วัตถุมงคลทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 9 คน ( สมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 7 คน )
  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791727506337.jpg

    ประสบการณ์เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า เหรียญเอ็m16 ประสบการณ์เหรียญเอ็ม16 เป็นเหรียญขลังศักดิ์สิทธิ์ ดังสุดๆและมีประสบการณ์มากอีกรุ่นหนึ่งของหลวงปู่จ่าง หลวงปู่เคยเล่าให้ฟังว่า ได้เคยแจกเหรียญรุ่นนี้ให้ลูกศิษย์และญาติโยมพวกรถไฟ คนทางเหนือไปบูชา ต่อมาพวกเขาได้ทดลองยิjกัน เขามาเล่าให้ฟังที่วัดว่าเอาเหรียญรุ่นนี้ไปแขวนไว้ที่หัวรถไฟซึ่งจอดอยู่ที่เชียงใหม่ คนยิงเป็นตำรวจ ต่อมาได้ทดลองยิงกันหลายนัด แต่ยิงไม่ออกสักนัด เห็นเขาบอกว่า ใช้ปืนเอ็m16 ในการทดลองยิjถึง 3 ครั้ง ต่อมานายสถานีรู้เรื่องจึงขอเช่าต่อจากเจ้าของเหรียญ แต่เจ้าของไม่ยอมให้ ได้แต่บอกว่าให้ไม่ได้ ถ้าให้ไปแล้วถ้าหลวงปู่รู้เรื่องจะต่อว่าเอาได้ เพราะเป็นคนไปรับกับมือหลวงปู่ แล้วเมื่อไรจะมีโอกาสได้ไปกราบนมัสการท่านอีก เมื่อนายสถานีได้ยินอย่างนั้นจึงหมดสิทธิ์ และเจ้าของเหรียญก็รอดตัวไปเมื่อหลวงปู่จ่างได้ยินอย่างนั้น ด้วยเหตุนี้จึงเรียกรุ่นนี้ตามที่มีประสบการณ์ ครั้งแรก ว่า เหรียญรุ่น เอ็m 16

    หลวงปู่จ่างเป็นที่เคารพนับถือและยอมรับว่าเก่งจริงเรื่องกรรมฐานและวิทยาคมในศิษย์สายหลวงปู่ทองสุข วัดโตนดหลวง
    ท่านเป็นศิษย์อาวุโสของ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ในสายนี้ยอมรับกันว่า ท่านเป็นศิษย์ยุคต้นๆตัวจริง แม้แต่หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง ยังเคารพนับถือท่านมาก
    พระเครื่องของท่านทุกอย่าง มีการลงธาตุอภิญญาทั้ง4 หนุนด้วยรังสีประจำธาตุธาตุ พุทธคุณจึงสุดยอดครบเครื่องทุกๆด้าน แล้วแต่จะอธิฐาน

    ภาพบูรพาจารย์ที่ถ่ายทอดกรรมฐานและวิทยาคมให้กับหลวงปู่จ่าง หรือพระครูสุนทรวชิรเวท
    ระครูสุนทรวชิรเวท ( ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญในด้านสรรพเวทวิทยาคมอันเข้มลัง ) หรือหลวงปู่จ่าง ท่านเป็นได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมและกรรมฐานจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นกันหลายรูป ดังนี้
    1. หลวงพ่อฉิม วัดท่าคอย ( พระอุปัชฌาย์ ) ได้ถ่ายทอดวิปัสสนากรรมฐานรวมทั้งวิชาอาคมทางด้านคงกระพันชาตรี ตะกรุดสาริกา ลูกอม และตะกรุดโทน
    2.หลวงปู่ทองสุข วัดโตนดหลวง ได้ถ่ายทอดวิทยาคมทางด้านคงกระพันชาตรี มหาอุด ยันต์นะปัดตลอด
    และวิปัสสนากรรมฐาน
    3.หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ได้ถ่ายทอดวิชาตะกรุดพิสมร และวิชาคงพันชาตรี
    4.หลวงพ่อผิน วัดโพธิ์กรุ ได้ถ่ายทอดวิชาคงกระพันชาตรี
    5.หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ได้ถ่ายทอดวิปัสสนากรรมฐานและวิชาอาคม
    6.หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม ( พระกรรมวาจารจารย์ ) ไ้ด้ถ่ายทอดวิชาทางด้านเมตตามหานิยม
    7.หลวงพ่อเจิม วัดกุฎิทอง ได้ถ่ายทอดวิชาทางด้านเมตตามหานิยม
    นอกจากครูบาอาจารย์ที่เป็นพระสงฆ์แล้ว ท่านยังได้เรียนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากอาจารย์ที่เป็นคฤัสถ์ อีกหลายท่าน อาทิเช่น อาจารย์ต่อ อาจารย์นิยม เป็นต้น
    หลวงปู่จ่าง ท่านมีสหธรรมมิกและได้แลกเปลี่ยนวิชาอาคม ความรู้ ไปมาหาสู่กันหลายรูป อาทิเช่น
    หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง หลวงพ่อเทพ วัดถ้ำรงค์ หลวงพ่อพาน วัดโป่งกระสังข์ หลวงพ่อนิ่ม
    วัดเขาน้อย หลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง เป็นต้น

    ที่มาเว็บจีพระ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    วันพุธที่ 12 ก.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี ชาตกาล “พระครูสุนทรวชิรเวช” หรือ “หลวงพ่อจ่าง อเชยโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร (โค้งข่อย) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

    มีความชำนาญด้านการรักษาโรคกระดูกเป็นเกจิเจ้าตำรับเครื่องราง ตะกรุดคำหมาก...

    เกิดในตระกูลเปี่ยมศรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2451 เวลาประมาณ 6 โมงเข้า ที่บ้านท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน บิดา-มารดาชื่อ นายหล่ำ และนางส่วน เปี่ยมศรี

    วัยเด็กเล่าเรียนหนังสือพออ่านออก เขียนได้ มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนโยน

    ช่วยทางบ้านประกอบสัมมาชีพเป็นกำลังสำคัญ จนอายุ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่ วัดท่าคอย โดยมีเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม และหลวงพ่อหอม วัดท่ามะเกลือ เป็นคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อเชยโย...

    เล่าเรียนอักขระภาษาไทย ภาษาขอม ตลอดทั้งพระปริยัติธรรม ท่องบทสวดมนต์ อันได้แก่ มูลกัจจายนะ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ปาฏิโมกข์สัททสังคหสูตรตามสมัยนิยมจนจบ และวิชาแพทย์แผนโบราณจนเชี่ยวชาญ

    ศึกษาวิทยาคมต่างๆ จากเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์เลื่องชื่อรูปหนึ่งของ จ.เพชรบุรี

    พรรษาที่ 3 เริ่มออกธุดงค์เพื่อบำเพ็ญเพียรและฝึกสมาธิให้กล้าแข็ง โดยท่องไปยังสถานที่สำคัญ เช่น กาญจนบุรี จ.ตาก และข้ามไปยังประเทศพม่า ก่อนกลับเข้ามาทาง จ.เชียงราย เชียงใหม่

    เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพ และพระพุทธบาทสี่รอย (พระบาทรังรุ้ง) ถึง 2 ครั้ง

    ระหว่างธุดงค์ยังศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชาอาคมกับพระอาจารย์หลายรูป และเมื่อกลับมาวัดท่าคอย ได้ศึกษาวิชาจากพระคณาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น อาทิ เจ้าอธิการฉิม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่ทองสุข วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อผิน วัดโพธิ์กรุ, หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม, หลวงพ่อเจิม วัดกุฎีทอง ฯลฯ

    นอกจากนี้ ยังมีอาจารย์ที่เป็นฆราวาส ผู้เชี่ยวชาญในสรรพวิชาอีกหลายท่าน

    พ.ศ.2495 ขณะมีอายุ 45 ปี พรรษา 25 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า “วัดโค้งข่อย”

    ต่อมามีการสร้างเขื่อนเพชรบุรี เพื่อกันน้ำบริเวณเหนือวัด จึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเขื่อนเพชร จนถึงปัจจุบัน

    สมัยก่อนสภาพวัดเขื่อนเพชรทรุดโทรม หลวงพ่อจ่างใช้เงินจากมรดกส่วนตัวเป็นทุนบูรณะพัฒนาสิ่งก่อสร้าง ศาสนสถาน ทั้งด้านการซ่อมแซมของเก่า และสร้างถาวรวัตถุ เพิ่มเติม

    ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล ท่าคอย และเจ้าคณะอำเภอท่ายาง ตามลำดับ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูสุนทรวชิรเวช”

    เป็นพระที่มีอัธยาศัยไมตรี เปี่ยมไปด้วยความเมตตา และบำเพ็ญทานบารมีเป็นที่ตั้ง อีกทั้งเคร่งครัดในพระธรรมวินัย งดงามในศีลาจารวัตร

    สิ่งที่โดดเด่นของท่านคือ ความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะการรักษาโรคกระดูกแตก กระดูกหัก...
    เมื่อครั้ง อ.ท่ายางยังไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอ วัดเขื่อนเพชรเป็นศูนย์รวมของผู้ป่วยทุกชนิด ตั้งแต่โรคทางกายและผู้ที่ถูกคุณไสยเข้าสิง มารับการรักษา

    เป็นหมอใหญ่ช่วยเยียวยาชีวิตผู้คนไว้มากมาย สงเคราะห์อย่างเสมอภาคกับผู้ป่วยทุกคน ไม่เรียกร้องเงินทอง แถมยังจัดหาที่พักและอาหารให้ทุกมื้อ

    วิชาที่เลื่องลือคือ “วิชาสมานกระดูก”

    ท่านเก่งมากในเรื่องกระดูก กระดูกหักมาให้ท่านรักษาด้วยการใช้น้ำมนต์ทา เข้าเฝือกให้ ปัดด้วยมนต์คาถา ทำให้กระดูกที่แตกหักประสานติดกัน

    เส้นยืด เส้นตึง อัมพฤกษ์ ท่านรักษาได้หายขาด

    เป็นแพทย์แผนโบราณ ใช้สมุนไพรไทยกับวิทยาคมรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับญาติโยมทั่วไป

    นอกจากนี้ ยังเชี่ยวชาญในพิธีสวดบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย ขับไล่สิ่งไม่ดี เสริมดวงชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งโชคลาภ แก่ชีวิตครอบครัว ที่ได้รับความศรัทธาจากลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมาก

    มรณภาพด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2545 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

    ที่มาเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสงบครับ

    เหรียญเม็ดแตง M16 หลวงปู่จ่างวัดเขื่อนเพชร รุ่นประสบการณ์ ....ในงบประมาณ สบายๆ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20261011_210611.jpg IMG_20261011_210634.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791722289291.jpg FB_IMG_1791722291669.jpg

    อาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ ฆราวาสผู้ทรงคุณอันวิเศษ

    อาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ เกิดเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๗๗ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ครับ ท่านเป็นบุตรแฝดคนสุดท้องของคุณพ่อสิน-คุณแม่แดง แขวัฒนะ
    อาจารย์บุญเพ็ญ เริ่มรับราชการที่กรมตำรวจเมื่อ ๓ มกราคม ๒๕๐๔ ตำแหน่งสุดท้ายได้รับพระราชทานยศเป็น พ.ต.อ.(พิเศษ) ตำแหน่ง รอง ผบก.(กอ.รมน.) กพ. ทำหน้าที่นายตำรวจปฏิบัติราชการพิเศษ กอ.รมน. ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๑ ท่านได้เริ่มบุกเบิกสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ที่บ้านลาดหญ้า ฝั่งธนบุรี โดยท่านได้รักษาคนเจ็บไข้และทุกข์ร้อนสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ยกเว้นวันพระ
    ในปี ๒๕๑๙ ท่านได้ปิดสำนัก และมาเปิดใหม่ที่ลาดพร้าวและที่บ้านถนนวิภาวดีรังสิต

    ลูกศิษย์รุ่นเก่า (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้เล่าให้ผมฟังว่า นอกจากอาจารย์บุญเพ็ญจะรักษาโรคให้หายได้อย่างอัศจรรย์ใจแล้ว ท่านยังสามารถติดต่อและทำพิธีเชิญเจ้ากรรมนายเวร ให้เข้ามารับการขอขมาและขออโหสิกรรมในอดีตกาลได้อีกด้วย แกว่ามีลูกศิษย์ของอาจารย์บุญเพ็ญหลายท่านที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยพิธีกรรมดังกล่าวข้างต้น แกว่าบางคนได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศ เอ่ยชื่อไปรับรองต้องร้องเสียงหลง และแม้กระทั่ง มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมท ก็ยังให้ความเคารพนับถือในตัวของท่าน

    อาจารย์บุญเพ็ญถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๒ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สิริรวมอายุได้ ๕๕ ปี ตรงตามที่ท่านเคยบอกกับกลุ่มลูกศิษย์ของท่านเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าท่านจะไปเมื่ออายุ ๕๕ ปี

    ในส่วนวัตถุมงคลของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรมนั้น ต้องบอกว่าทุกครั้งที่สร้างจะมีการกำหนดและมีการประกอบพิธีกรรมที่ลึกล้ำและยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่ดูและเห็นด้วยตา อย่างการกำหนดฤกษ์ (ตามภาพประกอบ) หรือจะเป็นเรื่องเหนือโลก อย่างการเปิดตาที่สามเพื่อติดต่อหรืออัญเชิญ ล้วนมีส่วนส่งเสริมให้พุทธคุณของเหรียญแต่ละรุ่นโดดเด่นและแตกต่างกันอย่างชัดเจน ประมาณว่าเลือกแขวน เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์เลยครับ

    ปัจจุบัน “เหรียญองค์ประธานแห่งไตรภพ ปี ๒๕๑๓” ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นแรกของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ถูกจัดเป็นของหายากและได้รับความนิยมค่อนข้างสูงมากครับ

    เหรียญมารสยบ ถ้ำพระโพธิสัตว์
    หนึ่งในตำนานฆราวาส
    อาจารย์ พันตำรวจเอก( พิเศษ)
    บุญเพ็ญ แขวัฒนา
    สื่อญาณ พระพรหม ช่วยเหลือ คนมานักต่อนัก
    พระพรหม มา แล้ว เสด็จมา ยก หนุน ดวงชะตาไม่ให้ตกต่ำ ดวงดีแล้วจะ ร่ำรวย ดวงชะตาโดดเด่น เกิด ตบะเดชะ มหาอำนาจ บารมี พ้นปัญหาอุปสรรค มากีดกั้นขัดขวาง
    โบราณว่า “ คนลิขิต ไม่เท่าฟ้าลิขิต ” พลังฟ้าประทาน อยู่ในองค์ พระพรหม อมตมหาเทพ...องค์นี้ พระพรหม โบราณย้ำ นักหนาว่า ใครใช้ จะได้พรอันประเสริฐ ลิขิตดวงชะตา ลิขิตอำนาจ วาสนา พาไปเจอแต่สิ่งดีๆ
    พระพรหม...เอาไว้เสริมดวง เสริมหน้าที่ การงาน เอาไว้กันไว้แก้ดวงตก ไว้ยกดวงแตก ดวงไม่ดี ดวงชง ทำมาหากินไม่เจริญก้าวหน้า
    เหรียญพระพรหม นี้ ที่ อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ทำพิธี อัญเชิญมา เพื่อสงเคราะห์ ดวงชะตา ยก หนุน ค้ำจุน ดวงชะตาให้ ดีเลิศประเสริฐศรี เมื่อดวงดีแล้ว ทำอะไรก็สำเร็จ จับอะไรก็สมหวัง มีแต่ เกิด สิริมงคล เพิ่มทรัพย์สมบัติ ยศ อำนาจ
    พระพรหม จะช่วย ตัดกรรมหนักที่มาลิดรอนให้ลดทอนอำนาจลงไปก่อน ให้ผู้บูชา ได้ทำบุญ ทำกุศลก่อน ได้เสวยผลแห่งบุญ ทานที่ทำไว้ก่อน เมื่อกรรมไม่มารอน ได้เสวยบุญทาน ที่ทำที่สร้าง ย่อมเป็นมานะให้ สร้างบุญดี กรรมดี ต่อไป กรรมเก่าที่จะมา ก็ไม่มีทางจะซ้ำ ไม่มีช่องจะโผล่ให้ผล
    แต่พระพรหม จะช่วยยก
    ดวงศิษย์ที่แตก ที่ตก ให้ขึ้นมาอยู่เหนือคนอื่นดุจยืนอยู่บนแผ่นดินที่ทับถม สูงกว่าเขา
    ท้าวมหาพรหมธาดาวิมเหศวร ท่าน
    อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ชุด พระพรหม , สยบมาร สำเร็จ สมปรารถนา ท่าน อ.บุญเพ็ญ แขวัฒนา ฆราวาสสายเทพ สำเร็จวิชาพรหมศาสตร์ รักษาโรค รู้กรรม คลายทุกข์ อาจารย์ของ เหล่า ไฮโซ นักการเมือง คนดัง สมัยนั้น ขลังจริงไม่อิงนิยาย
    พันตำรวจเอก (พิเศษ) บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    ผู้เพ่งเสียงค่ำครวญ จากสรรพสัตว์
    สำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม
    (ตอนที่ ๑)
    อาจารย์บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    เป็นอาจารย์ฆราวาส
    ร่วมยุคสมัยเดียว กับ อาจารย์ชุม ไชยคีรี,
    อาจารย์ทองแถม ศาสตระรุจิ ฯลฯ
    สมัยที่อาจารย์ยังมีชีวิต ท่านได้รับคำยกย่องและความเชื่อถือในเรื่องของ
    คุณธรรมและ ความมหัศจรรย์ทางจิต
    ในส่วนคำสอน อาจารย์บุญเพ็ญได้เน้นปฏิบัติจนตกผลึกออกมาเป็นบทความทางศาสนาหลายต่อหลายเรื่อง อย่างเช่น การปฏิบัติอานาปานสติสมาธิ,คุณค่าชองสติ ฯลฯ
    ในด้านความมหัศจรรย์ของจิต ท่านสามารถรักษาโรค,รักษาคุณไสย ร่วมไปถึงการหยั่งรู้อดีต อนาคต ความเป็นไปต่างๆ ตลอดจนการเปิดตาทิพย์หรือตาที่สามให้กับสานุศิษย์ผู้นับถือใช้ติดต่อกับวิญญาณไปจนถึงพวกเทพพวกพรหมครับ
    เรื่องราวความสามารถเฉพาะตัวของ
    อาจารย์บุญเพ็ญ ข้างต้น ทำให้มีผู้คนมากมายต่างตรงเข้าไปปฏิบัติธรรม และขอความช่วยเหลือจากท่านครับ
    พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช (ยศในสมัยนั้น) ได้เขียนบันทึกเรื่องราวของตัว ท่านกับ
    อาจารย์บุญเพ็ญ
    ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่า
    บทความของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ อันนี้ถือเป็นการบอกเล่าตัวตนของอาจารย์บุญเพ็ญ
    และบริบทในสมัยนั้นได้ดีมาก
    บทความนี้อาจจะยาว แต่เชื่อเถอะครับ ว่าประโยชน์มีกับท่านที่สนใจแน่นอน
    เรื่องมีอยู่ว่า
    ผม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) ได้รู้จักกับ
    อาจารย์บุญเพ็ญมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
    นับตั้งแต่วันที่รู้จักก็ได้มีความเคารพนับถือรักใคร่ในตัวอาจารย์บุญเพ็ญ ตลอดมา
    มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เขาเคารพนับถืออาจารย์บุญเพ็ญ เอามากๆ เพราะเขาเห็นว่า
    "อาจารย์บุญเพ็ญเป็นผู้วิเศษสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ แสดงอิทธิ ปาฏิหาริย์ต่างๆ อีกได้มาก"
    คนที่นับถืออาจารย์บุญเพ็ญ เช่นนี้มิใช่เพียงคนสองคน แต่จะมีเป็นจำนวนร้อยหรือพันอย่างไร
    ผมก็คะเนไม่ถูก ทราบได้แต่ว่ามากเหลือเกิน
    คนที่นับถืออาจารย์บุญเพ็ญ
    ในแบบนี้ เวลาพบกับอาจารย์บุญเพ็ญ
    ก็มักจะลงหมอบกราบ และหมอบคลานเหมือน
    อยู่กับพระภิกษุผู้เป็นพระอาจารย์
    หรือต่อหน้าเจ้านายที่เขาเคารพนับถือ
    ผมเอง (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) รู้จักอาจารย์บุญเพ็ญ
    ด้วยเหตุที่ธรรมดาสามัญ ไม่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ หรือมิได้ตั้งใจที่จะไปขอให้
    อาจารย์บุญเพ็ญแสดงอิทธิ ปาฏิหาริย์เพื่อรักษาโรคให้ผม หรือเพื่อเหตุอื่นใดก็ดีแต่อย่างใดทั้งสิ้น เป็นการพบปะระหว่างคนสองคนที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อกัน มีความหวังดีเจตนาดีต่อกันเป็นอย่างยิ่ง
    คึกฤทธิ์ ปราโมทย์
    ของมงคลคู่คนมีบุญ

    ....
    ....

    ศิษย์กวง
    26 ธันวาคม 2019 ·
    พันตำรวจเอก (พิเศษ) บุญเพ็ญ แขวัฒนะ
    สำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม
    (ตอนจบ-ผู้เพ่งเสียงคร่ำครวญมวลสรรพสัตว์)
    ต่อหน้าลูกศิษย์และคนที่นับถืออีกเป็นจำนวนมากมายหลายร้อยคนนั้น อาจารย์บุญเพ็ญจะแสดงตัวหรือแสดงกิริยาท่าทางอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น
    เรื่องด้วยวันที่อาจารย์บุญเพ็ญกำหนดให้มีคนเข้าไปหาเพื่อแก้โรคหรือทุกข์ร้อนให้ได้นั้นเป็นวันที่ผมไม่เคยไปพบกับอาจารย์บุญเพ็ญสักครั้ง ผมไปพบแต่เมื่ออาจารย์บุญเพ็ญว่างการงานในทางนี้ได้อยู่อย่างสบายใจ จึงจะไปคุยกันด้วยความสบายใจทั้งสองฝ่าย
    สิ่งที่ผมรักและนับถืออาจารย์บุญเพ็ญมากก็คือความบริสุทธิ์ในวาจาและความคิดเห็น อาจารย์บุญเพ็ญเป็นคนง่ายไม่มีเรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรทั้งสิ้น จะพูดจากับอาจารย์บุญเพ็ญไม่ต้องระแวงว่าอาจารย์บุญเพ็ญจะโกหกหรือมีความหมายอย่างอื่นใดเกินไปกว่าที่พูด และก็สบายใจอีกอย่างหนึ่งที่ตัวผมเองไม่ต้องแม้แต่คิดว่า จะต้องโกหกอาจารย์บุญเพ็ญด้วยเรื่องใดๆ เป็นอันว่าพบกันครั้งใดคุยกันครั้งใด ก็คุยกันด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องในใจทั้งสองฝ่าย
    คนที่มีฤทธิ์อำนาจมาก มีคนนับถือมากมายอย่างอาจารย์บุญเพ็ญนั้น ท่าทางกิริยาก็จะต้องเปลี่ยนไปบ้างให้ผิดจากคนธรรมดาหรือไม่เหมือนธรรมดา แต่อาการเช่นนี้ไม่มีในตัวอาจารย์บุญเพ็ญเลย
    อาจารย์บุญเพ็ญเป็นคนที่มีการศึกษาแผนปัจจุบัน เพราะเคยไปร่ำเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียถึงสิบปี เวลาจะพูดอะไรกับผม อาจารย์บุญเพ็ญก็เป็นคนอย่างนั้นมิได้มีสิ่งอื่นเข้ามาแทรกแซงทำให้ผิดปกติไป ที่สำคัญก็คือเวลาผมไปคุยกับอาจารย์บุญเพ็ญนั้น ผมสามารถที่จะพูดจาได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องปิดบังเคลือบแฝงหรือเสแสร้งทำให้ตัวผมเองกลายเป็นคนอื่นไป
    ด้วยเหตุนี้ผม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์) จึงมีแต่ความสบายใจทุกครั้งที่ได้พบกับอาจารย์บุญเพ็ญ
    พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช✍️
    อาจารย์บุญเพ็ญ เกิดเมื่อ ๑๔ มิถุนายน ๒๔๗๗ ที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ครับ ท่านเป็นบุตรแฝดคนสุดท้องของคุณพ่อสิน-คุณแม่แดง แขวัฒนะ
    อาจารย์บุญเพ็ญ เริ่มรับราชการที่กรมตำรวจเมื่อ ๓ มกราคม ๒๕๐๔ ตำแหน่งสุดท้ายได้รับพระราชทานยศเป็น พ.ต.อ.(พิเศษ) ตำแหน่ง รอง ผบก.(กอ.รมน.) กพ. ทำหน้าที่นายตำรวจปฏิบัติราชการพิเศษ กอ.รมน.
    ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ - ๒๕๑๑ ท่านได้เริ่มบุกเบิกสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ที่บ้านลาดหญ้า ฝั่งธนบุรี โดยท่านได้รักษาคนเจ็บไข้และทุกข์ร้อนสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง ยกเว้นวันพระ
    ในปี ๒๕๑๙ ท่านได้ปิดสำนักและมาเปิดใหม่ที่ลาดพร้าวและที่บ้านถนนวิภาวดีรังสิต
    ลูกศิษย์รุ่นเก่า (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้เล่าให้ผมฟังว่า นอกจากอาจารย์บุญเพ็ญจะรักษาโรคให้หายได้อย่างอัศจรรย์ใจแล้ว ท่านยังสามารถติดต่อและทำพิธีเชิญเจ้ากรรมนายเวร ให้เข้ามารับการขอขมาและขออโหสิกรรมในอดีตกาลได้อีกด้วย
    แกว่ามีลูกศิษย์ของอาจารย์บุญเพ็ญหลายท่านที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยพิธีกรรมดังกล่าวข้างต้น แกว่าบางคนได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศ เอ่ยชื่อไปรับรองต้องร้องเสียงหลง
    อาจารย์บุญเพ็ญถึงแก่กรรมเมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๒ ณ โรงพยา
    บาลสมิติเวช สิริรวมอายุได้ ๕๕ ปี ตรงตามที่ท่านเคยบอกกับกลุ่มลูกศิษย์ของท่านเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าท่านจะไปเมื่ออายุ ๕๕ ปี
    ในส่วนวัตถุมงคลของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรมนั้น ต้องบอกว่าทุกครั้งที่สร้างจะมีการกำหนดและมีการประกอบพิธีกรรมที่ลึกล้ำและยอดเยี่ยม
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่ดูและเห็นด้วยตา อย่างการกำหนดฤกษ์ (ตามภาพประกอบ) หรือจะเป็นเรื่องเหนือโลก อย่างการเปิดตาที่สามเพื่อติดต่อหรืออัญเชิญ ล้วนมีส่วนส่งเสริมให้พุทธคุณของเหรียญแต่ละรุ่นโดดเด่นและแตกต่างกันอย่างชัดเจน ประมาณว่าเลือกแขวน เลือกใช้ได้ตามสถานการณ์เลยครับ
    ปัจจุบัน “เหรียญองค์ประธานแห่งไตรภพ ปี ๒๕๑๓” (ตามภาพประกอบ) ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นแรกของสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ถูกจัดและได้รับความนิยมค่อนข้างสูง
    ผมถามคุณลุงคู่สนทนาว่า “คิดถึงท่านอาจารย์ไหม” แกว่าคิดถึง ทุกวันนี้ยามว่างไม่มีคนกวนใจแกก็จะนึกทบทวนธรรมะที่อาจารย์บุญเพ็ญได้เคยสอน
    แกว่านำมาไตร่ตรองแล้วใช้ประโยชน์ได้ทั้งในทางโลกและทางธรรมจริงๆ เช่น
    “การปฏิบัติธรรมอันสมควรแก่ธรรมนั้น ต้องศึกษาในสัจธรรมอันถูกต้อง คือเชื่อในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและต้องนำมาปฏิบัติด้วย
    ถ้าไม่ยอมปฏิบัติ คิดนอกลู่นอกทาง เชื่อในทรงเจ้าเข้าผี การนับถือแบบนั้น เรียกว่านับถือแต่ปาก ใจไม่ได้นับถืออะไรเลย”

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของระบบความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญท้าวมหาพรหมธาดาสำนักพุทธศาสตร์โลกและธรรม ปี ๒๕๒๗ สภาพสวยเดิม ผิวรุ้งครับ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20261011_194245.jpg IMG_20261011_194309.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    ระสมเด็จองค์ปฐมบรมครู(พระพุทธสิขีทศพล ที่๑) ผงมวลสารศักดิ์สิทธิ์เก่าหลายชนิดที่ล้วนแล้วแต่หายากได้นำมา จัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมบรมครู(พระพุทธสิขีทศพล ที่๑) ทั้ง ๒ แบบ แบบพิมพ์ที่๑ (พระสมเด็จองค์ปฐมบรมครูปางพระนิพพาน-พระเจ้าพรหมมหาราช) แบบพิมพ์ที่๒ (พระสมเด็จองค์ปฐมบรมครูปางพระนิพพาน-พระสมเด็จองค์ปฐมบรมครูซุ้มเรือนแก้ว) พุทธาภิเษก ๓ วาระ ครั้งที่ ๑ วันเสาร์ ที่ ๓ พ.ค ๒๕๕๗(เสาร์๕) ครั้งที่ ๒วันอังคารที่ ๑๓ พ.ค ๒๕๕๗(วิสาขบูชา) ครั้งที่ ๓วันศุกร์ที่๑๑ ก.ค ๒๕๕๗(อาสาฬหบูชา) พระคาถาบูชาพระสมเด็จองค์ปฐมบรมครู(พระพุทธสิขีทศพล ที่๑) นะโม กาเยนะ วาจายะ เจตะสา วา วะชิรัง นามะ ปะฏิมัง อิทธิธรรมะปาฏิหาริยะกะรัง สมเด็จพ่อองค์ปฐมต้นพุทธะรูปัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา อะหัง วันทามิ สัพพะโส สะทา โสตถี ภะวันตุ เม (สวดอย่างน้อย 9 จบ ตลอดเวลา) ข้อสำคัญปฎิบัติในการบูชาพระ ๑. งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้ ๒. งดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ๓. ให้เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทราแท้ (ด้วยความจริงใจ) พระอาจารย์วิจารณ์ วัดโพธิผักไห่ จ.อยุธยาได้เมตตามอบผงให้เพื่อการจัดสร้างในครั้งนี้ 1.ผงว่าน108 2.ผงอิทธิเจหลวงปู่ปรง วัดธรรมเจดีย์ จ.สิงห์บุรี 3.ผงจันจิรา-จันทราทิพย์ 4.ผงหลวงพ่อเจริญ วัฒโน 5.ผงจิตรดา 6.ผงศักดิ์สิทธิ์วัดสัมฤทธิ์ 7.ผงหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค จ.อยุธยา 8.กาฝาก๙ชนิด รัก-มะยม-คูณ-กาหลง-อุทุมพร-มะลุม-ทับทิม-จันท์-ขนุน 9.ผงหลวงปู่แก้ว-ผงหลวงปู่เอี่ยม 10.ผงวัดบางสะเหร่ 11.ผงจันทร์หอม –ใบโพธิ์อินเดีย-ดอกไม้ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงน้อมถวายบูชาพระแก้วมรต 12.ผงว่านเหล็กไหลไพรดำ 13.ผงแร่เขาอึมคลึม 14.ผงแร่เกาะล้าน 15.ผงอิทธิเจ 1,000 ปี 16.ผงสร้างพระดวงตราพญาราหู-จตุคามรามเทพ 17.ผงนะลิเก 18.ผงรวม 19.ผงหลวงปู่นาค วัดระฆังฯ 20.ผงพระโคนสมอ จ.อยุธยา 21.ผงเทพทาโร 22.ผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัล 23.ผงหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก 24.ผงวัดอินทาราม 25.ผงพิรอด 26.ผงแร่มะขาม 27.ผงลิเก 28.ผงจิตรดาแดง 29.ผงจิตรดาเทา 30.ผงจันท์หอมขันเพชร 31.ผงหลวงพ่อแก้ว-หลวงปู่เอี่ยม 32.ผงทองคำดำ 33.ผงพุทธคุณขี่เหล็กไหล ปลุกเศกโดยหลวงปู่ก๋วน พระเครื่อง-วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านพิธีพุทธาพิเษกที่สะสมอาทิฯ พระเครื่อง-ผงลูกอม-เกศา-แป้งเสก-น้ำมนต์-น้ำมันสีผึ้ง-ทรายเสก-ข้าวสารเสก-แผ่นทองคำแท้เสก 34.แป้งเสกหลวงปู่ บุดดา จ.สิงห์บุรี 35.น้ำมันชาตรี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 36.น้ำทิพพ์มนต์สรง พระบรมสารีริกธาตุ 37.ข้าวสารเสก-แผ่นทองคำแท้ อธิฐานเป็นยันต์เกราะเพชรโดยพระสมปอง บ้านสบายใจ 38.พระปิดตา ผงยาจินดามณี หลวงปู่ทองอยู่ วัดท่าเสา จ.สมุทสาคร หลานหลวงปู่บุญ 39.ชานหมาก(ลูกเบา)หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 40.ชานหมากหลวงปู่สมหมาย วัดป่าอนาลโย จ.นครปฐม 41.สีผึ้งหลวงปู่หงส์ จ.สุรินทร์ 42.สีผึ้งหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 43.สีผึ้งหลวงปู่ขาว 44.สีผึ้งสายเขาอ้อ จ.พัทลุง 45.สีผึ้งหลวงพี่สมปอง บ้านสบายใจ จ.อุทัยธานี 46.สีผึ้งหลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย จ.นครนายก 47.สีผึ้งหลวงพ่อมี วัดมารวิชัย จ.อยุธยา 48.ผงนกสาลิกา หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย 49.ชานหมากหลวงปู่ทิม วัดพระขาว จ.อยุธยา 50.ผงลูกอมหลวงปู่สิงห์ จ.สุรินทร์ 51.ผงว่าน108หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 52.ชานหมากหลวงปู่นะ วัดหนองบัว จ. ชัยนาท 53.ทรายเศรษฐีคุณป้านิภา(ลูกศิษย์วัท่าซุง) 54.สีผึ้งหลวงพ่อสิริ วัดตาล จ.นนทบุรี 55.ผงลูกอมจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา 56.ผงลูกอมหลวงปู่มีวัดมารวิชัย จ.อยุธยา 57.ผงลูกอมหลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม 58.ผงหลังล๊อกเก๊ตหลวงปู่เสาร์ จ.สุรินทร์ 59.ผงหนุมานครองเมือง 60.พระว่านยาสมเด็จดำ-สมเด็จขาว วัดเสน่หา จ.นครปฐม สร้างปี ๒๕๐๖พิธีใหญ่ 61.สมเด็จผงตั้งตัวรุ่นแรก หลวงพ่อชาญณรงค์ อภิชิโต กทม. 62.สมเด็จรุ่นแรก-พระพุทโธน้อยเนื้อปูนเสก คุณแม่บุญเรือน กทม. 63.หลวงปู่ทวดวัดอาวุธปี๒๕๐๖ คุณแม่บุญเรือน กทม. 64.สมเด็จกำแพงแก้ว วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี หลวงพ่อจง วัดหน้าต่าง ปี๒๕๐๔พิธีใหญ่ 65.สีผึ้งหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง รุ่นแรก จ.อุทัยธานี 66.พระคำข้าว วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 67.พระลีลา๒๕ศตววษ สร้างปี๒๕๐๐ พิธีใหญ่ 68.พระผงวัดรัตนชัย สร้างปี๒๕๑๘ จ.อยุธยา พิธีใหญ่ ลพ.กวย-ลป.โต๊ะ-ลป.หน่ายฯ 69.พระพุทธมหาบดินทร์ วัดจักรวรรดิราชาวาส สร้างปี๒๕๒๕ พิธีใหญ่เนื้อผงศักดิ์สิทธิ์มาก 70.หลวงปู่ทวดผงมหาจักรพรรดิ หลวงตาม้า ถ้ำเมืองนะ จ.เชียงใหญ่มีพระธรรมธาตุเสร็จ 71.พระหลวงปู่ศุข วัดปราสาทบุญญาวาส สร้างปี๒๕๐๖ กรุงเทพฯ เนื้อผงวัดระฆังพิธีใหญ่ 72.พระประจำวัน วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ หลวงพ่อจาดเสกฯ พิธีใหญ่ ปี๒๔๘๕ 73.พระรอดละโว้ วัดกำแพง จ.ลพบุรี หลวงพ่อเดิมฯ ปี๒๔๘๒ พิธีใหญ่ 74.พระผงหลวงพ่อผึ่ง วัดสว่างอารมณ์ จ. สุพรรณบุรี สร้าง๒๔๖๐-๒๔๘๐ 75.ขุนแผน หลวงปู่ชึ่น วัดญาณเสน จ.อยุธยา 76.สมเด็จหลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา 77.สมเด็จผงจักรพรรดิ-พระเหนือพรหม หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา 78.สมเด็จหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี 79.สมเด็จหลวงพ่ออยู่ วัดดักคะนน จ.ชัยนาท ๒๔กว่าๆ ยุคหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า 80.พระสังขจายน์ กรุวัดชนะสงคราม กทม. 81.พระปิดตาหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา 82.พระผงหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี ๒๕๐๖ หลวงพ่อสำราญ-หลวงพ่อฤาษีเสก 83.ปิตตารุ่นแจกทานหลวงพ่อโอด วัดจันเสน จ. นครสววรค์ สร้างปี๒๕๒๒ พิธีใหญ่ 84.พระปิดตา วัดปราสาท กทม. สร้างปี๒๕๐๖ พิธีใหญ่ (เนื้อวัดระฆัง) 85.ลูกสะกด-ลูกอม-ลูกแก้ว ผงมหาจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา 86.พระผงครูบาธรรมชัย วัดทุ่งหลวง จ.เชียงใหม่ สร้าง ๖ มิ.ย ๒๕๒๕ 87.ขุนแผนวัดแม่นางปลื้ม จ.อยุธยา 88.สมเด็จรุ่นสิริมหามงคล หลวงปู่หลอด อายุ ๘๔ ปี วัดสิริกมลวาส กทม. 89.สมเด็จดิน ๙ ประเทศ สำนักปู่สวรรค์ สร้างปี ๒๕๑๖ พิธีใหญ่ 90.สมเด็จผงแร่เหล็กน้ำพี้แท้ๆ๑๐๐% หลวงปู่โง่น พระยาพิชัยมาในนิมิตให้สร้าง 91.สมเด็จหลังสิงห์หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา 92.พระเนื้อดินผสมผงหลวงพ่อขอม วัดไผ่ล้อม จ.สุพรรณบุรี 93.พระเนื้อผงพิมพ์รัศมีหลวงปู่ศุข กรุคลองขอม 94.พระเนื้อผงยาหลวงปู่เมี้ยน วัดโพธิกบเจ้า สร้างปี๒๕๓๘ จ.อยุธยา 95.ขุนแผนเนื้อดิน ๗ ป่าช้า(มหาเสน่ห์) หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม จ.นครปฐม 96.พระผง หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรร จ.อยุธยา 97.พระผงหลวงปู่เกษม เขมโก ๖รอบ จ.ลำปาง 98.สมเด็จหลวงปู่หลอด(พิเศษ)วัดสิริกลมวาส กทม. 99.สมเด็จวัดทุ้งคอก 100.พระผงหลวงพ่อรวย วัดตะโก จ.อยุธยา งานฝังลูกนิมิต สร้าง๒๕๔๓ 101.พระผงมหาเศรษฐี(อาเซี่ย) หลวงพ่อเปิ่น จ.นครปฐม 102.พระผงเจ้าคุณนรฯ กทม. 103.พระปิดตาหลวงปู่ศุข 104.พระผงวัดพนัญเชิง จ.อยุธยา 105.พระปิดตาเนื้อผงผสมเกศาหลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง จ.อุตรดิตถ์ 106.พระผงมหาจักรพรรดิ์หลวงตาม้า จ. เชียงใหม่ 107.พระผงวัดปากน้ำ 108.พระแก้วมรกต วัดพระแก้ว จ.เชียงราย 109.สมเด็จองค์ปฐมรุ่นปรมัตถบารมี ร่วมผ้าสังฆฎิสุปฎิปันโนสร้างปี ๒๕๔๖ 110.สมเด็จหลวงปู่จ้อย รุ่นคุ้มภัย วัดศรีอุทุมพร จ.นครสวรรค์ 111.ขุนแผนหลวงปู่ทิม วัดพระขาว จ.อยุธยา สร้างปี ๒๕๕๒ 112.สมเด็จนางพญา สก.ปี ๒๕๑๙ พิธีใหญ่ 113.สมเด็จรุ่นสร้างเขื่อนวัดเกศไชโย อ่างทอง 114.สมเด็จเงินไหลมา หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง สร้าง ๑๖ พ.ค ๒๕๓๕ (พิธีนี่สำคัญมาก) 115.สมเด็จพระไพรีพินาส วัดบวรนิเวศ กทม. สร้างปี๒๕๒๖ 116.พระนางพญารุ่นบารมี ๓๐ทัศปี๒๕๕๒ วัดพระพุทธบาทน้ำป่าไผ่ จ.ลำพูน 117.พระขุนแผนนพรัตน์หลวงพ่อนพวรรณ วัดเสนานิมิต อ.อุทัย จ.อยุธยา 118.สมเด็จวัดปทุมทองรัตนาราม จ.สมุทสาคร 119.พระสีวลี ทวีลาภ วัดพระญาติการาม จ.อยุธยา 120.พระปิดตาหลวงปู่แก้ว วัดช่องลม(มีรุ่นเดียว) จ.สมุทรสาคร ๒๕๒๕ อายุครบ ๘๐ ปี 121.สมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามอนุสรณ์๑๐๘ปี สร้างปี ๒๒ มิ.ย ๒๕๒๓ 122.สมเด็จรุ่นพิเศษผงใบลาน ปี ๒๕๑๒ หลวงพิอเชิญ วัดโคกทอง จ.อยุธยา 123.พระผงหลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์ จ.อยุธยา 124.สมเด็จองค์ปฐมทองคำ วัดทุ่งแสงสว่างเจริญธรรม จ. กาญจนบุรี สร้าง ๗ พ.ย ๒๕๕๒ 125.นางพญา ๙ แผ่นดิน ๗๒ พรรษา วัดอรุณราชวราราม กทม.(สร้างน้อยหายาก) 126.พระสมโภชพระมงคลบพิตร จ.อยุธยา ๒๕๓๖ 127.พระใหญ่ชัยภูมิ รุ่น “รวยทันใจ ” จ.ชัยภูมิ 128.องค์พ่อจาตุคามรามเทพ วัดเจดีย์หอย ปทุมธานี 129.ผงหลังล๊อกเก๊ตหลวงปู่เสาร์ จ.สุรินทร์ 130.ลูกอมผงเมตตาหลวงพ่อพรหมวัดช่องแค ผงครูบาขันแก้ว-ผงครูบาชุ่ม-ผงหลวงพ่อวงค์ วัดปริวาส-เกศาหลวงพ่อตัดวัดชายนา 131.ลูกอมหลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อยุธยา 132.พระปางลีลาผงเศรษฐี หลวงพ่อทอง วัดลำกระดาษ กทม. 133.สมเด็จหลวงพ่อทรัพย์ รุ่น ๑ วัดตลุก จ.ชัยนาท 134.สมเด็จหลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่มผสมเกศา ฉลองพระอุโบสถ ๒๕๑๘ วัดสุทธาวาส 135.พระผงหลวงปู่นาค วัดระฆัง กทม. 136.พระเนื้อดินภูเขาควายพิทักษ์โลก วัดป่าสีดาพระรามลักษณ์รัตนโคตรจ.หนองคาย หลวงปู่ทองทิพย์พุทธปัญโญ สร้างปี ๒๕๐๐ 137.พระสังขจายน์ หลวงพ่อหวลวัดพุทไธศวรรค์ จ.อยุธยา 138.สมเด็จเนื้อผงน้ำมัน เก่ามากไม่ทราบวัด 139.ผง-เกศาขุนแผนหลวงปู่เสาร์ วัดกุดเวียง จ.โคราช 140.สมเด็จแท้เก่า ไม่ทราบวัด 141.สมเด็จแท้เก่า ไม่ทราบวัด 142.พระสีวลีเนื้อผง-เนื้อว่าน ไม่ทราบวัด 143.พระปิดตาเก่าไม่ทราบวัด 144.พระผงชานหมากผสมว่านยา-เกศา หลวงพ่อเอียด วัดบ้านด่าน จ.ปราจีนบุรี 145.พระผงหลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว 146.หลวงปู่ทวดไม่ทราบวัด 147.พระผงเจ้าสัวไม่ทราบวัด 148.ผงนางกวักไม่ทราบวัด 149.พระกรุศรีเทพ จ.เพชรบรูณ์ 150.พระกรุเก่า 151.พระผงไม่ทราบวัด 152.พระผงว่านยาผสมเกศา-พระผงใบลาน หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว 153.พระกรุวัดมอญ จ.อ่างทอง 154.พระผงใบลาน เกจิเก่า ไม่ทราบวัด 155.พระรอดไม่ทราบวัด 156.ลูกอมเทพรำลึก หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน 157.เหรียญหนุมานออกศึกหลวงปู่ชื่น วัดตาอีออกวัดซับลำใย ปี๒๕๔๓ เนื้อผงพุทธคุณ ๓๘๐อาจารย์ 158.สีผึ้งมหาเสน่ห์แม่นางฟ้า-แสงอาทิตย์อ.ชุมไชยคีรีสร้างปี ๒๕๑๑ 159.พระรอดกริ่งผสมว่า๑๐๘หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง 160.พระพุทธชินราชพิธีมหาจักรพรรดิ พุทธาภิเษก ปี ๒๕๑๕ เนื้อดิน พิธีใหญ่ 161.นางพญาขาโต๊ะ วัดไผ่ล้อม ปี ๒๕๑๔ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร จ.ระยอง พิธีใหญ่ 162.พระผงหลวงพ่อพุท ธานิโย วัดป่าสาละวัน 163.พระปิดตาคูณลาภหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่สร้างปี๒๕๑๗ เนื้อวัดระฆัง-ลูกอมหลวงปู่ทิม-ปู่พริ้ง ผงวัดปากน้ำ-ผงหลวงปู่โต๊ะ-ผงสังฆราชแพ-ผงพระกรุต่างๆฯพิธีดี 164.พระสมเด็จหลวงพ่อต่วน วัดกล้วย จ.อยุธยา ปี๒๕๒๑ 165.พระนางพญาแร่บางไผ่ วัดนครอินทร์ จ.นนทบุรี ๑ ต.ค ๒๕๓๗ 166.พระเนื้อผงไม่ทราบวัด 167.พระเนื้อผงไม่ทราบวัด 168.'ยันต์เฑาะว์' พระผงมหาว่านยันต์ครูแห่งเขาอ้อ ปี๒๔๙๗ 169.พระสมเด็จมงคลมหาลาภพ.ศ.๒๔๙๙ วัดสัมพันธวงศ์ 170.ผงยาจินดามณี หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม 171. ลูกอมผงพรายกุมารปู่ทิม วัดละหารไร่ จัดสร้างโดย หลวงปู่ปัน วัดแม่ยะ จังหวัดตาก ทางวัดนำออกมาให้บูชาเมื่อปี พ.ศ.2521 172.พระปิดตาอาจารย์เปิง วัดชินวนาราม จ.ปทุมธานี 173.ลูกอมผงพรายกุมารปู่ทิม วัดละหารไร่ จัดสร้างโดย หลวงปู่ปัน วัดแม่ยะ จังหวัดตาก พ.ศ.2521 174.พระผงหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์(เสาร์๕) วัดท่าซุง ๒๓ มิ.ย ๒๕๕๕ จ.อุทัยธานี 175.พระสีวลีจกบาตร พิธีไหว้ครู ๕๑ หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม จ.สระแก้ว ๒ มี.ค ๒๕๕๑ 176.หลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล รุ่น ทูลเกล้า ๒๔ ส.ค ๒๕๔๗ จ.ประจวบศีรีขันธ์ 177.สมเด็จองค์ปฐมทันใจ รอดปลอดภัย เงินไหลมา 178.สมเด็จ วัดสารีโข จ.นนทบุรี ๒๕๕๖ 179.หลวงปู่ศรี ถาวโร วัดประชาคม จ.ร้อยเอ็ด ๙ ม.ค ๒๕๕๑ ร่ำรวย รับทรัพย์ 180.องค์จาตุคามรามเทพ ปิดตา วัดป่าทางอีสาน 181.ลูกอม หลวงปู่คำบุ จ.อุบลธานี 182.ผงยาลูกกลอนสมุนไพรธรรมชาติ หลวงปู่เชาว์ จ.เชียงใหม่ 183.ผงนางกวัก หลวงปู่คำบุ จ.อุบลธานี 184.พระสีวลี รุ่น หมดไม่เป็น หลวงพ่อรักษ์ จ.อยุธยา 185.ทรายเสก หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 186.เกศาหลวงปู่โปร่ง จ.สระบุรี 187.ชานหมาก ปู่ฤาษีเกศแก้ว 188.นางพญารุ่นสุดท้าย หลวงพ่อชาญณรงค์ อภิชิโต 189.พระรอด ครูบาชัยวงศาพัฒนา 190.สมเด็จหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. 191.สมเด็จปรกโพธิ์ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม 192.นางกวักเหล็กน้ำพี้ หลวงพ่อทองดำ อุตรดิตถ์ 193.หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี 194.ชานหมากหลวงปู่ก่อไผ่ จ.อยุธยา 195.ชาญหมากหลวงปู่ทองดี จ.พิจิตร 196.พระหางหมาก วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี 197 .พระเนื้อผง จำนวน ๑๐๐ องค์ หลวงพี่อุดม(สำนักสงฆ์ชัยนาทวนาราม)มอบให้มา 198.ผงตะไบแหวน นะโมพุทธายะจักรพรรดิ์มงคล๙(เนื้อชนวนเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์) 199.ผงเก่าวัดสาลีโข จในนทบุรี 200.หลวงปู่ทวด วัดปราสาท ปี2506 201.พระปิดตาอัมพวา 202.พระผงท่านเจ้าจุ้ย วัดสามปลื้ม 203.พระกรุหน้ากำแพงอู่ทอง 204.พระบางกรุลำพูน 205.พระกรุวัดชนะสงครามรุ่นแรก 206.หลวงพ่อโสธรปี2509 207.หลวงพ่อปาน ขี่ไก่ 208.พระสมเด็จหลวงปู่นาค วัดระฆัง ปี2495 209.พระสมเด็จขาว เจ้าคุณนร วัดศีลขันธ์ รุ่นแรกปี2513 210.พระสมเด็จปรกโพธิ์หลังยันต์ หลวงปู่นาค วัดมฤคทายวัน ปี2460 211.พระสมเด็จปรกโพธิ์(จัมโบ้)หลวงปู่นาค วัดระฆัง ปี2500 212.พระสมเด็จปรกโพธิ์หลังรูปเหมือนหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ปี2513 213.พระสมเด็จจัมโบ้ (พระครูสาทรพัฒนกิจ)หลวงพ่อลมูล วัดเสด็จ ปทุมธานี ปี2515 214.พระพุทธชินราช พิมพ์จัมโบ้ หลวงพ่อกวย ชัยนาท 215

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20261011_185508.jpg IMG_20261011_185543.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 ตุลาคม 2026 เวลา 13:24
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791739842138.jpg FB_IMG_1791739844479.jpg

    พระปางประทานพร วัดดาวดึงส์บางกอกน้อยปี ๒๕๑๑ผ่านพิธีพุทธาภิเษก ยิ่งใหญ่นิมนต์เกจิอาจารย์ มาคับคั่ง โดยสมเด็จพระวันรัตหรือสมเด็จป๋า วัดโพธิ์ท่าเตียน เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัยและประทับอธิษฐานจิตร่วมกับพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณรวม 109 รูป อาทิ
    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    อาจารย์ทิม วัดช้างให้
    อาจารย์นำ วัดดอนศาลา
    หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
    เจ้าคุณผล วัดหนัง
    หลวงปู่แช่ม วัดนวลนรดิศ
    หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม
    หลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
    หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ
    หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ
    ฯลฯ

    ดังนั้นพุทธคุณจึงครอบจักรวาล ทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภเงินทอง รํ่ารวย แคล้วคลาดปลอดภัย มหาอุด คงกระพันชาตรี เคยปัดเป่าอัคคีภัยช่วยชาวบ้านมาแล้ว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระปางประทานพรเนื้อดินเผาปิดทองเดิมเลี่ยมพลาสติกเดิมจากวัด

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20261012_003617.jpg IMG_20261012_003636.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 ตุลาคม 2026 เวลา 13:24
  5. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,321
    ค่าพลัง:
    +6,002
    จองครับ
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791729716973.jpg FB_IMG_1791729719400.jpg

    "หลวงปู่เย็น ทานรโต " พบหลวงปู่เทพโลกอุดร พระธุดงค์ลึกลับ มอบเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ และวิชชา "พ.พาน สารพัดนึก"
    ------------------
    หลวงปู่เย็น ทานรโต วัดสระเปรียญ จ.ชัยนาท เป็นพระสุปฏิปันโนรูปหนึ่ง ที่มีความรู้ความสามารถในการสร้างวัตถุมงคล เรียกว่า “ตัว พ .พาน หุ่นพยนต์”

    ตัวพ.พานวิเศษของหลวงปู่เย็นนั้น เป็นวัตถุมงคลลี้ลับที่สร้างขึ้นมาจากของง่ายๆ คือ “ก้านธูปกับสายสิญจน์” วิธีการทำนั้นเพียงแค่เอาก้านธูปมาหักไปมาให้ได้รูปตัว พ.พาน แล้วเอาสายสิญจน์พันกำกับเสกคาถาไปมาก็สำเร็จเป็นตัว พ.พาน

    วิชานี้จัดเป็นการทำหุ่นพยนต์ประเภทหนึ่ง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือวิชา พ.พานวิเศษนี้ หลวงปู่เย็นท่านร่ำเรียนมาจากหลวงปู่เทพโลกอุดร

    ประวัติความเป็นมาเรื่องนี้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ผู้เขียนเองเคยเข้าไปกราบเรียนถามท่านด้วยตัวเอง ท่านก็ยืนยันชัดเจนว่า ท่านได้พบหลวงปู่โลกอุดร และเมื่อผู้เขียนส่งภาพหลวงปู่โลกอุดรให้ท่าน ท่านก็ยืนยันว่าองค์นี้แหละ. พร้อมทั้งยังเอาภาพจบขึ้นเหนือหัวเป็นการยืนยันว่า “หลวงปู่โลกอุดร” ที่หลวงปู่เย็นท่านพบท่านมาในรูปร่างของพระหนุ่ม หรือมาในร่างของ “พระครูพรหมสิงขบุรี” นั่นเอง

    ประวัติความเป็นมาของ “หลวงปู่เย็น ทานรโต” มีดังนี้......

    “หลวงปู่เย็น ทานรโต” เป็นชาวเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือนสี่ ปีขาล พุทธศักราช ๒๔๔๕ เป็นบุตรคนแรกในจำนวนพี่น้อง ๖ คน ของ นายถิ่น นางแซ่ม ศรีศาสตร์ บิดามารดาของท่านมีอาชีพทำนา ตัวท่านเองนั้นนอกจากจะช่วยบิดามารดาทำนาแล้ว ยังมีฝีมือในเชิงช่างหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นช่างไม้ ช่างปูน แม้กระทั้งการออกแบบบ้านเรือน หรือวัดวาอารามตลอดจนสลักลวดลายท่านก็ทำได้และฝีมือดีมากเสียด้วย จนกระทั่งอายุครบบวชหลวงปู่เย็นได้ทำการอุปสมบทตามประเพณีอันดีงามของชายไทย ทั่วไป ณ วัดเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของท่าน

    หลังจากได้เป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนาสมบูรณ์แล้ว ท่านได้ย้ายไปอยู่วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดธนบุรี (ในสมัยนั้น) เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ภาษาบาลี และภาษาขอม จนสอบได้นักธรรมเอก และเปรียญ ๔ ประโยค ระหว่างนั้นท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ในฐานะนักเทศน์ฝีปากเอก หากประชาชนรู้ว่าได้นิมนต์ “มหาเย็น” มาเทศน์ด้วยไม่ว่าอยู่ใกล้อยู่ไกลก็หลั่งไหลมาฟังเทศน์กันอย่างล้นหลาม

    วันหนึ่งขณะที่นั่งพักผ่อนในกุฏิก็เห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินผ่านมา รูปร่างหน้าตาน่าศรัทธา ใบหน้างามดูเป็นหนุ่มไม่แก่ชราเลย แต่เกศานั้นขาวโพลนไปหมด รูปร่างสูงใหญ่ จีวรสีคล้ำตามแบบพระป่า

    หลวงปู่เย็นท่านใจเกิดความเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาอย่างประหลาด จึงไปนิมนต์ท่านมาพักในกุฏิพร้อมทั้งต้อนรับปฏิสันถารท่านเป็นอย่างดี เมื่อต้อนรับท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงชวนท่านสนทนา เพราะขณะนั้นหลวงปู่เย็นอยากทราบว่าพระธุดงค์นั้นเขามีวัตรปฏิบัติอย่างไร และขณะธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆในป่าในดงนั้นไม่กลัวอันตรายต่างๆ บ้านหรือไร ?

    พระธุดงค์รูปดังกล่าว เมตตาอธิบายเรื่องธุดงควัตรเป็นอย่างดี.. “การธุดงค์นี้เป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลส พระผู้สมาทานธุดงค์นั้นต้องรักษาศีลให้บริสุทธิ์หมดจด เพราะหากศีลด่างพร้อยแล้ว ย่อมเป็นอันตรายต่อตัวเองในขณะธุดงค์ได้

    การธุดงค์นั้นมีข้อวัตร ๑๓ ประการ เช่น อยู่ในป่า อยู่ที่แจ้ง อยู่ในเรือนร้าง ใช้ผ้าสามผืน หลังไม่เอนติดพื้น ฉันรวมกันในบาตร เป็นต้น ธุดงควัตรทุกข้อเป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลสในใจตนทั้งสิ้น หากว่ามีธุดงควัตรเรียบร้อยงดงาม อำนาจแห่งธุดงควัตรนั่นแลจะรักษาผู้ประพฤติปฏิบัติให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ เทวดาจะพากันอนุโมทนา

    เมื่อหลวงปู่เย็นถามว่า ท่านธุดงค์ไปที่ใดมาบ้างและไม่กลัวอันตรายหรือ ? พระธุดงค์ลึกลับกล่าวว่าท่านธุดงค์ไปมาทั่ว ไม่ว่าประเทศไทย พม่า ลาว เขมร ท่านไปมาหมด ในป่าลึกนั้นเต็มไปด้วยอันตรายนาๆ ประการ ทั้งไข้ป่า สัตว์ร้าย ภูตผีปีศาจนานาชนิด ท่านยังเมตตาเล่าให้หลวงปู่เย็นฟังว่า ครั้งหนึ่งท่านธุดงค์ไปยังเมืองลาว ต้องเดินผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านหนึ่งที่มีชื่อว่า “บ้านแก้ว” ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่อง “ยาพิษยาสั่ง” คนแปลกหน้าผ่านเข้าผ่านไปในหมู่บ้านเป็นต้องถูกลองยาเสมอ น้อยคนนักจะออกมาได้อย่างปลอดภัย มีคนมาลองวิชาแต่ท่านไม่เป็นไร พร้อมทั้งพูดปริศนาว่า “เขาทำให้ตาย กินข้าวได้เราไม่กลัว” ซึ่งเป็นคำปริศนาหมายถึงการทำยาสั่งยาเบื่อใส่ แต่พระลึกลับรูปนี้สามารถทานข้าวปลาอาหารที่มียาเบื่อยาสั่งได้โดยปราศจากอันตราย

    เมื่อยิ่งพูดยิ่งคุยยิ่งสนทนากับพระลึกลับรูปนี้แล้วก็ทำให้หลวงปู่เย็นทราบขึ้นมาแน่ชัดว่า พระรูปที่กำลังนั่งสนทนากับท่านข้างหน้านี้หาใช่พระภิกษุปุถุชนธรรมดาไม่ แต่หากเป็นพระผู้วิเศษที่สำเร็จฤทธิ์อภิญญาตามวิชชาชั้นสูงของพระพุทธศาสนา หรือท่านอาจเป็นพระอริยเจ้าผู้อยู่เหนือโลกไปแล้ว

    พระลึกลับรูปนี้ได้หยิบก้านธูปที่จุดหมดดอกแล้วนำมาหักเป็นสี่จังหวะแล้วหยิบ สายสิญจน์ขึ้นมาพันไปมาพร้อมทั้งบริกรรมกำกับ จนสำเร็จเป็นรูปตัว พ.พาน จากนั้นส่งให้หลวงปู่เย็น พร้อมกับกล่าวโอวาทว่า

    พ.พานวิเศษนี้ หมายถึง “แก้วสารพัดนึก” หมายถึง การนึกอยากได้หรือต้องการอยากได้อะไรก็จะได้ดังใจปรารถนา ผู้ใดได้ไว้ครอบครองแล้วตั้งมั่นในศีลธรรม ในความดี ก็จะได้สมใจนึก

    ตัวพอ “พ” นี้ เป็นของวิเศษอันเกิดจากพระวาจาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ที่โคนต้นโพธิ์. “พอ พอ แล้วใครไม่ต้องเป็นครูสอนเราแล้ว” พอเรารู้ในธรรมวินัยนี้ว่าเป็นของที่เลิศประเสริฐยิ่งนัก พระพุทธก็ดี พระธรรมก็ดี พระสงฆ์ก็ดี เป็นของดีที่วิเศษ ยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้

    พระธุดงค์รูปนั้นท่านได้อธิบายถึงสรรพคุณและถ่ายทอดวิชาสร้างตัวอักษร “พ” ให้กับหลวงปู่เย็นจนหมดสิ้น

    ตัว พ.พาน นี้ ยังเป็นเครื่องหมายแทน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ คือตัวพระ คือตัวพอ ความพอ คือธรรมอันวิเศษ. เหมือนครั้งที่พระพุทธองค์ทรงบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณท่านได้กล่าวออกมา ว่า “พอ พอ แล้วเราไม่ต้องการใครเป็นครูอาจารย์เราแล้ว. ผู้รู้จักพอคือเศรษฐี คือผู้ค้นพบความร่ำรวย ผิดกับผู้ไม่รู้จักพอย่อมเป็นผู้ทุกข์อยู่กับการดิ้นรนแสวงหาเรื่อยไป”

    หลวงปู่เย็นรับ ตัวพ.พาน จากพระภิกษุลึกลับรูปนี้ด้วยความปลาบปลื้มใจ เมื่อหลวงปู่เย็นกราบท่านลงสามครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาพระธุดงค์รูปนั้นก็อันตรธานหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นสิ่งเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับหลวงปู่เย็นขณะอยู่ในวัยหนุ่ม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ “วัดระฆัง” ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่หลวงปู่เย็นท่านจำได้ดีตลอดมา

    ท่านเล่าว่าพระธุดงค์รูปนั้นท่านไม่ได้บอกชื่อ แต่ท่านจำหน้าตาได้แม่นยำที่สุด มาเห็นอีกทีก็ตอนที่เขาพิมพ์เรื่องหลวงปู่โลกอุดรนี่แหละ ท่านจำได้ดีว่าคือ พระรูปเดียวกันกับที่ท่านได้พบเจอมา ท่านได้กล่าวกับศิษย์ของท่านว่า เพราะพระผู้วิเศษท่านนี้แหละที่ทำให้ท่านสร้างวัดสร้างวาได้สำเร็จ โดยการสร้างวัดของหลวงปู่เย็นนั้น ท่านก็อาศัยการทำตัวพ.พานนี้แหละแจกจ่าย แลกกับ “ถุงปูน” ของผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ผู้ที่ได้ไปล้วนได้รับประสบการณ์ปาฏิหาริย์อย่างมากมาย

    ตัวพ.พาน ของท่านได้ชื่อว่าเป็นของมีชีวิต ยามจะเกิดภัยอันตรายจะสามารถส่งเสียงร้องเตือนได้ และยังเป็นของดีทางแคล้วคลาด เมตตามหานิยม

    วิชา “พ.พาน” จากหลวงปู่โลกอุดรที่ถ่ายทอดให้ท่านนั้นเป็นวัตถุมงคลแก้วสารพัดนึก แต่ทั้งนี้ผู้ครอบครองต้องรู้จักคำว่าพอ เมื่อถึงความพอแล้วแก้วสารพัดนึกจะปรากฏขึ้นมาเอง

    “หลวงปู่เย็น ทานะโต” ท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๓.๔๕ น. รวมอายุได้ ๙๔ปี ๒ เดือน ๑๑ วัน สรีระของท่านหลังจากสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลแล้วนำมาบรรจุใส่โลงแก้วประดิษฐานไว้ที่วัดสระเปรียญ เพื่อให้สาธุชนมาสักการะขอพรกันจนถึงปัจจุบันนี้

    ...คาถา ตัว พ.พานมหัศจรรย์ ตำรับหลวงปู่โลกอุดร...

    "พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้ให้เขากินอิ่มนอนหลับ พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้ เขาจะเอาอะไรก็ขอให้ช่วยเขาสมปรารถนา พระเจ้าพ่อจงมาโปรดลูกคนนี้ พุทธะเตเชนะ ความใดอย่าให้ถูก ปติเสวามิ พุทธะเมตตาจิต ธัมมะเมตตาจิต สังฆะเมตตาจิต นะเมตตา โมกรุณา พุทปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู อิสวาสุ สุสวาอิ พุทธะปิติอิ"
    ----------------
    [ขอขอบคุณที่มาจาก ทิพยจักร, หนังสือบารมีเหนือโลกหลวงปู่เทพโลกอุดร และภาพจากทีนิวส์ ]

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญหลวงปู่เทพโลกอุดรหลังหลวงปู่เย็นวัดสระเปรียญชัยนาท

    วิชาพ.พาน ของหลวงปู่เย็นท่านเรียนมาจากหลวงปู่เทพโลกอุดรท่านเมตตามาสอนให้แล้วจากไป

    คาถา ตัว พอ แก้วสารพัดนึก มหัศจรรย์
    ตำหรับหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร

    พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้ให้เขากินอิ่มนอนหลับ
    พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้เขาจะเอาอะไร
    ก็ขอให้ช่วยเขาสมปรารถนา
    พ่อจงมาโปรดลูกคนนี้ พุทธะเตเชนะ
    ความใดอย่าให้ถูก ปติเสวามิ พุทธะเมตตาจิต
    ธัมมะเมตตาจิต สังฆะเมตตาจิต นะเมตตา
    โมกรุณา พุทปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู
    อิสวาสุ สุสวาอิ พุทธะปิติอิ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ
    IMG_20261011_214455.jpg IMG_20261011_214515.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2026 เวลา 14:21
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791722820903.jpg

    พระสมเด็จฉาบรวยหลวงปู่ฉาบ

    ท่านเป็นภิกษุที่ชอบค้นคว้าทดลองในด้านวิชาอาคมต่างๆ ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ด้วยท่านมีนิสัยพูดจริงทำจริง ไม่กลัวใคร และได้ปรนนิบัติรับใช้ครูบาอาจารย์ ฝึกฝนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนมีความรู้ความชำนาญจึงได้กราบลาอาจารย์ไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมกับพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในหลายๆที่ในขณะนั้น เช่น
    ๑. หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา
    ๒. หลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์
    ๓. หลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์เรียนวิชาฝังเข็มทอง
    ๔. หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพเรียนวิชาการทำมีดหมอและการทำผ้ายันต์พญาฉัตทันต์
    ๕. หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือเรียนวิชาการทำมีดปากกา
    ๖. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
    หลังจากบวชใหม่ๆท่านก็ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ (หลวงพ่อเเจ่ม วัดวังแดงเหนือ) อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา ท่านปรนนิบัติรับใช้ หลวงพ่อเเจ่ม อยู่หลายปี ได้รับการถ่ายถอดวิชามีดพระขรรค์และผ้ายันต์นางกวักเมตตาค้าขายมาโดยตรง ซึ่งวิชามีดพระขรรค์นี้เรียนได้ยากลำบากมาก หลวงพ่อเเจ่มท่านก็คนจริง เมื่อเวลาเสกมีดต้องเสกให้ปลอกมีดกับด้ามมีดวิ่งเข้าหากันให้ได้ ถ้าดัง "แกร็ก" ถือว่าใช้ได้
    หลวงพ่อฉาบ ท่านได้เพียรพยายามจนสำเร็จ หลวงพ่อแจ่มจึงแนะนำให้ไปเรียนทางเมตตาลงนะหน้าทองกับ (หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก) ซึ่งหลวงพ่อฉาบ เองท่านก็เรียนจากหลวงพ่อจงมาเพียงอย่างเดียว จากนั้นท่านก็ศึกษาหาความรู้มาเรื่อยๆ มาพบกับครูบาอาจารย์รูปต่างๆ
    (หลวงปู่ศรี วัดพระปรางค์) จ.สิงห์บุรี ก็ได้ศึกษาทำแหวนแขน, แหวนนิ้ว, และน้ำมนต์ ,(หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ) ได้ศึกษาเรื่องการทำมีดหมอ พระปิดตา ผ้ายันต์ช้าง และเคล็ดการใช้ธาตุทั้ง ๔ ซึ่งวิชาเรื่องธาตุ๔ นี้ ภายหลัง (หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร) นครสวรรค์ ยังมาขอศึกษาโดยตรงกับ หลวงพ่อฉาบ (ในประวัติหลวงพ่อจ้อยได้ลงไว้) จากเกจิหลายรูปที่กล่าวมาแล้ว หลวงปู่ฉาบยังมีอาจารย์องค์สำคัญอีกรูปคือ (หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา) อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาตะกรุดมหาอุด, คงกระพัน ให้กับหลวงปู่ฉาบ จนเป็นที่มาในตำนาน "ตะกรุดเสาอากาศ"
    หลวงพ่อฉาบ ท่านเป็นพระที่เก่งจริง ครั้งหนึ่งท่านนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วเกิดอุบัติเหตุขาหักท่านไม่ยอมไปหาหมอ เมื่อกลับมาถึงวัดท่านก็เป่าคาถาเองจนหายเป็นปกติ ผ้ายันต์ช้างของท่านมีคนบูชาแล้ววันดีคืนดีมีเสียงร้องให้ได้ยินด้วยอภินิหารของท่านมีให้เล่ามากมาย พระคณาจารย์หลายองค์ในยุคนั้นให้ความเคารพท่านมาก โดยเฉพาะ (ครูบาสร้อย วัดมงคลคีรีเขต) ถึงขนาดให้ท่านเอานำมนตร์พรมศรีษะให้

    เหรียญหลวงปู่ฉาบวัดคลองจันทร์หลังพญาฉัตรทันต์
    ผ้ายันต์ข้าง กับเหรียญพระพิฆเณศ
    หลวงปู่ฉาบ วัดคลองจันทน์
    เกจิอาจารย์อายุเกือบร้อยปี ผู้สร้างยันต์ข้างจนขลัง
    โดย…รักษ์ มีแสง

    “โจรงัดบ้าน กวาดทรัพย์สินเกลี้ยง”
    พาดหัวข่าวแบบนี้มีให้เห็นบ่อย ๆ
    ลำพังชาวบ้านอย่างเราจะพึ่งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจะไม่ไหว แต่เรื่องนี้น่าเห็นใจอยู่เพราะอัตรากำลังมีไม่พอต่ออัตราพลเมือง

    หลวงปู่ฉาบท่านทราบถึงข้อนี้ดี โดยเฉพาะตามท้องถิ่นบ้านไกล ต้องอาศัยการดูแลตนเองเป็นใหญ่ ท่านจึงสร้างผ้ายันต์ช้างหรือพญาฉัตรทันต์ เพื่อหวังให้เป็นยามเฝ้าบ้านหรือเป็นมหาอำนาจให้ผู้ประสงค์ร้ายยำเกรง

    ช่างเป็นเหตุบังเอิญจริงๆ เพื่อนผมคนหนึ่งได้พบท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ รถคู่ชีพควบวกวนไปมาบนถนนลูกรังเล็ก ๆ เล่นเอาใจหายใจคว่ำ เพราะเส้นทางดังกล่าวแทบไม่พบบ้านเรือนผู้คน สองข้างถนนเต็มไปด้วยป่าหญ้า บางตอนของถนนคือหลุมที่เกิดจากฝน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ถนนกันดารจะพึงมีเมื่อสมัย 6-7 ปีที่ผ่านมา

    สุดท้ายได้พลัดหลงเข้าสู่ตำบลห้วยงู ความตั้งใจที่จะเดินทางไปหาเกจิอาจารย์รูปหนึ่งสายหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ที่ มีชื่อเสียงทางด้านมีดหมอก็เขวออกไปนอกเส้นทาง ถามชาวบ้านละแวกตำบลห้วยงู ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครรู้จักเกจิฯ รูปนั้น คงบอกเป็นเสียงเดียวว่าในตำบลนี้มีหลวงปู่ฉาบอยู่องค์เดียวเท่านั้น หลวงพ่อหลวงปู่อื่นไม่มี จึงตัดสินใจมุ่งไปกราบหลวงปู่ฉาบแทน

    พระครูเกษมชัยคุณ คือนามสมณศักดิ์ ส่วนฉายาคือ เขมจิตโต ปัจจุบันหลงปู่ฉาบ มีอายุได้ 94 ปี บวชมาแต่ พ.ศ. 2470 เรียวิชาอาคมมาจากอาจารย์หลายองค์หลายสำนัก เช่น วิชาฝังเข็มเรียนมาจากหลวงปู่อินทร์ วิชาน้ำมันเรียนมาจากหลวงปู่ดำ วัดโคกหม้อ นครสวรรค์ ฯลฯ

    ครั้นพบหลวงปู่ฉาบแล้ว เพื่อนของผมมีศรัทธาฝากตัวเป็นศิษย์มาแต่นั้น

    เมื่อปี 2518 หลวงปู่ฉาบได้สร้างผ้ายันต์ข้างเป็นครั้งแรกและก็หมดไปแล้วอย่างรวดเร็ว พร้อมประสบการณ์อันมากมายที่ผู้ได้รับผ้ายันต์ข้างต่างกล่าวขวัญถึง โดยเฉพาะเรื่องการเฝ้าบ้าน ค้าขาย และอยู่ยงคงกระพัน ทุกคนที่ยังไม่ได้รับผ้ายันต์ต่างร่ำร้องหาอยู่ไม่คลาย

    เสาร์ 5 ปี 2536 คือการอุบัติของผ้ายันต์ รุ่น 2 โดยรักษารูปแบบเดิมของผ้ายันต์รุ่นแรก และมีสองสีคือ แดงกับขาว ซึ่งไม่ว่าผู้ใดเห็นผ้ายันต์แล้วมักชื่นชอบ เพราะดูราวกับว่าช้างจะมีชีวิตชีวา มีวิญญาณ และหากใครได้บูชาถวายกล้วย น้ำ สัปดาห์ละครั้งตามตำราช้างก็แทบจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ

    หลวงปู่ฉาบจึงมักกล่าวในยามประสิทธิผ้ายันต์แก่ใคร ๆ
    “ถ้าได้ยินเสียงร้องของช้างอยู่ในบ้าน ก็อย่าตกใจ”

    เพื่อนผมคนนี้เจอเหตุการณ์แปลกๆ เกี่ยวกับผ้ายันต์คราวที่ได้รับมาใหม่ ๆ โดยได้กลิ่นมูลช้าง อบอวลอยู่ในบ้านหลายวัน อดแปลกใจไม่ได้ว่ากลิ่นมูลช้างมาจากที่ใด ครั้นไปตรวจดูที่หิ้งพระก็ได้กลิ่นโชยเข้าจมูกเป็นระยะ ด้วยความสงสัยจึงเปิดถุงห่อผ้ายันต์ดูพบว่ากลิ่นนั้นออกมาจากผ้ายันต์นี่เอง จากวันนั้นเป็นต้นมา ผ้ายันต์ได้นำไปใส่กรอบขึ้นหิ้งบูชาแทนที่จะเก็บไว้ในถุงพลาสติกอย่างเดิม

    อีกรายหนึ่ง ชื่อ นายยอด มีกลอง บ้านอยู่หลังวัดดอนตูม ราชบุรี เล่าว่าต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงช้างร้องหลายครั้ง นายยอดบอกว่าได้ปลุกภรรยาให้ตื่นขึ้นมาฟังด้วยกัน ภรรยาจึงเป็นพยานร่วมเหตุการณ์อีกคนหนึ่ง

    นายทิพย์ บ้านอยู่บึงกระจับ ราชบุรี ปัจจุบันทำงานในอู่ต่อรถบัสขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง ได้รับผ้ายันต์มาคราวเดียวกันกับนายยอด ได้เล่าว่า ได้ให้ผ้ายันต์แก่พ่อตาไปผืนหนึ่ง ซึ่งพ่อตานายทิพย์เป็นคนมีเพื่อมาก มักชุมนุมกันตั้งวงเหล้าตอนเย็นทุกวัน และก็เช่นเคยในเย็นวันหนึ่ง วงเหล้าเอิกเกริกด้วยเพื่อนฝูงมากันมาก ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ วงเหล้ายิ่งออกรสเรื่อย ๆ จนในที่สุดเหล้าก็เป็นเหตุให้คนดื่มเกิดมีปากเสียงกัน บรรยากาศเคร่งเครียดจนต้องหาวิธียุบวงลงในที่สุด

    พ่อตานายทิพย์ ซึ่งมีเรื่องกับคนข้างบ้านที่มานั่งดื่มด้วยกันก็เข้านอน ก่อนนอนก็กราบผ้ายันต์ช้างเสียหน่อย ตกดึกไม่รู้เวลาอะไรฝนก็ยังตกหนักไม่หยุด พ่อตานายทิพย์รู้สึกตัวตื่นขึ้นได้ยินเสียงเดินหนัก ๆ บนบ้านด้วยความกลัวก็คิดไปว่าท่านจะเป็นช้างหลวงพ่อฉาบเสียกระมัง จึงหลับตาตลอดไม่ยอมลืมตา คงเปิดแต่หูจับสังเกตเสียงนั้นทุกระยะ ซึ่งเสียงเดินหนัก ๆ ก็มาหยุดที่หัวนอน พร้อมกับได้ยินเสียงแชะ แชะ เหมือนกับเสียงปืนไม่มีกระสุน ใจก็หวั่นอยู่แต่เรื่องช้างเพราะลูกเขยได้เกริ่นให้ทราบมาก่อนเสียงอะไรจะ ดังยังไงก็ไม่ลืมตาจนเสียงทุกเสียงเงียบหายไปและผลอยหลับต่อไปจนแจ้ง

    ตื่นขึ้นมาตอนเช้าพ่อตานายทิพย์ก็ตกใจที่เห็นรอยเท้าคน เต็มหัวนอน ขนก็ลุกชันทันที รู้ว่าเมื่อคืนถูกลอบยิงเข้าแล้ว

    อาจารย์วัดบ้านเชี่ยน ชัยนาท เคยบอกว่าผ้ายันต์ช้างหลวงปู่ฉาบกันปืนได้ นี่เห็นจะจริงดังท่านพูด

    ผมไม่แน่ใจว่าที่วัดจะยังมีผ้ายันต์ช้างเหลืออยู่หรือไม่ หากต้องการติดต่อกับทางวัดให้ลองสอบถามไปตามที่อยู่นี้

    วัดคลองจันทน์ ต.ห้วยงู อ.หันคา จ.ชัยนาท

    ใครจะคิดเห็นอย่างไรกับหลวงปู่ฉาบก็ตามเชื่อได้สนิทใจว่าท่านไม่ใช่พระโปรโมทก็แล้วกัน
    กองสอดแนม รักษ์ มีแสง ได้สอดแนมหลวงปู่ฉาบมาแต่เพียงเท่านี้
    มีที่จะต้องขยายความสักเล็กน้อยว่าเหรียญพิฆเนศนั้นหลวงปู่ฉาบได้กล่าวว่ามี คุณขลังเช่นเดียวกับผ้ายันต์ช้างทุกประการ ถ้าหากว่าผ้ายันต์หมดลงไปแล้ว เหรียญพิฆเณศใช้แทนได้ ดูเหมือนจะเป็นเหรียญพิฆเนศรุ่นแรกของหลวงปู่ฉาบอีกด้วย
    ขอให้ได้รับเหรียญพิฆเณศโดยไม่มีอุปสรรคทุก ๆ คน
    เอาใจช่วยได้แค่นี้แหละครับ….
    ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสารศักดิ์สิทธิ์ ประมาณปี 2537-2538
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    มีไม่กี่องค์ในที่สำเร็จวิชาและทำผ้ายันต์พญาฉัตรทันต์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จ ๙ ชั้น หลังรูปเหมือนหลวงปู่ฉาบ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่ง 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20261011_195027.jpg IMG_20261011_195046.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2026 เวลา 14:21
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    IMG_20261011_203028.jpg FB_IMG_1791725613509.jpg

    หลวงพ่อทวด รุ่น 97 รับทรัพย์ เสาร์ห้า ชนะสงคราม
    ครบรอบ ปีที่ 60 กองบัญชาการกองทัพไทย 16 ม.ค. 63

    พิมพ์พระรอด กรรมการ หลังฝั่งช้าง

    สร้างจากว่าน 108 ชนิด ดินกากยายักษ์ผสมผงพุทธคุณ ปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ 108 รูป และยังได้ผสมผงพระกรุแตกหักทั่วประเทศและได้ฝังแร่หลวงพ่อทวด 2497 ไว้ด้านหลัง

    -ปลุกเสก 3 วาระ-

    วาระ 1 ณ วัดห้วยเงาะ โดยพ่อท่านเขียวปลุกเสกเน้นไปทางรับทรัพย์

    วาระ 2 ณ วัดพะโคะ ปลุกเสกในฤกษ์เพิ่มทรัพย์รับทรัพย์

    วาระ 3 ณ วัดชนะสงคราม ปลุกเสกในฤกษ์เสาร์ห้า

    พิธีพุทธาภิเษก หลวงพ่อทวด ๒๔๙๗ รุ่นรับทรัพย์เสาร์ห้า ชนะสงคราม วาระที่๑ ณ วัดอรัญวาสิการาม(วัดห้วยเงาะ) จ.ปัตตานี

    คณะผู้จัดสร้างได้รับความเมตตาจาก "พ่อท่านเขียว กิตติคุโณ" แห่งวัดห้วยเงาะ เกจิอาจารย์สายหลวงปู่ทวด แห่งดินแดนลังกาสุกะ
    มาเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกเสกพระหลวงปู่ทวด 2497 รุ่น
    "รับทรัพย์เสาร์ห้า ชนะสงคราม"
    รุ่นนี้ ตลอดระยะเวลา ที่พุทธาภิเษกนั้น ท่านไม่ละสมาธิจากการปลุกเสกแม้เพียงขณะเดียว!!!

    วันนี้ ( 28 มี.ค.63) ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร พระเมธีวราลงกรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามเมตตาเป็นประธานสงฆ์ให้คณะผู้จัดสร้างหลวงพ่อทวด “รุ่น ๙๗ รับทรัพย์เสาร์ ๕ ชนะสงคราม” ทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเป็นการภายในอย่างเงียบๆโดยปฏิบัติตามข้อกำหนดกระทรวงสาธารณสุขและ กทม.อย่างเข้มงวด มีการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากาก ผู้สูงอายุเกิน 70 ห้ามเด็ดขาด การจัดพิธีครั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนาที่ดีของคณะผู้สร้างวัตถุมงคล หลวงพ่อทวด “รุ่น ๙๗ รับทรัพย์ เสาร์ ๕ ชนะสงคราม” ครบทั้ง 3 ครั้ง กำหนดพิธีสุดท้ายปลุกเสกที่วัดชนะสงครามแล้วจะมีชัยชนะต่ออุปสรรค์ทั้งปวง พิธีปลุกเสก ผ่านมาแล้ว 2 วาระ คือวาระแรกปลุกเสกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 ที่วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี วาระที่ 2 ปลุกเสกเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ที่วัดพะโคะ จ.สงขลา และวาระที่ 3 ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพ ฯ ปลุกเสกวันที่ 28 มีนาคม 2563 ตรงกับวันเสาร์ ๕ ขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๕ เป็นวันดีเป็นวันธงชัยหลายปีจะมีสักครั้งเรียกว่าเกิดขึ้นยาก เป็นวันแรงและวันแข็งที่สุดเหมาะสำหรับพิธีปลุกเสกลงเลขยันต์ตามโหราศาสตร์ของคนไทยที่เชื่อและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน วัตถุมงคลใดปลุกเสกวันนี้จะมีพุทธคุณด้านคงกระพัน แคล้วคลาดมากกว่าวันปรกติ หากพ้นวันนี้แล้วจะเกิดขึ้นอีกทีในปี 2566

    พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลหลวงพ่อทวด 2497 รุ่นรับทรัพย์เสาร์ ๕ ชนะสงคราม วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 63 พลเอก สุรสิทธิ์ ถาวร อดีตผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสจุดเทียนมหามงคล เทียนน้ำพระพุทธมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนาปลุกเสก และมีคณะผู้ดำเนินงานจัดสร้างร่วมประกอบพิธี พลเรือเอก ดร. ปรีชาญ จามเจริญ กรรมการกฤษฎีกา รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คุณชัยนฤทธิ์ เพชรพันธุ์ทอง อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย อาจารย์แขก รือเสาะ ประธานบริหารสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยจังหวัดนราธิวาส หลังจากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญจิตภาวนา ได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ ให้พรแล้ว พลเอก สุรสิทธิ์ ถาวร และคณะผู้จัดสร้างได้ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเป็นเสร็จพิธีอย่างสมบูรณ์ที่สุดของวัตถุมงคล หลวงพ่อทวด “รุ่น ๙๗ รับทรัพย์เสาร์ ๕ ชนะสงคราม

    หลวงพ่อทวด รุ่น ๙๗ รับทรัพย์ เสาร์ ๕ ประกอบด้วย พระบูชาเนื้อปูนผสมว่าน หน้าตัก 9 นิ้ว 7 นิ้วและ 3 นิ้ว พิมพ์สี่เหลี่ยมกลักไม้ขีด กรรมการ “A” ตะกรุดสามกษัตริย์ และตะกรุดคู่ พิมพ์สี่เหลี่ยมกลักไม้ขีดกรรมการ “B” ตะกรุดสามกษัตริย์ และตะกรุดคู่ พิมพ์สี่เหลี่ยมกลักไม้ขีด “คะแนน” ตะกรุดสามกษัตริย์และตะกรุดคู่ พิมพ์ใหญ่กรรมการ “A” พิมพ์ใหญ่ “A” พิมพ์ใหญ่ “B” พิมพ์ใหญ่ “C” พิมพ์ซุ้มกอ พิมพ์พระรอดใหญ่ “หัวไม้ขีด” พิมพ์พระรอด “กรรมการ” พิมพ์สี่เหลี่ยมกลักไม้ขีดกรรมการ “A” หนังสือพระองค์ครูหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ฉบับเนื้อว่าน

    เทพเจ้าสายบู๊แห่งดินแดนลังกาสุกะ ชายแดนใต้

    ประวัติพ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จังหวัดปัตตานี

    เกิด: สิงหาคม พ.ศ.2472 ณ.ตำบลหน้าถ้ำ อ.เมืองจ.ยะลา
    โยมบิดา : ชื่อนายทอง เพ็ชรภักดี
    โยมมารดา : ชื่อ นางกิ๊ม นวลศรี

    ชีวิตวัยเด็ก : หลังจากจบ ป.4 ต้องออกจากบ้านหางานทำเลี้ยงแม่และน้องๆ เพราะบิดาท่านได้ถึงแก่กรรม

    อุปสมบท : ณ พัทธสีมา วัดบุพนิมิตร(วัดนางโอ) อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี

    พระอุปัชฌาย์ : พระครูมนูญสมณการ วัดพลานุภาพ

    ศึกษาธรรม : ศึกษาพระปริยัติธรรมและนักธรรม รวมทั้งในด้านการสวดมนต์พิธีต่างๆ โดยสามารถสวดพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่ ในพรรษาที่5 นอกจากนี้ยังศึกษาสรรพวิชาจากฆราวาสที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อีกหลายท่าน

    พระอาจารย์เขียว หรือ พ่อท่านเขียว ถือกำเนิดในครอบครัวชาวนาในจังหวัดยะลา เป็นบุตรคนที่ 3 จากจำนวนทั้งหมด 7 คน ดังนี้

    1. นาย เชือน เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )
    2. นาย แก้ว เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )
    3. พ่อท่านเขียว กิตติคุโณ ( นามเดิม เขียว เพ็ชรภักดี )
    4. นายชื่น เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )
    5.นายแจ๊ก เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )
    6.นายสมใจ เพ็ชรภักดี( ถึงแก่กรรมแล้ว )
    7.นาง สาว เพ็ชรภักดี

    ช่วงชีวิตในวัยเด็กพ่อท่านเขียว ท่านก็เหมือนเด็กชาวบ้านในต่างจังหวัดทั่วไป หลังจากเรียนจบ ป.4 บิดาได้ถึงแก่กรรม ท่านจึงต้องออกมาทำงานช่วยครอบครัว เพื่อเลี้ยงแม่และน้องๆ ซึ่งในเวลานั้นท่านก็สู้อดทนรับจ้างทำงานทุกอย่าง จนกระทั่งอายุได้ 20 ปี จึงตัดสินใจบวช ตามประเพณีนิยม ณ.วัดนางโอ (ปัจจุบันคือวัดบุพนิมิตร) อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ท่านบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2492 ณ.พัทธสีมา วัดนางโอ

    โดยมี พระครูมนูญสมณการ วัดพลานุภาพ เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระอธิการแดง ธมฺมโชโต วัดนาประดู่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    พระอธิการทอง จนฺทโชโต วัดภมรคติวัน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    พระอธิการดำ ติสสโร เจ้าอาวาส วัดนางโอในขณะนั้น เป็นประธานสงฆ์ พระสงฆ์หัตถบาส เป็นพระอาจารย์ ผู้ที่ประสิทธิ์ประศาสน์ วิชาความรู้ ให้พ่อท่านเขียวมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นฆราวาส

    หลังจากครองผ้าเหลือง พ่อท่านเขียว ได้จำพรรษาอยู่วัดนางโอ โดยท่านได้ใช้เวลาว่างทั้งหมด เล่าเรียนการสวดมนต์ต่างๆ และรวมถึงการสวดภาณยักษ์ แบบฉบับของภาคใต้ กระทั่งพรรษา 2 ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดสุนทรบัญชาราม อ.รามัญ จ.ยะลา ครั้งถึงพรรษาที่ 3 พ่อท่านเขียว ได้กลับมาจำพรรษาที่วัดนางโออีกครั้ง ได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ กับ “ตาเลี่ยม”ฆราวาสที่เชี่ยวชาญ ด้านวิปัสสนา รวมทั้งศึกษาสรรพวิชาต่างๆจากผู้เรืองพระเวทย์วิทยาคมอีกหลายท่าน

    นอกจากนี้ พ่อท่านเขียวยังได้ศึกษาในทางธรรม ท่านปฏิบัติเคร่งครัด ศึกษาด้านปริยัติธรรมบาลีไวยากรณ์และนักธรรม รวมถึงการสวดมนต์ สาธยายธรรม ด้วยเหตุนี้เอง พ่อท่านเขียวท่านจึงสามารถ สวดปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่ในพรรษาที่ 5 พ่อท่านเขียว สอบได้นักธรรมโทและต่อมา ท่านได้รับตำแหน่ง รักษาการเจ้าอาวาส วัดนางโอ จนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสในลำดับต่อมา ในระหว่างนี้ท่านเองเป็นสหธรรมมิกกับ “พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ” ด้วยความที่วัดอยู่ใกล้กัน ท่านทั้งสองจึงได้เคยร่วมสังฆกรรม สนทนาธรรม และร่วมในพิธีกรรมต่างๆด้วยกันเสมอ

    โดยเฉพาะเมื่อคราวที่ท่านอาจารย์ทิม วัดช้างให้ สร้าง พระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน รุ่นปี2497 เพื่อแจกแก่ผู้ที่ร่วมสร้างพระอุโบสถ วัดช้างไห้นั้น พ่อท่านเขียว เป็นผู้หนึ่งที่คลุกเนื้อผสมว่าน และ ร่วมอยู่ในพิธีกรรมเจริญพุทธมนต์ ในระหว่างที่ท่านอาจารย์ทิม อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวด เพื่อปลุกเสกพระเครื่องเนื้อว่านในคราวปี2497 และร่วมพิธีกรรมปลุกเสกอีกหลายวาระจนเมื่ออาจารย์ทิมท่านมรณภาพแล้ว ยังมีพิธีกรรมที่สำคัญอีก 1 วาระ คือปลุกเสกหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2524 ปัจจุบันเป็นที่เสาะหากันมาก เพราะมีประสบการณ์คุ้มภยันตราย แคล้วคลาดปลอดภัยแก่ผู้ที่นับถือ

    นอกจากนี้ ยังได้รับนิมนต์ ไปปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ในหลายพิธีตลอดมาทั้งไกลและใกล้จนถึงปัจจุบัน นับว่าพ่อท่านเขียว เป็นพระเกจิสำคัญถือเป็นเพชรอีกรูปหนึ่ง แห่งเมืองใต้ เลยทีเดียวส่วนหลักฐานสำคัญ อีกรูปที่รับรอง หลวงพ่อเขียว ว่าปลุกเสกหลวงปู่ทวดเดี่ยวเพียงลำพังรูปเดียวได้ดีคือท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาว ท่านกล่าวไว้กับศิษย์ใกล้ชิดที่ร่วมรับรู้หลายท่าน ถือเป็นหลักฐานรับรองที่สำคัญ อีกประการหนึ่งในราวปี2500 พ่อท่านเขียวได้ตรวจสอบธรณีสงฆ์รอบวัดนางโอ พบการรุกล้ำที่วัดของชาวบ้านละแวกวัด ทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นไม่พอใจ กระทบกระทั่งกันหลายวาระ ในที่สุดหลวงพ่อเขียว จึงตัดสินใจ ออกจากวัดไปจำพรรษา ที่วัดภมรคติวัน และที่วัดนี้ก็มีปัญหาเดียวกันกับวัดนางโอ ท่านจึงย้ายวัดไปจำพรรษาที่วัดนาประดู่อีกครั้ง

    และในระหว่างนี้ท่านอาจารย์ธีร์เจ้าอาวาสวัดห้วยเงาะ ในเวลานั้น จึงได้มานิมนต์ท่านไปอยู่ด้วยกันเสียที่วัดห้วยเงาะ เนื่องด้วยพรรษาท่านมากจะได้ดูแลและไม่ต้องพบกับภาระเหนื่อยหนักอีก พ่อท่านเขียวท่านเป็น พระสงฆ์ที่มัธยัสถ์อดออมและรักสันโดษ ท่านชอบการอ่านหมั่นศึกษาหาความรู้ในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านกฏหมายบ้าน เมือง การเกษตรกรรม โหราศาสตร์ สมุนไพรกลางบ้าน รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในอันที่จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้ พ่อท่านมีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ และผู้ที่ไปขอให้ท่านเสกเป่าบรรเทาทุกข์ แก้ไขสิ่งที่ขัดข้องในชีวิต ท่านเมตตาเสมอเหมือนกันหมด ไม่ว่ายากดีมีจนมาจากไหนไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ โดยไม่แบ่งแยกไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด และท่านไม่จับ หรือรับเงินที่มาถวายเลย

    ส่วนใหญ่คนที่ไปกราบท่าน จะได้รับวัตถุมงคล จากมือพ่อท่านเขียว ส่วนใหญ่จะเป็น ปลัดขิก ผ้ายันต์รับทรัพย์ ตะกรุดนิมิตรพิสมร และหลวงพ่อทวด รุ่นต่างๆตามแต่ท่านจะเมตตา แต่ถ้าใครขอเฉพาะเจาะจงถ้าท่านมีก็จะได้ครับ คือการแจกทั้งสิ้น พระเครื่องส่วนใหญ่ไม่มีการเช่าหาแต่อย่างใดๆ แต่ก็จะมีพระเครื่องและวัตถุมงคลของ หลวงปู่เขียว ที่ทางวัดสร้าง หรือลูกศิษย์สร้างขึ้นนั้นจะให้เช่าบูชาที่กุฏิเจ้าอาวาส แต่ไม่ใช่ที่กุฏิท่าน เพราะท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับเงินทอง และบางท่านอาจจะยังไม่รู้ว่า พ่อท่านเขียว ท่านไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสนะครับ เพราะท่านไม่ยึดติด พ่อท่านเขียวไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาส พอดีเคยคุยกับหลายท่าน มักเข้าใจว่า หลวงพ่อเขียวท่านเป็นเจ้าอาวาส วัดห้วยเงาะ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    สภาพสวยซองเดิมใบฝอยยังอยู่ครับ


    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20261011_202808.jpg IMG_20261011_202828.jpg IMG_20261011_202914.jpg
     
  9. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,321
    ค่าพลัง:
    +6,002
    จองครับ
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    FB_IMG_1791818469891.jpg

    ปี ๒๕๓๙ ได้มีคนร้าย
    ประมาณ 5 คนบุกเข้าปล้น
    และทำร้ายร่างกาย
    หลวงพ่อสมชาย โดยคนแรกได้ตัดสายมุ้งและนำมุ้งมาห่อหุ้มพันตัวหลวงพ่อไว้
    ก่อนที่จะนำเหล็กขูดชาร์ปที่
    พกมาจ้วงแทjบริเวณ
    หน้าท้อง ใต้ราวนมและ
    บริเวณลิ้นปี่ แต่ก็ไม่ได้
    ระคายผิวเลยแม้แต่น้อย
    คนร้ายจึงตัดสินใจนำปืnที่
    ติดตัวมาด้วย จ่อยิjที่ศีรษะ
    หลวงพ่อสมชาย แล้วเหนี่ยว
    ลั่นไกปืn แต่ปืnก็ไม่ลั่น

    สวัสดีนะ
    ขอนำภาพและ
    ประวัติพอสังเขปของ
    พระอธิการ
    สมชาย พุทฺธสโร
    วัดโพรงอากาศ
    จ.ฉะเชิงเทรา
    หลวงพ่อสมชาย พุทฺธสโร
    อดีตเจ้าอาวาสวัดโพรงอากาศ
    ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
    พระเกจินักพัฒนา เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของสาธุชนเป็นศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวที่สืบทอดวิทยาคมจากหลวงปู่แจ๋ ติสฺสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์(คลอง20)
    อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
    พระเกจิชื่อดัง
    ปัจจุบันพระอธิการ
    สมชาย พุทฺธสโร
    อายุ 79 ปี พรรษา 59

    พื้นเพเป็นชาวบางน้ำเปรี้ยว
    โดยกำเนิด
    เกิดในสกุล ไทยเจริญพร
    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. 2488
    โยมพ่อ
    ชื่อ กำนันผาด ไทยเจริญพร
    โยมแม่
    ชื่อ นางสาย ไทยเจริญพร

    โดยครอบครัวได้ประกอบอาชีพค้าขาย

    การศึกษา
    เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนบางน้ำเปรี้ยววิทยา
    จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

    เข้าพิธีอุปสมบท
    เมื่อปี พ.ศ.2510 โดยมี
    พระครูรัตนสุนทร (กวย)
    วัดบางน้ำเปรี้ยว
    เป็นพระอุปัชฌาย์
    พระครูศิริเกตุวรคุณ (เลี่ยม)
    วัดเกตุสโมสร
    เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    พระครูจารุวรรณาภรณ์ (จ้อย)
    วัดบางน้ำเปรี้ยว
    เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    ในระหว่างอุปสมบท
    อยู่รับใช้พระอุปัชฌาย์ที่วัดบางน้ำเปรี้ยว 7 วัน จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ (คลอง 20) เพื่อศึกษาวิชาความรู้กับหลวงพ่อแจ๋ ติสฺสโร ซึ่งท่านเลื่อมใสศรัทธามาตั้งแต่ก่อนบวชเมื่อบวชแล้วก็ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้ นักธรรมชั้นเอกในเวลาไม่นาน เมื่อจบจากทางธรรมแล้ว
    จากนั้นก็ได้หันไปศึกษาพุทธาคมจนสามารถจารอักขระเลขยันต์ได้คล่องแคล่ว เขียนยันต์ได้งดงามเป็นที่ไว้วางใจจากหลวงพ่อแจ๋ ให้จารตะกรุดแทน ที่สำคัญท่านศึกษาวิทยาคม ที่
    หลวงปู่แจ๋ ศึกษามาจาก หลวงปู่ไข่ อินฺทสโร
    วัดบพิตรพิมุข(เชิงเลน)จนหมดสิ้น ทั้งวิชาจาก
    พระครูญาณรังสีมุนีวงษ์(ทำ)วัดสัมปทวน
    ก็เรียนจนทะลุปรุโปร่ง

    และได้ศึกษาวิทยาคม
    ทั้งคอยดูแลอุปัฏฐากรับใช้
    จนกระทั่งหลวงปู่แจ๋ มรณภาพลงใน
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2516 เมื่อจัดการเรื่องการบำเพ็ญกุศลศพเป็นที่เรียบร้อย
    ดีแล้วจึงได้เดินทางไปขอเรียนวิชาจากหลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว ซึ่งได้รับวิชาที่ตกทอดมาจากหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก และหลวงพ่อถึก วัดสนามช้าง ได้แก่วิชา ปลัดขิกและนะเก้ายอด ก่อนไปศึกษาพุทธาคมกับ
    พระอาจารย์ซ่วน
    วัดท่าลาดใต้
    พระครูกิตตินนทคุณ(กี๋)
    วัดหูช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
    หลวงปู่ถิร วัดป่าเลไลยก์
    หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช
    หลวงพ่อสีหมอก วัดวังตะโก

    จากนั้นจึงได้ออกธุดงค์รอนแรมไปในภาคเหนือ เพื่อศึกษาและฝึกฝนพุทธาคม จนได้พบกับ
    พระญาณสิทธาจารย์(หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
    พระป่าสายหลวงปู่มั่นที่
    วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อยู่จำพรรษา
    ฝึกฝนวิปัสสนา ก่อนธุดงค์กลับมาวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์
    ช่วยงาน พระครูโพธิวรานุรักษ์ (ไพบูลย์)
    เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ พัฒนาจนเจริญรุ่งเรือง

    ในปี พ.ศ.2519
    ธุดงค์มาปักกลดบริเวณตำบลโพรงอากาศ
    นายจันทร์ และ นางแฉล้ม
    ประดิษฐ์วงศ์ (ศิริสุขะ) เจ้าของที่ดิน เกิดความ
    ศรัทธาจึงถวายที่ดิน 7 ไร่
    พร้อมทั้งถวายที่ดินเพิ่มให้
    อีก 8 ไร่ รวมทั้งสิ้น 15 ไร่

    นอกจากนี้ ยังได้สละที่ดิน
    ส่วนตัวที่เป็นมรดกตกทอด
    มาจากโยมพ่อขายไป
    ทั้งหมด แล้วนำเงินมาซื้อ
    ที่ดินเพิ่มจนมีที่ดิน
    ทั้งหมด 48 ไร่ จากนั้นจึงเริ่ม
    งานก่อสร้างต่างๆ
    โดยระหว่างเริ่มก่อสร้างวัด
    ได้รับนิมนต์ไป
    ประเทศอินเดีย
    เพื่อนมัสการสังเวชนียสถาน
    กับท่านพระครูประกาศสมาธิคุณ
    วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และ หลวงพ่อขอม
    วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี
    ในคราวนั้นได้นำผ้าป่าไป
    ทอดถวายวัดไทยที่เมืองสารนาถ
    เพื่อสร้างโบสถ์ได้ปัจจัย
    จำนวน 76,000 ดอลลาร์
    หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับ
    ประเทศไทย

    หลวงพ่อสมชาย พุทฺธสโร
    เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง
    พูดจริง ทำจริง ใครที่ได้เข้า
    มากราบนมัสการสนทนา
    พูดคุยจะได้ข้อธรรม
    มากมาย ด้วยท่านจะให้คำ
    แนะนำสั่งสอน และชี้ทาง
    แก้ไขทุกข์ทางกายและทางใจ
    อีกทั้งปัจจัยเงินทองที่ได้มา
    จากการบริจาคของญาติโยม
    หรือ จากการทำบุญ
    บูชาวัตถุมงคล
    ท่านจะนำไปใช้สร้าง
    วัดโพรงอากาศจนหมดสิ้น
    ปัจจุบันวัดโพรงอาศ

    ปี2539 เวลาประมาณ
    02.30 น.ได้มีคนร้าย
    ประมาณ 5 คนบุกเข้าปล้น
    และทำร้ายร่างกาย
    หลวงพ่อสมชาย เดอะคันแรกได้ตัดสายมุ้งและนำมุ้งมาห่อหุ้มพันตัวหลวงพ่อไว้
    ก่อนที่จะนำเหล็กขูดชาร์ปที่
    พกมาจ้วงแทjบริเวณ
    หน้าท้อง ใต้ราวนมและ
    บริเวณลิ้นปี่ แต่ก็ไม่ได้
    ระคายผิวเลยแม้แต่น้อย
    คนร้ายจึงตัดสินใจนำปืnที่
    ติดตัวมาด้วย จ่อยิjที่ศีรษะ
    หลวงพ่อสมชาย แล้วเหนี่ยว
    ลั่นไกปืn แต่ปืnก็ไม่ลั่น
    เมื่อคนร้ายหายจากอาการ
    ตกตะลึงในเหตุการณ์นั้น
    แล้วไม่รู้จะทำวิธีใด
    จึงได้นำกระโถนที่เป็น
    กระเบื้องกังใสโบราณมาตี
    เข้าที่ท้ายทอย
    หลวงพ่อสมชายอย่างแรง
    จนหลวงพ่อสมชาย
    ท่านพิจารณาแล้วว่าหาก
    ท่านไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่เฉย
    หรือยังต่อสู้ขัดขืนอยู่
    คนร้ายก็จะหาวิธีการต่างๆ
    นาๆทำให้ท่านมรณภาพลง
    จนได้ ท่านจึงได้เจริญพระ
    กัมมัฏฐานข่มเวทนาที่เกิด
    จากการถูกทำร้ายร่างกาย
    ท่านหยุดนิ่งจนคนร้ายคิดว่า
    ท่านมรณภาพแล้ว
    จึงได้ฉวยเอาย่ามซึ่งมีปัจจัย
    จากคณะศรัทธาญาติโยม
    ที่มาจากกรุงเทพมหานครซึ่ง
    ได้รวบรวมกันมาทอดผ้าป่า
    สามัคคีเพื่อก่อ
    สร้างอุโบสถมหาเจดีย์อยู่ออกไป
    (ในเหตุการณ์ครั้งนั้นพระ
    อาจารย์สุริยา
    หรือพระอาจารย์แช่ม
    ได้ยินเสียงการต่อสู้ในกุฏิ
    พระอาจารย์แช่ม
    ท่านจึงได้ออกมาช่วย
    หลวงพ่อสมชาย
    โดยไม่ทันได้ระวังตัว
    จึงได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืn
    ยิjเข้าชายโครงด้านซ้าย
    ทะลุตัดขั้วหัวใจถึงแก่มรณภาพ)
    พระอาจารย์แช่มรูปนี้แหละ
    เป็นผู้ที่ได้ช่วย
    ก่อสร้างรากฐานอุโบสถ์
    มหาเจดีย์ที่สูง96เมตร
    เคียงคู่กับหลวงพ่อสมชายมา

    ผลงานชิ้นสำคัญ
    คือ อุโบสถ์มหาเจดีย์สีทอง
    ซึ่งเป็นอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจากวัดโสธรวราราม ใน จ.ฉะเชิงเทรา
    มีเสาโบสถ์ขนาด 3 คนโอบ
    จำนวนถึง 196 ต้น
    สูงถึง 96 เมตร
    ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 700 ล้านบาท ถือเป็นสัญลักษณ์ของ
    วัดโพรงอากาศ
    และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
    ที่โดดเด่นและสะดุดตา

    การจัดสร้างวัตถุมงคล
    รุ่นต่างๆ สร้างโดยสืบสานตำราและรูปแบบ
    ของหลวงปู่แจ๋
    มาจัดสร้างและปลุกเสกเดี่ยวอย่างเข้มขลัง
    วัตถุมงคลยอดนิยม
    อาทิ พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก รุ่นแรก สร้างตามตำรับหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน
    เหรียญนางกวัก รุ่นแรก
    และรุ่น 2 พิมพ์ทรงเดียวกับของหลวงปู่แจ๋
    ผู้เป็นพระอาจารย์
    และเหรียญกันภัยที่มี
    ประสบการณ์โชกโชน

    การปกครองในอดีต
    หลวงพ่อสมชาย พุทฺธสโร ดำรงตำแหน่ง
    เจ้าอาวาสวัดโพรงอากาศ
    เจ้าคณะตำบลโพรงอากาศ
    รักษาการเจ้าอาวาสวัดไทยสารนาถ ประเทศอินเดีย

    อีกทั้งยังให้การสนับสนุนด้านการศึกษาสงเคราะห์ อาทิเช่น
    วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
    โรงเรียนบางน้ำเปรี้ยววิทยา
    โรงเรียนบางน้ำเปรี้ยวกงลิ
    โรงเรียนสิทธิสุนทร
    โรงเรียนวัดนีลราษฎร์ศรัทธาบำรุง
    โรงเรียนวัดญาณรังษาราม
    โรงเรียนประชาฤกษ์สมบูรณ์
    โรงเรียนวัดตะพังคี
    โรงเรียนทำมาหากินคลอง20
    (เป็นประจำ)
    ด้านสาธารณะสงเคราะห์
    หลวงพ่อสมชาย
    ได้ให้การช่วยเหลือ
    ผู้ประสบอัคคีภัย วาตภัย
    อุทกภัย ผู้ป่วยติดเตียง
    ผู้พิการ คนชรา
    และผู้มีพัฒนาการช้า
    ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ
    แพร่ระบาดของ
    เชื้อไวรัสโควิด 2019
    ทั้งยังได้มอบเงินสมทบทุน
    ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้แก่
    โรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว
    โรงพยาบาลพุทธโสธร
    (โรงพยาบาลเมือง)
    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(เป็นประจำ)
    ด้านสาธารณูปการ
    หลวงพ่อสมชาย
    ได้มอบถวายปัจจัยเพื่อร่วม
    สร้างอุโบสถและบูรณะปฏิสังขรณ์
    เสนาสนะ วัดต่างๆทั้ง
    ในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
    และนอกอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
    ทั้งในจังหวัด
    และนอกจังหวัง
    ไม่ต่ำกว่า 60 วัด
    โดยได้มอบถวายไว้วัดละ 100,000 บาท
    ทั้งสถานีตำรวจภูธรบางน้ำเปรี้ยว
    วัดโพรงอากาศ
    แม้จะไม่ใช่วัดที่เก่าแก่
    หรือมีชื่อเสียงแต่ก็มีความเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ
    กราบขอบพระคุณ
    ข้อมูลจาก
    พระอาจารย์สุเทพ จนฺทสีโล(พระอาจารย์ขาว)
    รองเจ้าอาวาส
    วัดโพรงอากาศ
    เลขานุการเจ้าคณะ
    ตำบลโพรงอากาศ
    ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
    วัดโพรงอากาศ
    พระวินยาธิการประจำ
    จังหวัดฉะเชิงเทรา

    แชร์ได้ไม่หวงนะครับ
    เพื่อเผยแพร่บารมี
    หลวงพ่อสมชาย พุทฺธสโร

    ด้วยความเคารพและศรัทธาหลวงพ่อสมชายเสมือนพ่อผมเอง
    จาก นาย ชูศักดิ์ พรหมโคตร
    (คิงส์)และครอบครัว

    ข้อมูลจากเพจประชาสัมพันธ์วัดโพรงอากาศ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญกลมเล็กรุ่นแรกหลวงพ่อสมชายวัดโพรงอากาศ ปี ๒๕๒๐

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20261012_221921.jpg IMG_20261012_221943.jpg
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    1791818953440.jpg

    อดีตพระเกจิอาจารย์จองขมังเวทย์เชี่ยวชาญในไสยเวทย์พุทธาคม ทั้งลงอักขระเลขยันต์ ทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน มีสมาธิจิตแก่กล้า เป็นศิษย์ผู้สืบทอดพุทธาคม จากพระครูพินิจสุตคุณ (หลวงพ่อทองสุข อินฺทโชโต) วัดโตนดหลวง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และสืบสายไสยเวทย์พุทธาคมจากพระครูวชิรรังษี (หลวงพ่อจันทร์ ธมฺมสโร) วัดมฤคทายวัน พระครูชาณาพิรัตน์ (หลวงพ่อฉิน จนฺทสโร) วัดชะอำคีรี วัตถุมงคลหลวงพ่อเมี้ยน ปญฺญาสาโร มีพุทธคุณเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เชื่อถือได้ เน้นหนักทางด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี และมหาอุด

    ชาติภูมิ หลวงพ่อเมี้ยน ปญฺญาสาโร มีนามเดิมว่า เมี้ยน แดงเลือด ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2477 เป็นบุตรที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 8 คนด้วยคือ 1.นายเหมือน 2.นายม้วน 3.หลวงพ่อเมี้ยน 4.นางประภัย 5.นายสมพร 6.นายพัน 7.นายยุพิณ 8.นายประมง ของโยมพ่อเหลี่ยม โยมแม่แม้น แดงเลือด ณ บ้านหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จบการศึกษาชั้น ป.2 ที่โรงเรียนบ้านหุบตาโครต อาชีพกสิกรรม

    อุปสมบท อายุได้ครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดโตนดหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2497 โดยมีพระครูพินิจสุตคุณ (หลวงพ่อทองสุข อินฺทโชโต) วัดโตนดหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูชาณาพิรัตน์ (หลวงพ่อฉิน จนฺทสโร) วัดชะอำคีรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูวชิรรังษี (หลวงพ่อจันทร์ ธมฺมสโร) วัดมฤคทายวัน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อเมี้ยน ได้รับฉายานามว่า ปญฺญาสาโร เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงพ่อเมี้ยน ปญฺญาสาโร ได้จำพรรษาอยู่ วัดโตนดหลวง ปฏิบัติดูแลรับใช้หลวงพ่อทองสุข ศึกษานักธรรม ฝึกนั่งเจริญสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน เรียนวิชาคาถาอาคมลงอักขระเลขยันต์ หลวงพ่อทองสุขได้ถ่ายทอดให้จนจบสิ้นอยู่กับหลวงพ่อทองสุข 3 พรรษา

    พรรษาที่ 1 ปีพ.ศ.2497
    หลวงพ่อทองสุข อินฺทโชโต ได้สอนสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานให้ สอนเขียนลงอักขระเลขยันต์ สอนวิชาขับคูณไสยไล่ผี ทำน้ำมนต์ นั่งปรก หนุนธาตุ

    พรรษาที่ 2 ปีพ.ศ.2498
    หลวงพ่อจันทร์ ธมฺมสโร ซึ่งเป็นหลานหลวงพ่อทองสุข ได้สร้างเหรียญรุ่น2 ปีพ.ศ.2498 หลวงพ่อทองสุข ได้มีพิธีนั่งปรกปลุกเสกเหรียญหลวงพ่อทองสุข พ.ศ.2498 ซึ่งหลวงพ่อทองสุข ได้ให้หลวงพ่อเมี้ยนร่วมนั่งปรกปลุกเสกด้วย พิธีนี้ได้มีพระนั่งปรกทั้งหมด 5 รูป มีหลวงพ่อทองสุข หลวงพ่อจันทร์ หลวงพ่อฉิน หลวงพ่อแผ่ว และหลวงพ่อเมี้ยน และในพรรษาที่ 2 นี้หลวงพ่อเมี้ยน สอบได้นักธรรมชั้นโท หลวงพ่อทองสุข ตั้งให้เป็นครูสอนนักธรรมแก่พระภิกษุ และหลวงพ่อเมี้ยนแสดงพระปาฏิโมกข์ได้ในพรรษาที่ 2 หลวงพ่อทองสุข ได้สอนพระคาถาพระเจ้า ๕ พระองค์ พระคาถาพระพุทธคุณถอยหลัง พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า พระคาถาหัวใจ 108 ให้หลวงพ่อเมี้ยน

    พรรษาที่ 3 ปีพ.ศ.2499
    หลวงพ่อเมี้ยน จะออกเดินธุดงค์วัตร ได้เข้าขอพระคาถากันควายไล่ขวิด เพราะควายเห็นสีเหลืองมักชอบไล่ขวิด หลวงพ่อเมี้ยน ถูกหลวงพ่อทองสุขกล่าวว่า “น้อยวานรคาบแก้ว” หลวงพ่อเมี้ยน ได้เข้าไปจับเข่าขออภัยหลวงพ่อทองสุขแล้วว่า ผมผู้น้อยไม่เข้าใจความหมายต้องกราบขออภัย แล้วหลวงพ่อทองสุขก็สอนให้ท่องคำว่า “อะระหัง” หลวงพ่อทองสุข ได้เรียกให้หลวงพ่อเมี้ยนมาทำการสักยันต์ หลวงพ่อทองสุข ได้ทำการสักยันต์ครูให้ไว้ที่หน้าอกหลวงพ่อเมี้ยนได้มอบกลดและเป็นประธานขึ้นลูกขมูลให้ หลวงพ่อทองสุขได้สั่งสอนไว้ว่า หลักเกณฑ์พระลูกขมูล ห้ามปักกลดข้างทางสี่แยก ข้างหนองน้ำใหญ่กลางป่า โคนต้นไม้ใหญ่ เพราะนางไม้อยู่ ส่วนทางสี่แยก สัตว์ร้าย และ สัมภาวาสีจะเดินมาทางแยกทางนั้นจะเป็นอันตรายแก่เรา ข้างหนองน้ำใหญ่กลางป่าเวลากวาดใบไม้สุมไฟจะมีกบกระโดดเข้ากองไฟ และหลวงพ่อเมี้ยนได้ออกเดินธุดงค์วัตร มุ่งสู่ภาคใต้ โดยมีพระร่วมคณะไปด้วยกันรวม 4 รูปมี 1.หลวงพ่อหวย วัดห้วยทรายใต้ 2.หลวงพ่อย้อน วัดโตนดหลวง 3.สามเณรทองเจือ วัดโตนดหลวง 4. หลวงพ่อเมี้ยน ปญฺญาสาโร

    การออกธุดงค์วัตร จุดเริ่มต้นเดินไปตามทางรถไฟ ผ่านชุมพร สุราษฎร์ธานี ได้ปักกลดพักที่พระธาตุไชยา เข้านมัสการพระธาตุไชยา เดินมุ่งสู่ จ.ภูเก็ต ได้เข้านมัสการพระธาตุเกาะแก้วพิสดาร แล้วได้มาปักกลดที่หาดราไวย์ สามเณรทองเจือได้ถูกทำคูณไสย ถ่ายท้องไม่หยุด หลวงพ่อเมี้ยน ต้องเข้าช่วยสวดพระคาถาขับคูณไสยไล่เวทย์มนต์อยู่เป็นเวลานานจนสามเณรทองเจือหายเป็นปกติ ปักกลดพักอยู่หาดราไวย์ 4 วัน มีอยู่คืนหนึ่งที่หาดราไวย์ ได้เกิดอาเพศ เกิดลมแรงลูกใหญ่ ปักกลดได้แต่มุ้งต้องผูกขึ้นกางไม่ได้ คืนนั้นหลวงพ่อเมี้ยนเพลียมาก ไม่ได้สวยมนต์ภาวนา หลับไป ฝันเห็นบุรุษ 4 ท่าน มานั่งอยู่ข้างตัวท่านและบอกว่าท่านที่ 1 ชื่อหมื่นเพชรเจ้าดง ท่านที่ 2 ชื่อหมื่นคงเจ้าป่า ท่านที 3 ชื่อหมื่นกล้าเจ้าพราย ท่านที่ 4 ชื่อหมื่นไกรเจ้าทุ่ง หลวงพ่อเมี้ยนได้เห็นท่านทั้ง 4 วิญญาณ 1 ใน 4 ท่านนั้นได้เอาเรื่องและเล่นงานหลวงพ่อเมี้ยน โดยตีศีรษะหลวงพ่อและตรงชายโครงอีกที่หนึ่ง ในความฝันหลวงพ่อได้ตอบโต้ด้วยขวานน้อย (ขวานเล็ก ๆ ที่หลวงพ่อทองสุข ได้ปลุกเสกและมอบให้หลวงพ่อเมี้ยน ติดตัวไว้ใช้สอยในการเดินธุดงค์) ได้ฟันไปที่ร่างวิญญาณนั้นโดนที่ชายโครงเหมือนกัน วิญญาณนั้นก็กลัวและถอยหนีหลวงพ่อเมี้ยนไป ตอนเช้าวันใหม่ หลวงพ่อเมี้ยนและคณะได้ออกบิณฑบาต ไม่ได้ข้าวเลยได้ขนมข้าวต้มมารูปละ 4-5 มัด พักอยู่หาดราไวย์ 4 วัน บิณฑบาตไม่ได้ข้าวเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่จะกินข้าวตอนเที่ยง ไม่ได้กินข้าวเช้า วันที่ 3 ได้นั่งเรือไปเกาะแก้วพิสดาร แล้วกลับมาพักที่หาดราไวอีก 1 คืน จากหาดราไวย์ เดินทางกลับสู่อำเภอกันตัง ได้ปักกลดพักอยู่กันตัง ตอนเช้าออกบิณฑบาต ก็ไม่ได้ข้าวอีก ได้มีนักเรียนนำกล้วยไข่มาถวาย 1 หวี หลวงพ่อเมี้ยนได้หักแบ่งกันได้ฉันท์กล้วยรูปละ 4 ลูก กลับจากกันตังเดินทางถึงป้ายสวนมัน ได้มีโยมโกจงมานิมนต์ให้ไปพักที่สวนยางของเขา เพราะว่าในสวนยางได้มีวิญญาณร่างใหญ่ดำทมึน ปรากฏให้โกจงเห็นอยู่เสมอ โยมโกจงประสงค์ให้พระธุดงค์ไปนั่งกรรมฐานแผ่เมตตาให้วิญญาณนั้น ในคืนนั้นหลวงพ่อเมี้ยนและคณะพระลูกขมูลอีก 3 รูปได้สวดมนต์แผ่เมตตา และนั่งกรรมฐานให้วิญญาณนั้นได้หายไป ในตอนเช้าโกจงได้มาดู คิดว่าพระสงฆ์คงถูกไอ้ดำเล่นงานจนมรณภาพหมดแล้ว ในคืนต่อมา สามีของคุณนายเข็ม ซึ่งเป็นนายตำรวจนั้นได้เสียชีวิต คุณนายเข็มฝั่งไว้ในสวนยาง คุณนายเข็ม จึงได้นิมนต์หลวงพ่อให้พักธุดงค์ที่สวนยางใกล้กับบริเวณที่ฝั่งศพของสามี เพื่อให้หลวงพ่อช่วยสวดแผ่เมตตาให้กับดวงวิญญาณของสามีคุณนายเข็มให้ไปสู่สุขติ ในตอนเช้านั้นเมื่อฉันท์เช้า แล้วนั้น หลวงพ่อได้มาติกาชักบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับ ซึ่งมีชาวบ้านมากันมาก เช้านั้นหลวงพ่อและพระร่วมคณะฉันไม่หวัดไม่ไหว ผู้คนนำอาหารมาถวายกันจำนวนมาก
    วันต่อมา ได้มีคนจีนชื่อ โกเป๊ก ได้มานิมนต์ให้ไปสวดมนต์ที่หน้าบ้าน เพราะที่หน้าบ้านเคยมีรถคว่ำมีคนตายเป็นจำนวนมาก ได้มีวิญญาณผีตายโหงมารบกวนปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อย หลวงพ่อและคณะได้ไปสวดมนต์เย็นและฉันเช้า ที่บ้านโกเป๊ก คุณนายเข็ม โกจง และโกเป๊ก ได้ร่วมกันซื้อตั๋วรถไฟถวายหลวงพ่อและคณะเดินทางกลับทางรถไฟจาก อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ถึง สถานีกุยบุรี แล้วเดินทางกลับสู่วัด


    ออกธุดงค์วัตร ครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ.2500 สู่ภาคเหนือ

    หลวงพ่อทองสุข มอบกลด เป็นประธานลูกขมูลมีพระสงฆ์รวมเดินธุดงค์วัตร ไปด้วย 4 รูป มี 1.พระประยงค์ วัดห้วยเสือ 2.พระสมาน วัดท่าไชย 3.พระโสภณ วัดเขาทโมน 4.หลวงพ่อเมี้ยน เดินธุดงค์ถึง เขาพระงาม จ.สระบุรี ปักกลดที่พระพุทธบาทสระบุรี นมัสการพระพุทธบาท มุ่งสู่เขาวงพระจันทร์ จ.ลพบุรี ผ่านจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ปักกลดพักที่วัดศรีรัตนมหาธาตุ นมัสการพระพุทธชินราช ผ่านเข้าศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อุตรดิตถ์ พระแท่นศิลาอาสน์ ถึง จุดหมายปลายทางที่พระพุทธบาท 4 รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เข้าลำพูน นมัสการพระพุทธบาทตากผ้าและวัดมหาวัน แล้วก็เดินทางกลับ

    ออกธุดงค์วัตร ครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ.2507 สู่ภาคอีสาน
    หลวงพ่อจันทร์ ธมฺมสโร มอบกลด เป็นประธานขึ้นลูกขมูลให้ มีพระสงฆ์และสามเณรร่วมเดินทางไปด้วยรวม 2 รูปมี หลวงพ่อเมี้ยน และสามเณรเสนาะ มุ่งดี วัดโตนดหลวง โดยนั่งรถไฟไปลงที่สถานีนครราชสีมา (โคราช) แล้วเดินไปดูอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เดินมุ่งสู่ปราสาทหินพิมาย ปักกลดที่พิมาย ในยามค่ำคืนได้มีบรรดาสัมภวาสีมาขอสวนบุญมากมาย มีวิญญาณต่างมาขอส่วนบุญหลวงพ่อเมี้ยน ได้สวดมนต์ภาวนาและแผ่เมตตาไปให้และก็จากหายไป วันต่อมาได้เดินจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงปราสาทเขาพนมรุ้ง ปักกลดที่เขาพนมรุ้ง เข้าจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ เข้าสกลนคร และจังหวัดนครพนม นมัสการพระธาตุพนม แล้วก็เดินทางกลับ

    หลวงพ่อเมี้ยน ปญฺญาสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองข้าวเหนียว
    อำเภอสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

    เป็นศิษย์ก้นกุฏิหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง หลวงพ่อทองศุข เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ที่วัดโตนดหลวง ในปีพ.ศ.2497 อุปสมบทแล้วหลวงพ่อทองศุขได้สอนวิชาสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานให้และได้สอนวิชาไสยเวทย์พุทธาคมต่าง ๆ ให้จนจบสิ้น หลวงพ่อเมี้ยน สมาธิจิตดี มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญและชำชองในไสยเวทย์พุทธาคม ได้อย่างรวดเร็ว จนเป็นที่ชื่นชมไว้เนื้อเชื่อใจในความสามารถจากหลวงพ่อทองศุข ได้ให้หลวงพ่อเมี้ยน ร่วมนั่งปรกปลุกเสกเหรียญหลวงพ่อทองศุขรุ่น 2498 ในปีพ.ศ.2498 ภายในอุโบสถวัดโตนดหลวง ซึ่งในพิธีนี้มีหลวงพ่อจัน วัดมฤคทายวัน หลวงพ่อฉิน วัดชะอำคีรี หลวงพ่อแผ่ว ร่วมนั่งปรกอยู่ด้วยรวม 5 องค์ ต่อมาหลวงพ่อทองศุขได้มอบหมายให้หลวงพ่อเมี้ยน ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างแทงกระจาด อำเภอชะอำ เป็นเจ้าอาวาสอยู่ 35 ปี ได้พัฒนาวัดช้างแทงกระจาดให้เจริญขึ้นมาก ได้สร้างถนนช่วยชาวบ้านหลายสาย ขุดสระน้ำ 7 ไร่ให้ประชาชน 3 ตำบลได้ใช้ สร้างโรงเรียนและสถานศึกษาถึง 8 แห่ง หลวงพ่อเมี้ยน ถิ่นกำเนิดเป็นชาวบ้านหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านหนองข้าวเหนียวได้มานิมนต์ให้ หลวงพ่อเมี้ยนไปช่วยสร้างวัดหนองข้าวเหนียวในปีพ.ศ.2532 บนเนื้อที่ 10 ไร่ ของนาย เอก ผาสุก เจ้าของโรงเลื่อยได้บริจาคให้สร้างวัดและต่อมาหลวงพ่อเมี้ยนได้ซื้อเพิ่มเติมอีก ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน

    สำหรับวัตถุมงคล ในปีพ.ศ.2537 ได้มีงานผูกพันธสีมา ทางกรรมการวัดได้สร้างวัตถุมงคลเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้บูชาหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุมงคลที่เน้นไปทางรูปเหมือนของครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อเมี้ยน เช่น เหรียญหลวงพ่อทองศุข เหรียญหลวงพ่อจัน และรูปพระพุทธต่าง ๆ พระสมเด็จ ผ้ายันต์ แหวน และตะกรุด และทางกรรมการวัดได้จัดสร้างเหรียญรูปไข่รูปหลวงพ่อเมี้ยนขึ้นเนื้อเงินจำนวน500เหรียญ ซึเป็นเหรียญรูปไข่ขนาดกว้าง 2 ซม.สูง 3 ซม.มี 2 เนื้อฝาบาตร 30,000และทองแดง70,000 (ทองแดงมี 2 แบบ ๆ รมดำและผิวไฟ) เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อเมี้ยนเป็นเจ้าภาพงาน ท่านได้ร่วมเสกได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์จากวัดต่าง ๆ มาปลุกเสก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อเมี้ยนวัดหนองข้าวเหนียว รุ่นประสบการณ์ ศิษย์สายลพ.ทองสุก วัดโตนดหลวง ร่วมเสกหลายท่าน

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20261012_223343.jpg IMG_20261012_223405.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,560
    ค่าพลัง:
    +21,470
    1791885630678.jpg

    ประวัติ พระครูอนุภาสวุฒิคุณ
    (พ่อท่านกระจ่าง อนุภาโส)
    อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเคียนซา
    อดีตเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ
    อดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดเกาะกลาง
    ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

    ๑.ชาตะ
    พระครูอนุภาสวุฒิคุณ มีนามเดิมว่า นายกระจ่าง อินทรศฤงคาร กำเนิดเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ตรงกับ วันอาทิตย์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะโรง เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นบุตรของ คุณพ่อปลีก-คุณแม่แจ่ม อินทรศฤงคาร มีพี่น้องร่วมอุทร ๕ คนดังนี้
    ๑.นายกระจ่าง อินทรศฤงคาร (พระครูอนุภาสวุฒิคุณ)
    ๒.เด็กหญิงจีบ อินทรศฤงคาร (เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก)
    ๓.นางจวง อินทรศฤงคาร
    ๔.เด็กหญิงเกราะ อินทรศฤงคาร (เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก)
    ๕.นายจวน อินทรศฤงคาร
    ๖.นางแจก อินทรศฤงคาร
    เมื่อมีอายุครบเกณฑ์ เรียนหนังสือ บิดามารดา ก็ได้ส่งให้เข้าเรียนที่โรงเรียนดอนมะตูม ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน ศึกษาจบชั้นประถมปีที่ ๔ แล้วก็ได้เข้าเรียนอยู่ที่วัดน้ำรอบ บิดามารดามีอาชีพทำนาทำสวน กระทั่งอายุได้ ๑๓ ปีเต็ม ได้ออกจากโรงเรียนวัดน้ำรอบ ด้วยเหตุบิดาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ตนเองในฐานะพี่คนโต ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ช่วยแม่ทำงานและเลี้ยงน้องควบคู่ไปด้วย ต่อมาเมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ก็ได้สูญเสียมานดาไปอีกคน ความตั้งใจที่จะบวชให้แม่เห็นชายผ้าเหลืองก็เป็นอันหยุดชะงัก ท่านในฐานะพี่คนโตของครอบครัวจึงต้องเป็นธุระดูแลไร่นาเทือกสวนปันส่วนให้น้องๆ ช่วยกันดูแล เมื่อได้จัดการ จัดสรรปันส่วนตรงนี้เสร็จสรรพ ตนเองก็เดินหน้ามุ่งสู่ความสงบทันที ตามที่ได้ตั้งใจไว้ ตั้งแต่ก่อนแม่จะสิ้น

    ๒.อุปสมบท
    เมื่ออายุย่างเข้าปีที่ ๒๒ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดวิหาร ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล โดยมี
    -พระธรรมปรีชาอุดม (พุ่ม โชติปาโล) ป.ธ.๓ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดตรณาราม เป็นพระอุปัชฌาย์
    -พระมหาสว่าง ปทุโม วัดตรณาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    -พระมหาเฟื้อ อุตฺตรญาโน ป.ธ.๕ วัดตรณาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    ได้รับฉายาว่าทางธรรมว่า “อนุภาโส”

    ๓.เล่าขานพ่อท่านกระจ่าง
    เมื่ออุปสมบทแล้วได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดน้ำรอบ เพื่อปฏิบัติอุปัฎฐากอาจารย์ คือ พระครูปิยศีลวัตร (นึก ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ ขณะนั้น ซึ่งท่านได้เคยให้ความเมตตาเอ็นดู สมัยที่พระจ่างยังเป็นเด็กวัดอยู่ในความดูแลของท่านขณะยังไม่ได้อุปสมบท อยู่ปรนนิบัติอาจารย์และร่ำเรียนพระธรรมวินัยแล้วท่านก็สอบได้นักธรรมชั้นตรี ในพรรษาแรกนั่นเอง พรรษาที่สาม ก็สอบได้นักธรรมชั้นโท และพรรษาที่สี่ ก็สอบได้นักธรรมชั้นเอก
    พ่อท่านกระจ่าง ท่านมีความสนใจในด้านวิชาอาคม และชอบการปฏิบัติกรรมฐาน ท่านได้รู้จักกับพ่อท่านทองพิมพ์ ภทฺทมุนี (พระสมุห์ทองพิมพ์) วัดหัวสวน ได้กราบเป็นศิษย์ศึกษาวิชาจากพ่อท่านทองพิมพ์หลายๆอย่าง ไปๆมาๆ ระหว่างวัดหัวสวย กับ วัดน้ำรอบ ต่อมาท่านได้ขออนุญาตพระอาจารย์ (พระครูปิยศีลวัตร) ออกเดินทางไปแสวงหาวิชาความรู้ ในสถานที่ต่างๆ โดยได้ธุดงค์ไปทางภาคใต้ จนไปถึงวัดท่าเสม็ด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้กราบเป็นศิษย์ในพุทธาคมของพ่อท่านว่อน ต่อมาประมาณ พ.ศ.๒๔๙๗ ได้เดินทางไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมที่สำนักเขาอ้อ โดยได้กราบเข้าเป็นศิษย์กับพ่อท่านปาน ปาลธมฺโม วัดเขาอ้อ เป็นเวลาประมาณ ๑ ปีเศษ
    ต่อมาได้เดินทางกลับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะนั้น ปลายปี พ.ศ.๒๔๙๘ พ่อท่านทองพิมพ์ ภทฺทมุนี วัดหัวสวน ได้มรณภาพลง ท่านก็ได้เป็นหนึ่งในคณะศิษย์ในการจัดการงานจนสำเร็จลุล่วงจนถึงวันฌาปนกิจพ่อท่านทองพิมพ์ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่าน และปัจจุบัน กล่าวได้ว่า พ่อท่านกระจ่าง ท่านเป็นศิษย์พ่อท่านทองพิมพ์รูปสุดท้าย ในขณะเดียวกัน พ่อท่านนุ้ย สุวณฺโณ วัดอัมพาราม (วัดม่วง) อ.ท่าฉาง (มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗) ได้ปิดศพไว้ ได้จัดงานฌาปนกิจศพ พ่อท่านนุ้ย สุวณฺโณ ท่านก็ได้เดินทางไปร่วมและจัดงานฌาปนกิจศพพ่อท่านนุ้ยด้วย ซึ่งพ่อท่านนุ้ย สุวณฺโณ เป็นพระเกจิอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่พ่อท่านกระจ่างให้ความเคารพบูชา
    และในขณะเดียวกัน ขณะจำพรรษา ณ วัดน้ำรอบ ขณะนั้น ท่านมีพรรษาที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๙๘) ท่านได้เริ่มก่อสร้างวัดเกาะกลาง โดยเริ่มจากเป็นที่พักสงฆ์ เป็นสำนักสงฆ์เกาะกลาง ในขณะนั้นท่านก็ได้ไปศึกษาวิปัสสนากัมมัฎฐาน ณ วัดพระบรมธาตุไชยาฯ ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๙ ท่านได้กลับมาเปิดสำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดน้ำรอบ จนทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายตั้งแต่พรรษาต้นๆ และ ณ ขณะนี้ ท่านได้ไปศึกษาวิชาความรู้เพิ่มเติม กับ พระครูสถิตสันตคุณ (พัว เกสโร) วัดจันทร์ประดิษฐาราม (บางเดือน) และ หลวงพ่อแดง คุณสมฺปนฺโน วัดวิหาร ควบคู่ไปด้วย
    อีกทั้งยังไปกราบเป็นศิษย์ของ พ่อท่านแต่ง นนฺทสโร (พระสมุห์แต่ง) วัดนันทาราม อ.ท่าฉาง พ่อท่านแต่งได้เมตตาสักยันต์ครูให้บนกระหม่อมของพ่อท่านจ่าง เรียกว่า ยันต์มงกุฏิพระพุทธเจ้า และสักที่ต้นแขนทั้งสองข้าง โดยด้านขวาสักเป็นอักขระยันต์เป็นอักษรขอม ว่า “นนฺทสโร” ซึ่งเป็นฉายาทางธรรมของพ่อท่านแต่ง ส่วนต้นแขนด้านซ้ายสัก ว่า “อนุภาโส” ซึ่งเป็นฉายาทางธรรมของตัวท่านเอง เป็นการประสิทธิให้ท่านในสายสัมพันธ์แบบอาจารย์ที่เมตตาต่อศิษย์เป็นแน่แท้
    ต่อมา ปี พ.ศ.๒๕๐๐ มาจำพรรษา ณ สำนักสงฆ์เกาะกลาง ได้เริ่มสร้างสะพานข้ามมาวัด ตั้งแต่นั้นมาได้สอนกัมมัฎฐานที่วัดเกาะกลางขึ้นอีกหนึ่งแห่ง
    ต่อมา ปี พ.ศ.๒๕๐๑ เริ่มออกธุดงค์ ไปทางทางใต้ พังงา,ภูเก็ต,กระบี่,ตรัง เป็นเวลาหนึ่งเดือน หลังจากนั้นได้กลับมาสร้างเสนาสนะ ณ สำนักสงฆ์เกาะกลาง
    ปี พ.ศ.๒๕๐๒ เข้าประชุมเรื่อง วิปัสสนากัมมัฎฐาน ณ วัดมหาธาตุฯ กทม. กับภารกิจสอนนักธรรมต่อควบคู่กับทำงานไปด้วย หลังจากนั้นก็ออกธุดงค์ ประจำ โดยเดินธุดงค์ กับพระประมาณ ๔- ๕ รูป หลังจากนั้นไปปีละครั้ง เป็นคณะกับสมเด็จพุฒาจารย์ (อาส อาสโภ) ทุกปี จนท่านสิ้นบุญ ก็ได้เดินธุดงค์ ตามลำดับต่อมา ธุดงค์ไกลที่สุดก็ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปจนถึงจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาในการธุดงค์ ประมาณ ๓ เดือน
    ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๔ พระครูปิยศีลวัตร (นึก ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ ได้ถึงแก่กาลมรณภาพ พ่อท่านกระจ่างได้กลับสู่วัดน้ำรอบ จัดการงานศพของพระอาจารย์จนสำเร็จลุล่วงไปได้ ต่อมาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบต่อจากพระอาจารย์ของท่าน
    ในช่วงนั้นท่านได้รับการนิมนต์เข้าร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลอยู่บ่อยครั้ง ได้นำปัจจัยมาสร้างวัดน้ำรอบเป็นเวลา ๑๐ ปีเศษ ท่านเล็งเห็นว่า วัดน้ำรอบได้เจริญด้านเสนาสนะเพียงพอแล้ว ท่านจึงได้ไปจำวัดและพัฒนาวัดเกาะกลาง ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดให้รุ่งเรืองขึ้น ดังที่เห็นในปัจจุบัน
    พ่อท่านกระจ่างเป็นพระสงฆ์ที่มีเมตตาสูงมาก ท่านมีความรู้ด้านต่างๆมากมาย มีชื่อเสียงด้านพระเกจิอาจารย์ที่เก่งกล้าวิทยาคม มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เป็นที่เคารพศรัทธาแด่สาธุชนทั้งหลาย เห็นได้จากการงานคณะสงฆ์ หรือพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลต่างๆ พ่อท่านกระจ่างจะรับนิมนต์เข้าร่วมเสมอ อีกทั้งท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ มีศิษย์ในสัทธิวิหาริก และอันเตวาสิก จำนวนมากมายนับพันคน

    ๔.สมณศักดิ์/การคณะสงฆ์
    - พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะกลาง
    - พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นพระสมุห์ ฐานานุกรม
    - พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ
    - พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นสามัญ (ชั้นตรี) มีราชทินนามว่า “พระครูอนุภาสวุฒิคุณ”
    - พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นพระอุปัชฌาย์
    - พ.ศ.๒๕๓๑ เป็นเจ้าคณะตำบลหนองไทร
    - พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท ในราชทินนามเดิม
    - พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นเจ้าคณะอำเภอเคียนซา
    - พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
    - พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเคียนซา
    - ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

    ๕.อาพาธ/มรณภาพ
    พระครูอนุภาสวุฒิคุณ (พ่อท่านกระจ่าง อนุภาโส) ได้อาพาธด้วยโรคชรา เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒ ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลต่างๆในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ด้วยความชราอาการท่านมีแต่ทรงกับทรุด ทางศิษยานุศิษย์จึงได้ตัดสินใจนำท่านกลับวัดเกาะกลาง และได้มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิที่วัดเกาะกลาง เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ ตรงกับวันจันทร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีกุน เวลา ๑๙.๔๙ น. สิริอายุ ๙๑ ปี ๖๙ พรรษา ยังความโศกเศร้าเสียใจในศิษยานุศิษย์ผู้เคารพศรัทธา
    ด้วยท่านเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และสร้างคุณประโยชน์มากมาย อีกทั้งงามด้วยศีลาจารวัตร ปฏิบัติอริยสงฆ์ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ และหีบเชิงชายพระราชทาน ประกอบเกียรติยศศพ โดยได้กำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ในวันพุธ ที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดเกาะกลาง อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กำหนด วันที่ ๒๕ กันยายน - วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๒ เวลา ๑๙.๓๐ น. มีธรรมเทศนา และสวดอภิธรรมทุกคืน ส่วนกำหนดการอื่นรอทางเจ้าภาพสรุปและจะแจ้งให้ทราบต่อไป

    นายจักรกฤษณ์ แขกฮู้ (ธรรมการเมืองคนดี)
    นักวิชาการวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
    เรียบเรียง/เผยแพร่ เป็นเกียรติคุณแด่องค์อาจารย์พระอุปัชฌาย์
    ด้วยจิตน้อมสักการะบูชาในพระคุณ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนเนื้อว่านรุ่นแรก พ่อท่านจ่าง วัดน้ำรอบ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20261013_165315.jpg IMG_20261013_165338.jpg
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...