกัน

    เหตุที่สนุกสนานก็เพราะว่า สมัยก่อนเขาไม่ยอมให้ลูกสาวไปพบปะกับผู้ชายได้ง่าย ๆ บ้านไหนลูกสาวสวย ก็มีคนแห่กันมาช่วยกวนกระยาสารท ช่วยผ่ามะพร้าว ขูดมะพร้าวกันเต็มบ้านไปหมด แต่ละคนก็พยายามแสดงความสามารถส่วนที่ดีที่สุดของตนเองออกมา เพื่อให้ฝ่ายผู้หญิงชอบใจ ถึงเวลาถ้ามาขอสู่ เขาจะได้ไม่ปฏิเสธ

    ส่วนในเรื่องของกระยาสารทนั้น บ้านไหนรวยหรือจนก็จะดูตอนที่กระยาสารททำเสร็จแล้ว บ้านที่รวยก็ประเดประดังใส่เครื่องไปเต็มที่ โดยเฉพาะพวกถั่วลิสง พวกงา พวกอะไรเหล่านั้น ตลอดจนกระทั่งน้ำตาล เสร็จแล้วตักใส่ถาด ตบเป็นแผ่นแล้วขว้างใส่ข้างฝายังไม่แตกเลย..!

    ส่วนบ้านจน ๆ ก็ประหยัด ใส่น้ำตาลแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น กระยาสารทหยิบขึ้นมาโปรยเล่นเป็นเม็ด ๆ ได้เลย..! แต่ก็น่าจะเหมาะกับสมัยนี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานกันมาก กระยาสารทประหยัดน้ำตาลของบรรดาผู้ที่ฐานะน้อย ก็เลยกินแล้วน้ำตาลไม่ค่อยจะขึ้น..!

    ส่วนงานสารทเดือน ๑๐ นั้น ถ้าหากว่าจะเอาที่ยิ่งใหญ่เลย ก็ต้องเป็นงานสารทเดือน ๑๐ ของทางปักษ์ใต้ เพราะว่าเขามีการจัดสำรับที่เรียกเป็นภาษาใต้ว่า "หมฺรับ" เอาไว้ถวายพระ โดยเฉพาะจะมีขนมสำคัญก็คือพวกขนมพอง ขนมลา โดยเฉพาะขนมลานั้นจะเป็นเส้น ๆ เท่ากับเส้นด้าย เพราะเชื่อว่าเปรตนั้นมีปากเท่ารูเข็ม จึงต้องทำขนมที่
    เล็กพอจะใส่ปากให้เปรตกินได้ ไม่อย่างนั้นพวกเปรตเขาก็ไม่สามารถที่จะกินอาหารพวกนี้ได้เลย

    แล้วก็เป็นเรื่องแปลกที่ว่า สารทจีนก็มีการเลี้ยงผีเลี้ยงเปรตพวกนี้เหมือนกัน ส่วนบ้านใครอยู่ภาคอีสาน หรือว่าประเทศลาว เขาก็จะมี "งานบุญข้าวประดับดิน" ซึ่งมาแปลกตรงที่ว่าไปตรงกับสารทจีน แล้วก็เฉียดกับสารทไทย แปลว่าระยะเวลานั้นใกล้เคียงกันมาก..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เราจะเห็นได้ว่า แต่ละชาติแต่ละภาษามักจะมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ รู้เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ได้ แล้วก็จัดประเพณีต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ก็คือญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว กลายเป็นเปรตบ้าง อสุรกายบ้าง อด ๆ อยาก ๆ อยู่ โดยเฉพาะครอบครัวของกระผม/อาตมภาพที่เป็นลูกคนจีน ก็จะมีการเลี้ยงพวกทั้งหลายเหล่านี้ ที่ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า "ห่อเฮียตี๋" ก็คือ พี่น้องอันประเสริฐ

    พอถึงเวลาผู้ใหญ่ทำข้าวปลาอาหารเสร็จเรียบร้อย วางไว้บนเสื่อที่กลางแจ้ง ก็ให้พวกกระผม/อาตมภาพนี่แหละ จุดธูปคนละกำใหญ่ ๆ เดินไป ๔ ทิศ ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้ แล้วก็ปักธูปเชิญท่านทั้งหลายเหล่านี้มา เพื่อที่จะมากินอาหาร ซึ่งปีหนึ่งก็คงจะมีโอกาสกินได้เต็มที่อย่างนี้ครั้งเดียวเท่านั้น..!

    เนื่องเพราะว่าพวกเปรตพวกอสุรกายเขามีกฎเกณฑ์ของเขาอยู่ ถ้าไม่ใช่ของเหลือของทิ้ง ก็ต้องเป็นของที่เจ้าของอนุญาตเท่านั้น ถึงจะมองเห็นและกินได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ถึงมองเห็น ถ้าคิดจะกินก็หายไปดื้อ ๆ เหมือนกัน เพราะว่าไม่ใช่สิทธิของตัวเองที่โดนลงโทษอยู่ พวกกระผม/อาตมภาพเห็นพวกนี้มารุมกินกันมืดฟ้ามัวดินตั้งแต่เด็ก บางทีก็ไข้จับไปเลย แล้วก็คิดว่าทุกคนเห็นเหมือน ๆ กัน โดยที่ไม่รู้หรอกว่าที่ถ่างตาเห็นกันอยู่มีแค่สองคนเท่านั้น..!

    ที่ทางปักษ์ใต้เขาจัดอาหารสำหรับเปรตที่ปากเท่ารูเข็มนั้น ความจริงเปรตมีนับสิบ ๆ จำพวก นอกจากสูจิมุขาเปรตที่ปากเท่ารูเข็มแล้ว ยังมีสารพัดเปรตอีก สมัยพวกกระผม/อาตมภาพเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ก็จะบอกว่า "ถ้าด่าพ่อ ด่าแม่ ด่าผู้มีพระคุณ จะไปเกิดเป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม กินอะไรไม่ได้นอกจากเสลด หรือน้ำเลือดน้ำหนองเท่านั้น ถ้าใครตีพ่อ ตีแม่ ตีผู้มีพระคุณ ก็จะเกิดเป็นเปรตมือใหญ่เท่าใบตาล" เป็นอะไรที่เด็ก ๆ รุ่นของกระผม/อาตมภาพกลัวกันมาก เนื่องเพราะว่าเคยเห็นอีกต่างหากว่าพวกนี้มีจริง ๆ..!

    เพราะว่ากระผม/อาตมภาพกับ "พระครูแสง" (พระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล) น้องชายนั้น เห็นผีกันมาตั้งแต่รู้ความ ก็คือพอตื่นขึ้นมากลางดึก ก็จะมีผู้ชายล่ำสันสูงใหญ่ หุ่นอย่างกับนักมวยปล้ำ ตัวดำปี๋ นุ่งแดงใส่แดง มีผ้าแดงคาดหัว มานอนคั่นกลางอยู่ พอมองไปไม่เห็นน้องชาย
    กระผม/อาตมภาพก็ร้องไห้ว่าน้องหายไปไหน เพราะว่าเขานอนขวางอยู่ บังจนมองไม่เห็นกัน..!

    ร้องไปร้องมา ผู้ใหญ่ตื่นขึ้นมา พอเดินมาถึงไอ้เจ้านั่นหายวับไป
    กระผม/อาตมภาพก็โดนไม้..! ข้อหาแหกปากร้องไม่เป็นเวล่ำเวลา มาตอนหลังรู้เข้า ถามว่า "เสือกทะลึ่งมาทำอะไรทุกคืน ?" เขาบอกว่า "มาช่วยดูแลความปลอดภัย" แต่ช่วยให้กระผม/อาตมภาพโดนไม้มากกว่า..! จึงเป็นอะไรที่แปลกมากว่า ไม่ว่าจะไทย จะจีน หรือว่าลาว ต่างก็มีคนรู้เรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะเรื่องของบรรดาผีตายอดตายอยากต่าง ๆ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    แม้กระทั่ง "หลวงปู่ปาน" วัดบางนมโคก็เคยจัดเลี้ยงผีพวกนี้ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ" เคยเล่าให้ฟังว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง "หลวงปู่ปาน" แจ้งกับชาวบ้านว่า ให้จัดข้าวปลาอาหารพวกขนมจีนน้ำยา เอามาวัดสักหาบสองหาบ ท่านจะเลี้ยงเจ้าพวกนี้หน่อย เพราะว่าอดอยากน่าสงสาร ชาวบ้านเขาให้ความเคารพ "หลวงปู่ปาน" มาก ถึงเวลาขอมาก็จัดให้

    พอเอาพวกขนมจีนน้ำยาต่าง ๆ จัดวางเรียบร้อยแล้ว ท่านบอกว่าหลวงปู่ปานให้จุดธูปปักพื้น เท่านั้นแหละ มืดฟ้ามัวฝนไปหมด ลมพัดกรูเกรียวกันเข้ามา หลวงปู่ปานท่านบอกว่าถ้าใครกลัวก็หลับตาไว้ ปรากฏว่าถึงหลับตา แต่ก็ได้ยินเสียงคนกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยมาก เสียงจานเสียงช้อนกระทบกัน

    พอลืมตาขึ้นมาปรากฏว่า ข้าวปลาอาหารหมดเกลี้ยง เหลือแต่หม้อไหถ้วยชามเลอะเทอะอยู่ตรงนั้นเอง..! ต้องเป็นพระระดับ "หลวงปู่ปาน" เท่านั้น ที่สามารถทำสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้เป็นนามธรรม และสามารถทำสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ จึงสามารถจัดงานแบบนั้นได้

    โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ของท่านก็คือ "หลวงปู่พริ้ง" วัดบางปะกอก สอนอสุภกรรมฐาน ๑๐ อย่างให้กับ "หลวงปู่ปาน" วัดบางนมโค

    หลวงพ่อฤๅษีฯเล่าว่า หลวงปู่พริ้งสามารถที่จะกำหนดให้ซากศพโผล่ขึ้นมาตรงหน้าเป็นตัว ๆ ได้เลย สี กลิ่น รส ทุกอย่างมาพร้อม..! พูดง่าย ๆ ว่าฝึกอสุภกรรมฐานโดยไม่ต้องเสียเวลาไปป่าช้า ท่านสามารถกำหนดนามธรรมขึ้นมาเป็นรูปให้จับได้ต้องได้ ทั้งสีทั้งกลิ่นมีครบ แล้ว "หลวงปู่ปาน" ท่านก็น่าจะทำได้ประเภทเดียวกัน ถึงจัดเลี้ยงอาหารพวกนี้ได้
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,253
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,273
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เนื่องเพราะว่าตามที่กระผม/อาตมภาพเจอมาเองนั้น เห็นพวกนี้รุมกินอาหารอยู่ ตอนที่พวกเขาอยู่ก็คือกินหมดเกลี้ยงจริง ๆ แต่พอถึงเวลาพอสมควร มีการจุดประทัดขับไล่พวกนี้ไปแล้ว ปรากฏว่าข้าวปลาอาหารยังอยู่ครบถ้วน แต่พอลองกินดู รสชาติไม่เอาอ่าวเลย จืดชืดไม่มีรส มารู้ทีหลังว่าส่วนที่เป็นนามธรรม หรือที่เราเรียกว่า "โอชา" คือรสอาหารนั้น โดนพวกนี้กินไปหมดแล้ว ที่เหลือเป็นแค่เปลือกเท่านั้น..!

    ตอนแรกพวกกระผม/อาตมภาพยังไม่เข้าใจ ก็คิดว่าเป็นเพราะอาหารนี้ทำทิ้งไว้กลางแจ้งนานเกินไป รสชาติก็เลยไม่มี มารู้ทีหลังว่าเจ้าพวกนี้กินส่วนที่เป็นรสไปหมด แต่ตอนที่เห็นเขากินคือเขากินหมดจริง ๆ แต่พอถึงเวลากลับเหลือในส่วนที่เป็นรูปให้เราจับได้ต้องได้ เอาไปกินต่อได้ แต่ไม่มีรสไม่มีชาติเท่านั้นเอง..!

    จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายที่ต้องคิดว่า ประเพณีบางอย่างเป็นการทำตามกันไปเรื่อย ๆ โดยโง่เขลา ไม่มีความรู้ความจริงอะไรเลย หรือว่าความจริงแล้วคนโบราณฉลาดกว่าเรามาก ถึงขนาดมีวันเวลาที่เหมาะสมในการเลี้ยงพวกที่เรามองด้วยสายตาทั่วไปไม่เห็นอย่างนี้ด้วย..!

    จึงขอให้ทุกท่านสำนึกว่า
    รอบตัวของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นผี เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นเทวดา เป็นนางฟ้า มีมากมายเต็มไปหมด เพียงแต่เขาอยู่ในโลกที่ซ้อนทับกับพวกเราเท่านั้น ดังนั้น..การกระทำอะไรของเราทุกอย่าง อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้ แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสว่า "นตฺถิ โลเก รโห นาม" ขึ้นชื่อว่าที่ลับไม่มีในโลก เนื่องเพราะว่าตัวเราไม่เห็น คนอื่นไม่เห็น แต่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เขาเห็นเป็นปกติ เพียงแต่ว่าเขาจะสนใจหรือว่าเราจะรู้หรือไม่เท่านั้นเอง..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...