ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 54 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 54 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "อีโบลา" คองโกวิกฤตหนัก ตายเกิน 5,000 ราย ลามหลายประเทศ ไร้วัคซีนเฉพาะสายพันธุ์

    2 พฤศจิกายน 2569 การระบาดของ #โรคอีโบลา ใน #สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยังคงรุนแรง โดยข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2569 พบ #ผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลก 10,305 ราย เสียชีวิต 4,996 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในดีอาร์คองโก 10,274 ราย และ #เสียชีวิต 4,992 ราย
    .
    Associated Press เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน รายงานยอดผู้ติดเชื้อ 10,351 ราย และเสียชีวิต 5,026 ราย โดยการระบาดในคองโกขยายไปยัง 67 เขตสุขภาพใน 8 จังหวัด ถือเป็นการระบาดของอีโบลา ที่มีขอบเขตทางภูมิศาสตร์กว้างที่สุด และเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์โรคนี้
    .
    การระบาดครั้งนี้เกิดจาก ไวรัสอีโบลา #สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (#Bundibugyo virus) ซึ่งยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุญาตใช้งาน ผู้ป่วยจึงได้รับการดูแลประคับประคอง เช่น การให้น้ำและรักษาภาวะแทรกซ้อน ขณะที่การติดตามผู้สัมผัสและแยกผู้ป่วยเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมโรค
    .
    นอกจากดีอาร์คองโก ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อใน #เคนยา #ไนจีเรีย และ #ยูกันดา รวมถึงผู้ป่วยที่ตรวจพบในฝรั่งเศสก่อนหน้านี้ โดย #องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าความเสี่ยงยังสูงในคองโกและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากการแพร่เชื้อในชุมชน การเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำกัด และปัญหาความไม่ปลอดภัยในพื้นที่
    .
    การควบคุมโรคยังเผชิญอุปสรรคจากการ #ขาดแคลนทรัพยากร #บุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้รับผลกระทบจากการค้างจ่ายค่าจ้าง ความไม่ไว้วางใจของชุมชน และผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่อยู่นอกระบบติดตามผู้สัมผัส ทำให้การตรวจพบและแยกผู้ป่วยล่าช้า
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19uPtrzxsu/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โพล NYT/Siena ชี้ "เดโมแครตนำ" 7 สนามวุฒิสภา ลุ้นพลิกอำนาจก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
    FB_IMG_1793619388923.jpg
    2 พฤศจิกายน 2569 ผลสำรวจโค้งสุดท้ายของ #นิวยอร์กไทมส์ และสถาบัน #SienaResearch Institute เผยแพร่วันที่ 1 พฤศจิกายน พบ #ผู้สมัครพรรคเดโมแครต มี #คะแนนนำ คู่แข่ง #รีพับลิกัน ในศึกชิงที่นั่งวุฒิสภา 7 รัฐ ได้แก่ มิชิแกน เท็กซัส เมน แคนซัส โอไฮโอ อะแลสกา และไอโอวา ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน
    .
    ผลสำรวจในรัฐสำคัญระบุว่า มิชิแกน อับดุล เอล-ซาเยด นำไมค์ โรเจอร์ส 53% ต่อ 42%; เท็กซัส เจมส์ ทาลาริโก นำเคน แพ็กซ์ตัน 50% ต่อ 43%; เมน ทรอย แจ็กสัน นำซูซาน คอลลินส์ 51% ต่อ 45%; แคนซัส อดัม แฮมิลตัน นำโรเจอร์ มาร์แชล 49% ต่อ 44%; และโอไฮโอ เชอร์รอด บราวน์ นำจอน ฮัสเต็ด 49% ต่อ 44%
    .
    ส่วนอะแลสกา แมรี เพลโตลา นำแดน ซัลลิแวน 48% ต่อ 46% ขณะที่ไอโอวา จอช ทูเร็ก นำแอชลีย์ ฮินสันเพียง 48% ต่อ 47% ซึ่งถือว่าสูสีมาก
    .
    ผลสำรวจทำให้เดโมแครตมีโอกาสแข่งขันในรัฐที่เคยเป็นฐานเสียงรีพับลิกัน โดยเฉพาะเท็กซัสและแคนซัส อย่างไรก็ตาม คะแนนนำหลายสนามยังอยู่ในช่วงค่าความคลาดเคลื่อนของโพล จึงไม่อาจสรุปว่าเดโมแครตจะชนะได้แน่นอน
    .
    ปัจจุบันรีพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา 53 ต่อ 47 ที่นั่ง ขณะที่เดโมแครตต้องได้ที่นั่งเพิ่มสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งเพื่อกลับมาคุมสภาสูง และต้องรักษาที่นั่งเดิมของฝ่ายตนไว้ให้ได้ทั้งหมด
    .
    ผู้อำนวยการ Siena ระบุว่า แม้ผลสำรวจสะท้อนความเป็นไปได้ที่เดโมแครตจะพลิกควบคุมวุฒิสภา แต่หลายการแข่งขันยังใกล้เคียงกันมาก และผลจริงต้องรอคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง
    .
    การเลือกตั้งกลางเทอม เป็นบททดสอบสำคัญต่อ #รัฐบาลประธานาธิบดี #โดนัลด์ทรัมป์ เพราะหากเดโมแครตยึดวุฒิสภาได้ จะส่งผลต่อการผ่านกฎหมาย การพิจารณางบประมาณ และการรับรองบุคคลที่ประธานาธิบดีเสนอเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1KLckbc8Se/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พระเมรุมาศ คืบหน้า 95% เตรียมรื้อถอนนั่งร้านกลาง พ.ย. ก่อนยกฉัตรเดือนเดียวกับพระราชพิธี

    2 พฤศจิกายน 2569 #การก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ณ #มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สำหรับ #พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เข้าสู่ช่วงเก็บรายละเอียดงานศิลปกรรมและตกแต่ง โดยข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่าภาพรวมคืบหน้าแล้วประมาณ 95% และเป็นไปตามกรอบเวลา
    .
    นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ติดตามงาน พร้อมนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร โดยรายงานว่าโครงสร้างอาคารหลักและอาคารประกอบทั้งในและนอกมณฑลพิธีเสร็จแล้ว เหลืองานประณีตศิลปกรรม การตกแต่งสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ รวมถึงระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาล คาดว่างานส่วนใหญ่จะเรียบร้อยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน
    .
    #กรมศิลปากร เตรียมทยอยรื้อถอนนั่งร้าน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน โดยจะคงบางส่วนไว้เพื่อเตรียมประกอบพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่การจัดสร้างพระโกศจันทน์ หีบพระบรมศพไม้จันทน์ และเครื่องประกอบพระราชพิธีอื่น ๆ อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเดียวกัน
    .
    สำหรับกำหนดพระราชพิธี โดยหน่วยงานรัฐ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–19 ธันวาคม 2569 โดยวันที่ 16 ธันวาคมเป็น #วันอัญเชิญพระโกศพระบรมศพไปยัง #พระเมรุมาศ และประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

    Cr : Royal World Thailand
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1ZRA71daGA/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ศูนย์หลอกลวงในประเทศกัมพูชา" TOP1 ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกมีการบันทึกมา ดังจนฉุดไม่อยู่ถึงขนาด WIKI ต้องมานั่งทำ ข้อมูลลงในระบบให้ GDP รายได้ของประเทศ 60% มาจากการหลอกคนทั่งโลก
    FB_IMG_1793628689629.jpg
    ศูนย์หลอกลวงในประเทศกัมพูชา (อังกฤษ: scam centers in Cambodia) เป็นปฏิบัติการฉ้อโกงลับหรือศูนย์หลอกลวงซึ่งควบคุมโดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและองค์กรอาชญากรรม
    .
    มีการประเมินว่ากิจกรรมดังกล่าวสร้างรายได้ระหว่าง 12.5 ถึง 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอาจคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของกัมพูชา จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ปี 2024 คาดว่ามีผู้คนประมาณ 100,000 ถึง 150,000 คน
    .
    อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/ศูนย์หลอกลวงในประเทศกัมพูชา
    .

    ติดตามเราทุกช่องทางเพื่อไม่พลาดข่าวของคนไทยทุกความเคลื่อนไหว
    .
    ✅ facebook https://www.facebook.com/beemnews
    ✅ facebook https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ Youtube https://www.youtube.com/@beemnew
    ✅ tiktok https://www.tiktok.com/@beemnew38

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/1LvmqLDqb3/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    19.45 น.เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์เป็น 2 ชาติล่าสุด ตู้แช่-ตู้เย็นในร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่รวม 7 ประเทศยุโรป เบลเยียม สวีเดน ลักเซมเบิร์ก เอสโทเนีย ไอร์แลนด์ โดนแฮคเกอร์เจาะระบบดันอุณหภูมิเกิน 50 เซลเซียส BTimes

    https://www.facebook.com/share/1FYmqS7aoa/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    งัดมาตรการเดิม ธนาคารกลางจีนทุ่มกว่า 500,000 ล้านอุ้มตลาดหุ้นจีน จบตุลาคมดัชนีหุ้นจีนดำดิ่งเหวยาว 12 สัปดาห์ติดกัน มูลค่าตลาดหุ้นจีนพังเกือบ 120 ล้านล้านบาทจากสถิตินิวไฮใน 5 เดือนผ่านมา BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1E7sB5Z3Ei/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยร่วงลง 7% ในวันนี้ และหลุดระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดกลับมาคาดหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้อีกครั้ง

    ขณะที่ Nasdaq 100 Futures ปรับขึ้นเกือบ 1%

    https://www.facebook.com/share/1MPe1HM5dV/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!! ประธานาธิบดี Pezeshkian ของอิหร่านระบุว่า Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้มอบอำนาจเพิ่มเติมให้รัฐบาลในการเจรจา


    https://www.facebook.com/share/p/1E7UuayuDF/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และกลับมาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ภายใน 48 ชั่วโมง หากสหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไขที่อิหร่านเรียกร้อง

    https://www.facebook.com/share/p/1A5zLiwXFp/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา รอน เดอซานทิส (Ron DeSantis) ส่งสารถึงขั้นเดือดเตือนด่วน เรียกร้องให้พรรครีพับลิกันทั่วทั้งรัฐออกไปลงคะแนนเสียงกันอย่างถล่มทลายในวันอังคารนี้ ไม่อย่างนั้น พรรคเดโมแครตจะ "ฉีกรัฐนี้เป็นชิ้นๆ"

    "ได้โปรดออกไปลงคะแนนเสียงกันในวันอังคารนี้นะครับ"

    พรรคเดโมแครตเพิ่งจะคว้าชัยชนะในวันสุดท้ายของการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าแบบมาด้วยตนเอง โดยนำไป +15,000 คะแนน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเคาน์ตีที่เอนเอียงไปทางพรรคเดโมแครตที่เปิดทำการ

    "พวกเราทำอะไรไปมากมายในรัฐฟลอริดาอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ เราเป็นผู้นำประเทศในหลายๆ ด้าน เราจำเป็นต้องรักษาแรงขับเคลื่อนนี้ต่อไป — ผมขอร้องให้ทุกคนลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันในทุกๆ ตำแหน่งบนบัตรเลือกตั้ง"

    "โหวตเห็นชอบ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อที่ 3 เพื่อลดภาษีทรัพย์สินของคุณ อย่าปล่อยให้พรรคเดโมแครตได้คืบเดียว เพราะถ้าพวกเขาได้คืบ พวกเขาจะเอาศอก"

    "เราไม่อยากลงเอยเหมือนรัฐแคลิฟอร์เนีย เราไม่อยากลงเอยเหมือนรัฐอิลลินอยส์ เราต้องรักษาแรงขับเคลื่อนนี้ไว้ ได้โปรดลงคะแนนเสียงให้พรรครีพับลิกันในวันอังคารนี้นะครับ"

    ทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้

    เคาน์ตีส่วนใหญ่ที่เป็นฐานเสียงรีพับลิกันยัง "ไม่ได้" นับคะแนนบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ในวันนี้ แต่ความได้เปรียบในปัจจุบันทั่วทั้งรัฐคือ ฝ่ายรีพับลิกันนำอยู่ +134,000 คะแนน

    วันอังคารนี้ พวกเราต้องถล่มเดโมแครตให้ราบคาบ!

    11/1/26

    Source: Eric Daugherty

    https://www.facebook.com/share/v/1JLjMmux5S/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตำรวจจราจรทั่วประเทศ ห้ามคลุมหน้า–ห้ามบีบจ่ายค่าปรับหน้าขณะปฏิบ้ติหน้าที่ ย้ำผิดเล็กน้อยเตือนก่อนปรับ
    FB_IMG_1793629341574.jpg
    2 พฤศจิกายน 2569 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันนโยบายกำชับ #ตำรวจจราจรทั่วประเทศ #ห้ามสวมหมวกคลุมศีรษะ #ผ้าคลุมใบหน้าและลำคอ หรือ #อุปกรณ์ที่ปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถมองเห็นและตรวจสอบตัวตนของเจ้าหน้าที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมห้ามบังคับ กดดัน หรือกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำผิดต้องชำระค่าปรับ ณ จุดตรวจ โดยต้องแจ้งสิทธิ ขั้นตอน ระยะเวลา และช่องทางชำระเงินตามกฎหมายอย่างครบถ้วน
    .
    คำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือกำชับไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1–9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ควบคุมการปฏิบัติของตำรวจจราจรอย่างเคร่งครัด
    .
    กรณีเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องป้องกันฝุ่นละอองหรือแสงแดด สามารถใช้หน้ากากอนามัยและแว่นตากันแดดได้ตามความเหมาะสม แต่เมื่อเรียกตรวจประชาชนหรือดำเนินการออกใบสั่ง ต้องถอดหน้ากากและแว่นตากันแดดออกชั่วคราว เพื่อเปิดเผยใบหน้าให้ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นสำหรับตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจนำขบวน ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันแรงลมจากการขับขี่ด้วยความเร็ว
    .
    นอกจากการเปิดเผยใบหน้าแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังกำหนดแนวทางบังคับใช้กฎหมายจราจรให้ยึดหลัก “ตักเตือนก่อนปรับ” โดยเฉพาะความผิดเล็กน้อยที่กระทำครั้งแรก เจ้าหน้าที่ควรใช้ดุลพินิจว่ากล่าวตักเตือนและให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่ก่อน พร้อมตรวจสอบประวัติการตักเตือนผ่านระบบ PTM ก่อนออกใบสั่ง หากกระทำผิดซ้ำหรือมีเหตุจำเป็นต้องออกใบสั่ง ให้พิจารณามาตรการปรับแบบขั้นบันไดตามลักษณะและพฤติการณ์ของความผิด
    .
    นโยบายตักเตือนก่อนปรับไม่ได้หมายความว่าความผิดทุกประเภทจะได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร เมาแล้วขับ และแข่งรถในทาง เจ้าหน้าที่ยังคงต้องบังคับใช้กฎหมายตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นสำคัญ
    .
    ส่วน #การชำระค่าปรับ ประชาชนไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทันที ณ จุดตรวจเพียงเพราะถูกเจ้าหน้าที่กดดัน แต่ต้องได้รับแจ้งขั้นตอนและกำหนดเวลาชำระอย่างชัดเจน รวมถึงช่องทางชำระเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำห้ามตำรวจเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบโดยเด็ดขาด
    .
    #ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทยตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ยืนยันว่าเป็นข่าวจริง ประชาชนที่ถูกเรียกตรวจจึงควรสังเกตเครื่องแบบและตัวตนเจ้าหน้าที่ ขอทราบรายละเอียดข้อกล่าวหาและขั้นตอนตามกฎหมาย และใช้ช่องทางชำระค่าปรับทางการ ไม่โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลหรือกดลิงก์จากข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1CuohW8Qdw/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สแกมเมอร์ ถอนเงินเหยื่อกว้าน "ซื้อทองส่งนายทุนจีน" ไซเบอร์บุกตัดวงจร 2 เครือข่าย รวบเพิ่ม 5 ราย พบเหยื่อสูญกว่า 8.4 ล้านบาท

    2 พฤศจิกายน 2569 #ตำรวจไซเบอร์ ปฏิบัติการ #ตัดเส้นทางการเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ #สแกมเมอร์ 2 เครือข่าย จับผู้ต้องหาเพิ่ม 5 ราย หลังพบพฤติการณ์ใช้บัญชีม้าถอนเงินสดจากธนาคาร นำไปซื้อทองคำแท่งหรือขายหลอมทองเพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน ก่อนส่งต่อให้ผู้ควบคุมและนายทุนชาวจีน หวังอำพรางที่มาของเงินจากการหลอกลวงประชาชน พบความเสียหาย 2 คดีรวมกว่า 8.48 ล้านบาท
    .
    ตำรวจไซเบอร์แถลง ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) เปิดเผยผล 2 ปฏิบัติการตัดเส้นทางการเงินเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ จับผู้ต้องหาเพิ่ม 5 ราย หลังพบ "ขบวนการแบ่งหน้าที่ควบคุมบัญชีม้า" ประกบ #ถอนเงินจากธนาคาร #นำเงินไปซื้อทองคำแท่ง หรือขายหลอมทอง ก่อนส่งต่อให้ผู้ควบคุมและนายทุนชาวจีนเพื่ออำพรางที่มาของเงิน
    .
    พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สั่งขยายผลเครือข่ายบัญชีม้า โดยมี พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการ บช.สอท. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ
    .
    คดีแรกเป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” ซึ่งก่อนหน้านี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 8 ราย พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 22 ใบ และสมุดบัญชีธนาคารจำนวนหนึ่ง หลังพบพฤติการณ์ควบคุมบัญชีม้ารายใหม่ให้ตระเวนถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร ก่อนส่งเงินให้ผู้ควบคุมและนำไปฝากเข้าระบบอีกทอดหนึ่งเพื่อปกปิดแหล่งที่มา แต่ละบัญชีมียอดเงินโอนเข้าตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาทต่อวัน
    .
    การสืบสวนเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทโทรศัพท์มือถือและตำรวจ สภ.เมืองระนอง หลอกนักศึกษาว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนข่มขู่ให้โอนเงิน เสียหายกว่า 2 ล้านบาท จากนั้นนำเงินไปซื้อทองคำ แล้วขายผ่านร้านหลอมทองเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ก่อนส่งต่อไปยังกลุ่มนายทุนชาวจีน
    .
    ล่าสุดตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และจับกุม น.ส.อภิวรรณ อายุ 33 ปี พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม บัตรกดเงินสด สร้อยข้อมือลักษณะคล้ายทองคำ และเสื้อผ้าที่เชื่อมโยงกับวันเกิดเหตุ ขณะที่ นายธัญพิสิษฐ์ อายุ 47 ปี ถูกจับกุมในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมโทรศัพท์มือถือและเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดี
    .
    คดีที่สองเป็นเครือข่ายหลอกขายต้นมะกอกผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนชักชวนเหยื่อเข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลด ช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแทนจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อโอนเงินเพิ่มกลับไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายอ้างว่าระบบล็อกและต้องโอนเงินเพื่อรีเซ็ต สุดท้ายผู้เสียหายสูญเงิน 6,481,165.50 บาท
    .
    ตำรวจพบว่าเงินที่เข้าบัญชีม้าถูกถอนออกจากธนาคารอย่างรวดเร็ว บางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำแท่ง ก่อนส่งมอบเงินสดหรือทองให้ผู้ร่วมขบวนการรายอื่น โดยมีผู้ควบคุมคอยประกบตลอดเวลา ศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย ล่าสุดจับได้แล้ว 3 ราย ได้แก่ นายทินกร อายุ 38 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้าและถอนเงิน น.ส.ขัตติยา อายุ 35 ปี ทำหน้าที่รับเงินสดจากบัญชีม้า และ น.ส.อรอุมา อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ถอนเงินและนำเงินไปแปลงเป็นทองคำ
    .
    เมื่อนับความเสียหายจากสองคดี พบยอดกว่า 8.48 ล้านบาท แบ่งเป็นคดีหลอกนักศึกษากว่า 2 ล้านบาท และคดีหลอกขายต้นมะกอก 6.48 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นความเสียหายของผู้เสียหายที่ตำรวจเปิดเผย ไม่ใช่มูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด
    .
    ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับคดีอื่น รวมถึงติดตามผู้สั่งการชาวจีนและผู้รับผลประโยชน์ปลายทาง โดยเฉพาะขั้นตอนเปลี่ยนเงินจากบัญชีม้าเป็นทองคำและเงินสด ซึ่งทำให้การติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหายซับซ้อนขึ้น
    .
    คดีนี้สะท้อนรูปแบบการฟอกเงินของ #เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ที่ไม่ได้จบแค่การใช้ #บัญชีม้า รับโอน แต่มีคนถอนเงิน คนรับเงิน คนซื้อทอง คนขายหลอม และผู้ควบคุมคอยประกบเป็นทอด ๆ การตัดวงจรจึงต้องติดตามไปถึงผู้สั่งการและผู้รับเงินปลายทาง ไม่ใช่จับเฉพาะเจ้าของบัญชีที่ถูกนำมาใช้เท่านั้น
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/p/1E1StmHrWo/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวล่าสุด: แฮกเกอร์กำลังโจมตีตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตใน 5 ประเทศพร้อมกัน

    นี่คือสิ่งที่โควิดเป็นในสัปดาห์แรก ไม่กี่ประเทศ จำนวนน้อย ไม่มีใครเรียกมันว่าวิกฤต

    1/ สวีเดน: ร้านค้ากล่าวว่าแฮกเกอร์โจมตีระบบทำความเย็นของพวกเขาในชั่วข้ามคืน ร้านค้าแห่งหนึ่งกล่าวว่าตู้เย็นและตู้แช่แข็งถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 50°C และอาหารเน่าเสีย ร้าน ICA Kvantum ใน Sjöbo และ Tomelilla ถูกโจมตี รวมถึงร้าน Coop อย่างน้อย 6 แห่ง ร้าน Sjöbo ปิดทำการตลอดเช้า ทิ้งสินค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด และขอโทษ ICA กล่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อฟื้นฟูการดำเนินงานตามปกติ ใน Sankt Olof ผู้จัดการร้านกล่าวว่า "ทุกอย่างพังหมด" ศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติของสวีเดนกำลังตรวจสอบเหตุการณ์หลายอย่าง

    2/ เอสโตเนีย: ซีอีโอของบริษัททำความเย็น Kitman Coldtech กล่าวว่าลูกค้าหลายรายตกเป็นเป้าหมาย และตู้แช่แข็งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งถูกปรับอุณหภูมิขึ้นไปที่ +50°C พบและแก้ไขในเวลาประมาณ 10 นาที ไม่มีความเสียหายร้ายแรง

    3/ ไอร์แลนด์: ซูเปอร์แวลู (SuperValu) เรียกคืนอาหารสดและอาหารแช่แข็งทั้งหมดจาก 13 สาขา บริษัทเจ้าของคือ มัสเกรฟ (Musgrave) ยืนยันว่าเกิด "เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์" กับตู้เย็น "รุ่นเฉพาะ" รุ่นหนึ่ง

    4/ ลักเซมเบิร์ก: อาโฮลด์ เดลไฮซ์ (Ahold Delhaize) กล่าวว่า "เหตุการณ์ด้านไอที" ส่งผลกระทบต่อตู้เย็นและตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสิบแห่งทั่วลักเซมเบิร์กและเบลเยียม

    5/ เบลเยียม: ร้านเดลไฮซ์มากกว่า 40 สาขา ร้านคาร์ฟูร์ (Carrefour) อย่างน้อย 15 สาขา และร้านสปาร์ (Spar) ประมาณ 5 สาขา ได้รับผลกระทบ อุณหภูมิในห้องเย็นสูงขึ้นถึง 15°C ทางเดินในร้านถูกปิดกั้น และสินค้าจำนวนมากถูกทำลาย ป้ายประกาศที่ร้าน Proxy Delhaize แห่งหนึ่งระบุว่าระบบของร้าน "ตกเป็นเหยื่อของการแฮ็ก"

    ลองมองภาพรวมดู

    โดยปกติแล้ว ตู้แช่แข็งจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ -18°C ในเอสโตเนีย มีรายงานว่าแฮ็กเกอร์เข้าถึงระบบผ่านตัวควบคุมรุ่นเก่า ในฝรั่งเศส ผู้ผลิตตัวควบคุมกล่าวว่าอุปกรณ์หลายชิ้นล้าสมัยหรือใช้เฟิร์มแวร์ที่เก่าแล้ว การเพิ่มอุณหภูมิข้ามคืนทำให้อาหารเน่าเสีย “คุณไม่สามารถนำอาหารที่เน่าเสียกลับมาได้” ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งกล่าว

    เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มต้นวันนี้ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ แฮกเกอร์ได้เพิ่มอุณหภูมิตู้แช่แข็งในกว่า 350 แห่งทั่วฝรั่งเศสสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดไฟไหม้ ซีอีโอของ Intermarché ระบุว่าความเสียหายมีมูลค่า “หลายสิบล้านยูโรทั่วประเทศในวันเดียว” แหล่งข่าวสงสัยว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ ในวันเดียวกันนั้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า สเปน โปรตุเกส โปแลนด์ เยอรมนี และเบลเยียมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

    โควิดทำให้สินค้าบนชั้นวางว่างเปล่า ยังไม่มีใครเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นวิกฤต แต่ Financial Times ประเมินมูลค่าอาหารที่เสียหายไว้หลายล้านยูโรแล้ว

    เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เพนตากอนกำลังสอบสวนเหตุตู้แช่แข็งขัดข้องในฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยสงสัยว่าเป็นการแฮ็ก อย่างน้อย 6 ร้านค้าในฐานทัพได้รับผลกระทบ ผู้ตรวจสอบของกองทัพกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของฝรั่งเศส

    5 ประเทศในวันเดียว รวม 11 ประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม

    https://www.facebook.com/share/v/19iikEqqhb/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไต้หวันสั่งล็อกชิป! ดันกฎหมายห้ามส่งออกให้จีน หวังเชือดแผ่นดินใหญ่แต่เสี่ยงเจ็บเอง!

    สัญญาณความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้นอีกระดับ! เมื่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของ "สภานิติบัญญัติไต้หวัน" ได้จัดประชาพิจารณ์ร่างแก้ไข "กฎหมายการค้า" (Trade Act) โดยมีตัวเต็งจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชงเพิ่ม มาตรา 13-2 ห้ามส่งออกวงจรรวม (IC), แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน ชิ้นส่วนประกอบ และเครื่องผลิตชิปขั้นสูงไปยังจีนแผ่นดินใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาต

    การยื่นแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตการควบคุม แต่ยังเพิ่มบทลงโทษขั้นรุนแรง "จำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน" พร้อมครอบคลุมไปถึงการลักลอบส่งออกผ่าน "ประเทศที่สาม" เพื่ออุดรอยรั่วทั้งหมด!

    ขณะที่ กงหมิงซิน (Kung Ming-xin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน แย้มรับลูกว่ากำลังเร่งศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายขอบเขตการควบคุมตามยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแผ่นดินใหญ่ (TAO) ออกมาสวนกลับทันควันเมื่อปลายเดือนตุลาคมว่า "การพยายามสกัดกั้นการพัฒนาของจีนต่างหาก คือต้นตอที่แท้จริงที่สร้างความเสี่ยงให้แก่ห่วงโซ่อุปทานชิปทั่วโลก!"

    บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองตรงกันว่า การขยับตัวของไต้หวันในครั้งนี้ ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของตัวเอง แต่คือ "การตอบสนองต่อใบสั่งของวอชิงตัน" ที่ต้องการบีบให้พันธมิตรในภูมิภาคเอเชียเข้าร่วมสงครามเทคโนโลยี (Tech War) เพื่อโดดเดี่ยวอุตสาหกรรมชิปของจีนอย่างสมบูรณ์แบบ

    1. เครื่องมือการเมืองของ DPP: พรรครัฐบาลไต้หวันใช้ประเด็นความมั่นคงมาบังหน้า เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อยุทธศาสตร์การแข่งขันมหาอำนาจของสหรัฐฯ โดยหวังแลกกับการคุ้มครองทางการทหาร

    2. ความกระอักกระอ่วนของภาคอุตสาหกรรม: แม้ฝ่ายการเมืองจะเย้วๆ ชูนโยบายปิดล้อม แต่ในความเป็นจริง จีนแผ่นดินใหญ่คือ "ตลาดและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด" ของ #อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไต้หวัน การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกินไปอาจกลายเป็นการ "เฉือนเนื้อตัวเอง" ทำลายรายได้ของบริษัทชิประดับกลางและระดับเล็กในไต้หวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    3. ทางปฏิบัติทำได้จริงหรือ?: เครือข่ายการค้าชิปทั่วโลกมีความสลับซับซ้อนสูง การติตตามการขายต่อผ่านประเทศที่สามหรือนอมินี ทำได้ยากยิ่งในทางปฏิบัติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าไต้หวัน "ขาดศักยภาพในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง"

    จีนแผ่นดินใหญ่สวนกลับ: ยิ่งบีบ... มังกรยิ่งเร่งสปีด "พึ่งพาตัวเอง"!

    โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแผ่นดินใหญ่ (TAO) ได้แถลงเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า การกระทำของไทเปนอกจากจะทำลายความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบแล้ว ยังเป็นการสร้าง "ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง" ต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

    การปิดล้อมกระตุ้นนวัตกรรม: บทเรียนจากมาตรการแซงก์ชันของสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า การตัดการเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้จีนหยุดพัฒนา แต่กลับกลายเป็น "แรงผลักดันมหาศาล" ที่ทำให้จีนแผ่นดินใหญ่เร่งอุดหนุนงบประมาณและทรัพยากรเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานชิปในประเทศ (Local Content) ตั้งแต่ระดับซอฟต์แวร์ออกแบบ EDA ไปจนถึงเครื่องพิมพ์ชิป

    เสียตลาดอย่างถาวร: หากไต้หวันตัดสายสัมพันธ์ทางเทคโนโลยีกับจีนอย่างเด็ดขาด เมื่อใดที่จีนแผ่นดินใหญ่สามารถพัฒนาชิปและเครื่องมือทดแทนได้สำเร็จ บริษัทไต้หวันจะ "สูญเสียตลาดแผ่นดินใหญ่ไปอย่างถาวร" และไม่สามารถหวนคืนกลับมาได้อีกเลย

    เดินตามเกมอเมริกัน... จนลืมไปว่าใครคือคนจ่ายราคา!

    การพยายามดันร่างแก้ไขกฎหมายการค้าของสภาไต้หวัน คือฉากละครการเมืองที่แสดงให้เห็นถึงความสุ่มเสี่ยงของ "การเอาอนาคตทางเศรษฐกิจไปผูกไว้กับยุทธศาสตร์ต่างชาติ"
    ไทเปกำลังเล่นเกมอันตราย ยอมแลกเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์การคว่ำบาตรของอเมริกา... แต่ทว่าในวันที่ห่วงโซ่อุปทานพังทลาย และจีนแผ่นดินใหญ่ก้าวข้ามกำแพงเทคโนโลยีได้สำเร็จ คนที่ต้องแบกรับความเสียหายหนักที่สุด ก็คือภาคธุรกิจและประชาชนบนเกาะไต้หวันนั่นเอง!

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/p/14wtX91pAAd/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผวาโดนตัดเส้นประสาท! จีนลุยสำรวจแผนที่อุทกศาสตร์ สลายจุดแข็งเรือดำน้ำอเมริกันในแปซิฟิก!

    กลายเป็นประเด็นความมั่นคงระดับโลกที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด! เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Yomiuri Shimbun และสื่อระดับโลกของอเมริกาอย่าง The Wall Street Journal พร้อมใจกันโหมกระแสข่าวด้วยโทนหวาดวิตกขั้นสุด โดยกล่าวหาว่า กองเรือสำรวจอุทกศาสตร์ของจีนกำลังเดินหน้าปฏิบัติการเชิงลึกตลอดแนว "ปราการเกาะชั้นที่หนึ่ง" (First Island Chain) โดยเฉพาะเขตน่านน้ำทางตอนเหนือและทางตะวันออกของไต้หวัน

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และไต้หวัน นำไปสร้างเรื่องเล่าเชิงจิตวิทยา (Narrative) ว่าเป็น "ยุทธการตัดเส้นประสาทดิจิทัล" เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสภาวะ "วิกฤตไต้หวัน" ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต!

    1. แผนสแกนใต้ทะเล: สำรวจพิกัด "24 เส้นเลือดใหญ่ดิจิทัล" ไต้หวัน

    รายงานของ Yomiuri Shimbun อ้างอิงข้อมูลวิเคราะห์ระบบติดตามเรือ (AIS) จากบริษัท ingeniSPACE ระบุว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรือสำรวจของจีนอย่างน้อย 4 ลำ ได้เข้าปฏิบัติการอย่างผิดสังเกตในเขตน่านน้ำทางตอนเหนือของไต้หวัน โดยมีพฤติกรรมลดความเร็ว จอดนิ่ง และกลับลำอย่างผิดปกติ ซึ่งจุดดังกล่าว "ทับซ้อนกับแนวพิกัดสายเคเบิลสื่อสารใต้ทะเลระหว่างประเทศพอดี"

    -จุดตาย 99% ของไต้หวัน: เกาะไต้หวันพึ่งพาพิกัดสายเคเบิลใต้ทะเลระหว่างประเทศ 14 สาย (จากทั้งหมด 24 สาย) ในการสื่อสารกับโลกภายนอก คิดเป็นปริมาณข้อมูลมากกว่า 99% โดยมีจุดเชื่อมต่อหลัก (Landing Stations) กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่จุด เช่น โถวเฉิง, ตั้นสุ่ย, ปาหลี่ และฟังซาน

    -ฝันร้าย "เกาะร้างดิจิทัล": หากสายเคเบิลเหล่านี้ถูกตัดขาดพร้อมกัน สื่อสารดาวเทียมและคลื่นไมโครเวฟสำรองจะ "ไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ตมหาศาลได้" มิหนำซ้ำการซ่อมแซมสายเคเบิลใต้ทะเลในภูมิภาคเอเชียต้องใช้เวลายาวนานกว่า 40 วัน และไต้หวันยังขาดแคลนเรือซ่อมสายเคเบิลขั้นสูง ทำให้การกู้คืนระบบในสภาวะสงครามเป็นไปได้ยากยิ่ง

    -บทเรียนจากคดี "หม่าจู่ตัดสาย": เหตุการณ์สายเคเบิล "ไถหม่า 2" และ "ไถหม่า 3" ถูกตัดขาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ส่งผลให้หมู่เกาะหม่าจู่ต้องเผชิญภาวะ "อัมพาตทางการสื่อสารนานถึง 50 วัน" ส่งข้อความแชตข้อความเดียวต้องใช้เวลานานหลายนาที กลายเป็นภาพสะท้อนความตื่นตระหนกของทางการไต้หวันจนถึงปัจจุบัน

    2. เขย่าขวัญสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น: เมื่อ "สายสั่งการทางทหาร" เสี่ยงโดนตัดขาด!

    เหตุใด #สหรัฐฯ และ #ญี่ปุ่น ถึงได้แสดงอาการ "ประสาทเสีย" ต่อปฏิบัติการสำรวจครั้งนี้? คำตอบไม่ได้อยู่ที่เรื่องอินเทอร์เน็ตของประชาชนทั่วไป แต่อยู่ที่ "สายส่งกำลังบำรุงและระบบสั่งการทางทหาร"

    1. ญี่ปุ่นเสี่ยงโดนลูปอัมพาต: สื่อญี่ปุ่นยอมรับว่า ญี่ปุ่นพึ่งพาสายเคเบิลใต้ทะเลถึง 99% เช่นกัน สายเคเบิลข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกหลายสายต้องลากผ่านหรือเชื่อมตรงกับ #ไต้หวัน หากเกิดปัญหากับสายเคเบิลรอบเกาะไต้หวัน ระบบสื่อสารระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐฯ และไต้หวัน จะเกิดอาการ "คอขวดและอัมพาตทันที"

    2. ขยี้จุดอ่อนสหรัฐฯ (De-capitation Strategy): ศูนย์วิจัย Hudson Institute ของสหรัฐฯ ชี้ว่า สายเคเบิลใต้ทะเลคือ "เส้นประสาทสั่งการ" ที่สำคัญที่สุดของ #กองทัพอเมริกัน หากสงครามปะทุขึ้นและเคเบิลถูกตัด สหรัฐฯ จะ "ไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ในสนามรบ (Battlefield Awareness) ไม่สามารถรับฟังความต้องการปฏิบัติการ และไม่สามารถสั่งการร่วมกับกองทัพไต้หวันได้ในช่วงเวลาทองคำ 24-42 ชั่วโมงแรก"

    3. ศึกเรือดำน้ำและโดรนใต้โคลน: สื่ออเมริกันอย่าง The Wall Street Journal รายงานเพิ่มเติมว่า จีนกำลังเร่งรัดการสำรวจแผนที่ภูมิประเทศใต้ทะเล (Bathymetric Mapping) บริเวณน่านน้ำทางตะวันออกของไต้หวัน เพื่อรวบรวมข้อมูลอุทกศาสตร์ ร่องน้ำ ความลึก และกระแสน้ำ ซึ่งเป็นข้อมูลยุทธศาสตร์ระดับท็อปซีเคร็ทในการ "อำนวยความสะดวกให้เรือดำน้ำและโดรนไร้คนขับใต้ทะเล (UUV) ของจีน ในการปิดล้อมไต้หวันและสกัดกั้นการแทรกแซงของกองเรืออเมริกัน!"

    3. สหรัฐฯ-ญี่ปุ่นก็เคยทำ... แต่พอจีนทำกลับโวยวาย?

    ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ความกระวนกระวายใจของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการที่สหรัฐฯ ได้ร่วมมือกับ 16 ประเทศพันธมิตรลงนามในคำประกาศร่วมเกี่ยวกับความมั่นคงของสายเคเบิลใต้ทะเล เพื่อบีบให้บริษัทเทคโนโลยีจีนออกจากโครงการเคเบิลข้ามชาติ รวมถึงรายงานจาก Bloomberg ที่ชี้ว่า ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีฝั่งตะวันตกกำลังพยายาม "ลากเส้นเคเบิลใหม่เพื่ออ้อมเว้นประเทศจีน"

    ทว่า ความจริงทางยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ "สหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ส่งเรือสำรวจรวบรวมข้อมูลอุทกศาสตร์และ #แผนที่ใต้ทะเล ในมหาสมุทรแปซิฟิกและรอบแนวเกาะชั้นที่หนึ่งไปจนหมดสิ้นนานแล้ว"
    • สองมาตรฐานทางทหาร: เมื่อสหรัฐฯ และญี่ปุ่นกวาดข้อมูลใต้ทะเลรอบบ้านคนอื่นจนทะลวงลึก พวกเขาเรียกว่า "การปฏิบัติการตามเสรีภาพในการเดินเรือและการป้องกันประเทศ"
    • มังกรเดินหน้าสำรวจตามสิทธิ์: แต่เมื่อกองเรือสำรวจอุทกศาสตร์ของจีนขยายวงออกไปสำรวจและจัดเก็บข้อมูลอุทกศาสตร์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์บ้าง ฝั่งตะวันตกกลับโวยวายว่าเป็นการกระทำแบบ "สงครามพื้นที่สีเทา" (Grey-zone Operations)

    ข้อมูลแผนที่ใต้ทะเล พิกัดร่องน้ำ ความลึก และสภาพแวดล้อมทางมหาสมุทร คือรากฐานสำคัญของการป้องกันประเทศ หากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีข้อมูลเหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ จีนก็ย่อมต้องมีข้อมูลเหล่านี้อย่างสมบูรณ์แบบไม่แพ้กัน... เพราะในสมรภูมิห้วงน้ำลึก ผู้ที่ครองข้อมูลอุทกศาสตร์ได้แม่นยำกว่า คือผู้ที่จะกุมชัยชนะในศึกอธิปไตยเหนือแนวเกาะชั้นที่หนึ่ง!

    #ChiinaFocus
    https://www.facebook.com/share/p/1CaAzTFQFa/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐประหารเงียบกลางวอร์ซอ! นายกฯ โปแลนด์สั่งแขวนประธานศาล รธน. แฉศึกสองมหาอำนาจ... รูดม่านด่านหน้า NATO!

    กลายเป็นแผ่นดินไหวทางการเมืองครั้งรุนแรงที่สุดที่เขย่าปีกตะวันออกขององค์การ NATO! เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดปฏิบัติการ "รัฐประหารเงียบ" (Silent Coup) กลางกรุงวอร์ซอ เมื่อ อังเดร เชฟยอนตคอฟสกี (Święczkowski) ประธานศาลรัฐธรรมนูญโปแลนด์ ถูกคำสั่งพ้นจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน พร้อมปิดเว็บไซต์ศาล และเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงกับตำรวจควบคุมฝูงชน

    สถานการณ์บานปลายจนทำให้ ดอนัลด์ ทุสค์ (Donald Tusk) นายกรัฐมนตรีสายฝักใฝ่สหภาพยุโรป โดนฝ่ายค้านสับยับว่ากำลัง "ก่อการรัฐประหาร" ขณะที่ คาร์ล อนาฟร็อตสกี (Nawrocki) ประธานาธิบดีโปแลนด์ ต้องสั่งวกเครื่องบินกลับประเทศด่วนขณะกำลังบินไปเซเนกัล! มิหนำซ้ำยังลามไปถึงการลาออกของเอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำประเทศจีน ส่งสัญญาณความระส่ำระสายขั้นสุดในระบบการทูต

    คำถามคือ... ทำไม "ปราการหน้าด่าน #NATO" ประเทศที่ดูแข็งแกร่งที่สุดในตะวันออก ถึงได้ "เปิดศึกตีกันเองจนพังครืน" ภายในชั่วข้ามคืน? หากเจาะลึกโครงสร้างจะพบ 4 ชั้นความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์ ที่ทำให้โปแลนด์เดินมาถึงจุดระเบิดในครั้งนี้:

    ชั้นที่ 1: มิติภูมิรัฐศาสตร์ — มีดจ่อคอหอย ปลุกวิญญาณแค้นกับการสิ้นชาติ 3 หน!

    สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี (จนถึงปี 2026) ไม่เพียงไม่สงบลง แต่กลับยิ่งทวีความเร่าร้อน เมื่อวลาดิเมียร์ ปูติน ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ของ "สงครามรัสเซีย-ยุโรป" ซึ่งสำหรับโปแลนด์แล้ว... นี่คือ "เสียงระฆังความตาย"

    -ข้อจำกัดทางยุทธศาสตร์: #โปแลนด์ มีความลึกทางยุทธศาสตร์ (Strategic Depth) เพียง 600 กิโลเมตร กองทัพรถถังสามารถบุกทะลวงผ่านได้ในเวลาไม่กี่วัน หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบ โปแลนด์จะเป็น "สมรภูมิแรกที่โดนบดขยี้เป็นผุยผง"

    -แผลเป็นประวัติศาสตร์ 123 ปี: โปแลนด์เคยถูกรัสเซีย ปรัสเซีย และออสเตรีย รุมแบ่งชาติ (Partitions of Poland) ถึง 3 ครั้งในปี 1772, 1793 และ 1795 จนลบชื่อออกจากแผนที่โลกไปยาวนาน 123 ปี ก่อนจะโดนเยอรมนีและโซเวียตเข้ายึดครองอีกครั้งในสงครามโลกครั้งที่ 2

    -แตกแยกเพราะความกลัว: เมื่อภัยคุกคามถึงขั้นอยู่รอดหรือสูญพันธุ์ ฝ่ายหนึ่งยึดแนวทาง "เกาะขาอเมริกันเพื่อชนรัสเซีย" อีกฝ่ายยึดแนวทาง "ผนึกยุโรปเพื่อสร้างกันชน" การต่อสู้ยึดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นเพียงจุดระเบิดของการแย่งชิงทิศทางเพื่อการอยู่รอดของประเทศ!

    ชั้นที่ 2: มิติวัฒนธรรม — รอยแผลเป็นทางความคิดจากยุคถูกล่าอาณานิคม

    มิติทางวัฒนธรรมและจิตวิทยาของโปแลนด์ไม่เคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริง การถูกมหาอำนาจเปลี่ยนมือปกครองตลอดประวัติศาสตร์ ได้สร้าง "รอยร้าวทางความคิด (Cultural Fractures)" ที่ฝังลึก:
    1. ฝักใฝ่ต่างขั้ว: ชุมชนและชนชั้นในโปแลนด์แตกออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นใน "อนุรักษนิยมคาทอลิกเข้มข้น" อีกฝ่ายยึดแนวทาง "เสรีนิยมเสพติดตะวันตก"
    2. ขัดแย้งสะสม 10 ปี: นายกฯ ดอนัลด์ ทุสค์ (ฝ่ายเสรีนิยมฝักใฝ่ EU) และประธานาธิบดีอนาฟร็อตสกี (พรรค PiS สายอนุรักษนิยมชาตินิยม) เปิดศึกยิงฟันกันมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่เรื่องความตั้งมั่นของศาล อำนาจการแต่งตั้งผู้พิพากษา จนศาลรัฐธรรมนูญแทบกลายเป็นอัมพาต และจบลงด้วยการ "ล้มโต๊ะเพื่อยึดอำนาจ" ในครั้งนี้

    ชั้นที่ 3: มิติความขัดแย้งสหรัฐฯ-ยุโรป — โปแลนด์ในฐานะกระดานหมากมหาอำนาจ

    รอยร้าวทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปในยุคปัจจุบัน คือตัวจุดชนวนให้ไฟลุกพรึ่บ:
    -สหรัฐฯ อยากถอนตัว / ยุโรปกลัวโดนทิ้ง: รัฐบาลทรัมป์เร่งตัดช่องน้อยแต่พอตัวจากหล่มสงครามยูเครน ขณะที่ยุโรปติดหล่มสงครามจนขาสั่น กลัวทั้งรัสเซียชนะและกลัวทั้งอเมริกาทิ้ง

    -ศึกสองเจ้านาย: ประธานาธิบดีอนาฟร็อตสกี มีความใกล้ชิดเชิงนโยบายกับ "ค่ายทรัมป์/อเมริกัน" เพื่อดึงกำลังทหารอเมริกันมาปักหลัก ขณะที่นายกฯ ดอนัลด์ ทุสค์ คือ "เด็กปั้นสายตรงของกรุงบรึสเซลส์ (EU) และเบอร์ลิน" เมื่อขัดแย้งถึงขีดสุด ทุสค์จึงอาศัยจังหวะที่ประธานาธิบดีบินไปต่างประเทศ "ลงมือชิงยึดศาลรัฐธรรมนูญอย่างเฉียบขาดและเยือกเย็น!"

    ชั้นที่ 4: มิติศึกสองพรรคอเมริกัน — สงครามนอมินีลามลงแผ่นดินโปแลนด์

    การต่อสู้ระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสหรัฐฯ รับศึกเลือกตั้งกลางเทอม ได้ขยายวงกว้างจนทะลักออกมานอกประเทศ:

    -เดโมแครต VS รีพับลิกัน: ฝ่ายรีพับลิกัน (ทรัมป์) มองโปแลนด์เป็นป้อมปราการทหารด่านหน้าเดี่ยวๆ ขณะที่พรรคเดโมแครตและค่ายยุโรปมองโปแลนด์ผ่านกรอบความมั่นคงของ NATO และ EU

    -สงครามตัวแทน: นายกฯ ทุสค์ที่มีจุดยืนใกล้ชิดกับเดโมแครตและยุโรป ได้กลายเป็นหัวหอกในการบดขยี้เครือข่ายอนุรักษนิยมของอนาฟร็อตสกี ทำให้การรัฐประหารเงียบในวอร์ซอ แท้จริงแล้วคือ "#สงครามตัวแทน (Proxy Battle) ของการเมืองอเมริกันบนแผ่นดินโปแลนด์!"

    โดมิโนตัวแรกของตะวันออก... สัญญาณเตือนระเบิดระลอกใหม่ในยุโรป!

    วิกฤตการเมืองโปแลนด์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องราวโดดเดี่ยว แต่เป็น "โดมิโนตัวแรก" ของความยุ่งเหยิงในยุโรปตะวันออก ยามที่โครงสร้างโลกเก่ากำลังพังทลาย และมหาอำนาจงัดแทกติกออกมาห้ำหั่นกัน
    เมื่อประเทศที่ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่สุ่มเสี่ยงที่สุด ขาดการบูรณาการทางการเมืองภายใน แรงกดดันจากภายนอกจะพุ่งเข้ากระแทกจนเกิดการแตกร้าว... จากโปแลนด์วันนี้ สัญญาณเตือนกำลังส่งต่อไปยังฮังการี สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก และกลุ่มประเทศบอลติก ที่ต้องเผชิญชะตากรรมบนกระดานหมากมหาอำนาจแบบเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้!

    #ChinaFocus #รัฐประหารเงียบ

    https://www.facebook.com/share/p/1bpZmPskge/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เสร็จนาฆ่าโคถึก! สหรัฐฯ ลอบส่งกลับ 150 ผู้อพยพอัฟกัน แฉแหลก... ถีบหัวส่งพันธมิตรร่วมรบ!

    กลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่เขย่าศีลธรรมทางการเมืองของสหรัฐฯ รับสัปดาห์หย่อนบัตรเลือกตั้งกลางเทอม! เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกทั้ง Bloomberg, The New York Times และ AP พร้อมใจกันแฉเบื้องหลังฉากฉาวว่า #กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) กำลังเดินหน้าส่งตัวผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานกว่า 150 คนกลับประเทศ โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของผู้ที่เคย "เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือกองทัพอเมริกัน" ในสงครามอัฟกานิสถาน

    เนื่องจากวอชิงตันไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลตาลีบัน แทกติกการถอนสมอครั้งนี้จึงต้องใช้วิธี "ส่งผ่านประเทศที่สาม" โดยลำเลียงผู้อพยพโดยเครื่องบินจากรัฐหลุยเซียนาไปยังปากีสถาน เพื่อให้ทางการปากีสถาน "คุมประตูปรับส่งต่อ" กลับสู่ #อัฟกานิสถาน ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากทั้งกลุ่มสิทธิมนุษยชนและสมาชิกรัฐสภาอเมริกันว่า "นี่คือการทรยศหักหลังพันธมิตรอย่างเลือดเย็นที่สุด!"

    แผนลับฉากหลัง: แทกติก 'โยนภาระให้ประเทศที่สาม' ผลักดันผู้อพยพผ่านปากีสถาน เลี่ยงชนตอการทูต!

    เอกสารชั้นศาลและแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 นายเผยลำดับเหตุการณ์การลักลอบส่งกลับพันธมิตรเก่าอย่างเป็นระบบ:

    -จุดเริ่มต้นเปิดแผล: สำนักข่าว Bloomberg ประเดิมเปิดเบาะแสเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ก่อนที่ The New York Times จะยืนยันข้อมูลในวันที่ 30 ตุลาคมว่า #สหรัฐฯ ไม่สามารถส่งตัวผู้อพยพถึงอัฟกานิสถานโดยตรงได้ จึงใช้ประเทศปากีสถานเป็น "ทางผ่าน" เพื่อผลักดันคนเหล่านี้กลับสู่เงื้อมมือตาลีบัน

    -เหมาลำปฏิบัติการเงียบ: สำนักข่าว AP รายงานเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ยืนยันเอกสารศาลระบุว่า เครื่องบินเหมาลำเที่ยวแรกที่มีกำหนดขนผู้อพยพชาวอัฟกันกลุ่มนี้ ได้ทะยานออกจากฐานในรัฐหลุยเซียนาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026

    -โยนลูกแก้เกี้ยว: เมื่อถูกนักข่าวไล่ต้อน มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นและโยนภาระไปให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ขณะที่โฆษก DHS ทำเนียบขาวทำเพียงส่งอีเมลตอบสั้นๆ ว่า "ไม่ขอวิจารณ์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เกิดขึ้น"

    สภาพการเมืองเดือด: สมาชิกรัฐสภา-กลุ่มสิทธิฯ สับยับ "ฉวยโอกาสช่วงเลือกตั้ง"

    การตัดสินใจของบริหารรัฐบาลทรัมป์ก่อให้เกิดคลื่นความแค้นทางการเมืองอย่างหนักหน่วง:
    1. ฉวยโอกาสช่วงคนเผลอ: ฌอน แวนไดเวอร์ (Shawn VanDiver) ประธานกลุ่ม "Afghan Evac Coalition" ออกมาชี้หน้าตักว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกลงมือในสัปดาห์ที่มีการเลือกตั้งกลางเทอม "เพราะหวังจะแอบทำเงียบๆ โดยไม่ให้สังคมสังเกตเห็น" พร้อมตอกย้ำว่าพฤติกรรม "#เสร็จนาฆ่าโคถึก" แบบนี้เป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่ง

    2. ขัดต่อคำมั่นสัญญาอเมริกัน: ริชาร์ด บลูเมนธาล (Richard Blumenthal) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ประณามการกระทำนี้ว่าเป็น "การตระบัดสัตย์ไร้ความน่าเชื่อถือ" เพราะสหรัฐฯ เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องและไม่ทอดทิ้งพันธมิตรชาวอัฟกันที่เคยช่วยชีวิตทหารอเมริกันในสนามรบ

    3. เสี่ยงชีวิตเด็กและสตรี: ฌานเน ชาฮีน (Jeanne Shaheen) วุฒิสมาชิกหญิงเดโมแครต ระบุว่าในกลุ่มผู้ถูกส่งกลับมีทั้งเด็กและสตรี ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรัฐบาลตาลีบันเชือดไก่ให้ลิงดู และเรียกร้องให้สภาคองเกรสก้าวออกมาหยุดยั้งพฤติกรรมอันน่าอดสูนี้

    ละครจริยธรรมอเมริกัน... มรดกแห่งการ "เสร็จนาฆ่าโคถึก" ที่โลกต้องจำ!
    ฉากการลักลอบส่งกลับผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานในครั้งนี้ คือการตอกย้ำภาพจำเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่น่าหวาดวิตกของสหรัฐฯ ว่า "คำมั่นสัญญาเรื่องความมั่นคงของอเมริกา มีอายุยืนยาวตราบเท่าที่ผลประโยชน์ยังคงอยู่เท่านั้น"
    เมื่อหมดประโยชน์ในสมรภูมิ พันธมิตรที่เคยร่วมรบและเสี่ยงชีวิตเพื่อทหารอเมริกัน กลับถูกลดทอนคุณค่าเหลือเพียง "ตัวเลขผู้อพยพผิดกฎหมาย" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปให้พ้นตา... กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนสติพันธมิตรอเมริการั่วๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน!

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/p/1A4jPtsiaw/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ลนลานกลัวเสียหน้า! ขู่ไล่ออกหากจีนเหยียบดวงจันทร์ก่อน มังกรเมินเกมการเมือง... มุ่งหน้าเป้าหมาย 2030!

    มหาศึกชิงอธิปไตยห้วงอวกาศลึก (Deep Space Sovereignty) ระหว่างสองมหาอำนาจพุ่งสู่อุณหภูมิเดือดจัด! เมื่อจีนเปิดเผยรายละเอียดแผนส่ง นักบินอวกาศจีน (Taikonauts) ขึ้นเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ภายใน ปี 2030 อย่างลงลึกทุกรายละเอียด ด้วยยุทธศาสตร์สุดแกร่ง "สองจรวด หนึ่งการลงจอด" ใช้นักบิน 3 คน โดยส่ง 2 คนลงไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์!

    ทว่า ปฏิกิริยาจากฝั่งสหรัฐฯ กลับเต็มไปด้วยความลนลานและตื่นตกใจ โดย จาเรด ไอแซกแมน (Jared Isaacman) ผู้อำนวยการองค์การ NASA ถึงกับออกมาประกาศกลางสื่ออเมริกันโดยไม่อ้อมค้อมว่า "หากจีนชิงตัดหน้าเหยียบดวงจันทร์ก่อนสหรัฐฯ... ผมคงโดนไล่ออกแน่นอน!" สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายโครงการ #Artemis ของ #สหรัฐฯ ได้ถดถอยจากโครงการวิชาการ สู่การเป็น "เกมการเมืองภูมิรัฐศาสตร์เพื่อเอาชนะจีน" อย่างเต็มรูปแบบ!

    1. ยุทธศาสตร์จีน: วิศวกรรมนวัตกรรม 'โมดูลาร์ถอดประกอบ' — มั่นคง เป๊ะ ไร้การเพ้อฝัน!

    แผนการส่ง Taikonauts เหยียบดวงจันทร์ของจีน ไม่ได้อาศัยการเสี่ยงโชค แต่ตั้งอยู่บนรากฐานวิศวกรรมที่ทดสอบแล้วอย่างแม่นยำ:

    -สูตร 2 จรวด 1 ลงจอด: ใช้จรวด Long March 10 จำนวน 2 ลำ ยิงแยกกัน ลำหนึ่งบรรทุกยานพาหนะบรรจุมนุษย์ Mengzhou (梦舟) อีกลำบรรทุกยานลงจอด Lanyue (揽月) เพื่อไปนัดพบและเทียบยาน (Rendezvous & Docking) ในวงโคจรดวงจันทร์ ก่อนส่ง Taikonauts 2 คนลงสู่พื้นผิว

    -เทคโนโลยีระดับฐานราก: จรวด Long March 10 แม้จะเป็นรุ่นใหม่ที่จะทดสอบบินปี 2027 แต่ใช้แกนหลัก (Core Stage) เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ซึ่งพัฒนาและใช้จนชำนาญการแล้วใน Long March 5 พร้อมเครื่องยนต์แรงดันยกตัวสูงถึง 3,000 ตัน ต่างจากแนวทางสหรัฐฯ ที่ยังเสี่ยงโชคกับเทคโนโลยีลอยฟ้า

    -ก้าวที่มั่นคงในปี 2026: ต้นปีที่ผ่านมา จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบการบินระดับต่ำของระบบ Long March 10 รวมถึงการทดสอบระบบสลัดหนีฉุกเฉิน (Max-Q Abort Test) ของยาน Mengzhou เรียบร้อยแล้ว

    2. ศึก Artemis ของสหรัฐฯ: "พึ่งยาน Starship สภาพป่วย" เลื่อนแล้วเลื่อนอีก!

    ในทางกลับกัน สหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในสภาวะ "ลนลานเพราะตารางเวลา" หลังจากที่ดันทุรังประกาศจะเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ในปี 2025 เพื่อเกทับจีน จนสุดท้ายต้องยอมรับความจริงลากยาวไปปี 2027 และล่าสุดต้องโยกภารกิจเหยียบพื้นผิวไปใส่ใน Artemis 4 ปี 2028!

    1. ฝากชีวิตไว้กับ SpaceX Starship: ยานลงจอดดวงจันทร์ของ NASA พึ่งพา #Starship ของ อีลอน มัสก์ ที่แม้จะเร่งทดสอบถี่ แต่ความน่าเชื่อถือยังอยู่ในระดับ "วิ่งมาราธอนทั้งที่ป่วย" (การทดสอบครั้งที่ 14 ในเดือนกันยายน 2026 เครื่องยนต์ยังดับกะทันหันเกือบเข้าวงโคจรไม่ได้)

    2. คอขวดเติมเชื้อเพลิงเย็น: Starship ต้องอาศัยการเติมเชื้อเพลิงแช่เย็น (Cryogenic Fuel) กลางวงโคจร ซึ่งปัจจุบัน "ยังไม่เคยมีการสาธิตความสำเร็จกลางอวกาศแม้แต่ครั้งเดียว" จน NASA ประเมินว่าโครงการล่าช้าไปแล้วกว่า 24 เดือนและไม่มีระยะเวลาสำรอง (Buffer) เหลืออีกแล้ว!

    3. จิตวิทยาแห่งชัยชนะ: จีนวิ่งตามแผนตัวเอง... สหรัฐฯ วิ่งไล่ตามเงาจีน!

    ความแตกต่างทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ สะท้อนผ่านแนวคิดในการพุ่งเป้าสู่ดวงจันทร์อย่างชัดเจน:

    สหรัฐฯ เสพติด "หน้าตาและศักดิ์ศรี": สหรัฐฯ ต้องการปักป้ายเพื่อยึดน้ำแข็งขั้วโลกใต้ดวงจันทร์และทรัพยากร ฮีเลียม-3 (Helium-3) ก่อนปักกิ่ง แต่แรงขับเคลื่อนหลักกลับกลายเป็นการ "กลัวเสียตำแหน่งผู้นำอวกาศ" หากจีนชิงเหยียบก่อนสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะ "ช็อกโลก" ยิ่งกว่ายุคสปุตนิก!

    จีนยึดหลัก "ความจริงเป็นหลัก": จีนไม่ได้เอาตารางเวลาของตนไปผูกกับสหรัฐฯ จีนไม่ได้สนว่าใครจะเหยียบก่อนหรือหลังกี่เดือน แต่จีนกำลังวิ่งในลู่ของตัวเองอย่างเป็นระบบ หากสหรัฐฯ เหยียบก่อน คนจีนก็ไม่ได้รู้สึกพ่ายแพ้เพราะอเมริการำไปไกลตั้งแต่ Apollo 11... แต่ถ้าจีนเหยียบได้ก่อน หรือเหยียบในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือฉากอวสานความเชื่อเรื่อง "สหรัฐฯ ผูกขาดอวกาศ" อย่างสิ้นเชิง!

    เกมยาวของมังกรอวกาศ... บีบพญาอินทรีลนลานเสียทรง!
    ไม่ว่าใครจะแตะพื้นผิวดวงจันทร์ก่อนกันเพียงไม่กี่เดือน แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ชัดแล้วในขณะนี้คือ "ความมั่นคงทางวิศวกรรมของจีน กำลังบีบให้อเมริกันต้องวิ่งขาขวิดอย่างเสียทรง"
    การที่ผู้นำ NASA ต้องออกมาสบถกังวลเรื่องการโดนไล่ออก สะท้อนว่าวอชิงตันกำลังเพลี่ยงพล้ำในเกมจิตวิทยา... เพราะในขณะที่สหรัฐฯ มัวแต่มองเหลียวหลังด้วยความระแวง ทีม Taikonauts ของมังกรจีนกำลังก้าวเดินอย่างเงียบเชียบและมั่นคง สู่เป้าหมายดวงจันทร์ปี 2030 อย่างไร้แรงสั่นคลอน!

    #ChinaFocus #สงครามอวกาศ #นักบินอวกาศ

    https://www.facebook.com/share/p/1Dhsv1JPBZ/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกฯ อังกฤษลั่นพร้อม 'ขอโทษ' คดีค้าทาสประวัติศาสตร์ แต่จะไม่จ่ายเงินเยียวยาแคริบเบียน!

    กลายเป็นประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ประวัติศาสตร์ที่ร้อนระอุรับการประชุมสุดยอดผู้นำเครือจักรภพ (CHOGM) ณ ประเทศแอนติเกาและบาร์บูดา! เมื่อ แอนดี เบอร์นัม (Andy Burnham) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเขียนบทความลงสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The Guardian แสดงความพร้อมที่จะ "เอ่ยคำขอโทษอย่างเป็นทางการ" ต่อบทบาทของ #สหราชอาณาจักร ในประวัติศาสตร์การ #ค้าทาส ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งถือเป็นท่าทีที่ก้าวล่วงเกินขอบเขตนายกรัฐมนตรีอังกฤษทุกคนในอดีต

    กระนั้นก็ตาม สัจธรรมทางการเมืองของลอนดอนก็เผยโฉมทันที เมื่อเบอร์นัมลากเส้นแบ่งอย่างเด็ดขาดว่า "พร้อมจับมือเจรจาขอโทษ แต่จะไม่มีการจ่ายเงินชดเชยทางเศรษฐกิจ (Reparations) แม้แต่ปอนด์เดียว!" พร้อมผลักภาระไปให้โครงสร้างการปรับโครงสร้างหนี้ในอนาคตแทน ท่ามกลางเสียงโต้กลับอย่างดุดันจากกลุ่มประเทศแคริบเบียนว่า "แค่คำขอโทษ... ไม่พอ!"

    1. ยุทธศาสตร์ "คำหวานไร้เงินสด": ขอโทษได้ แต่ไม่จ่าย!

    การเคลื่อนไหวของผู้นำอังกฤษก่อนออกเดินทางสู่ภูมิภาคแคริบเบียน สะท้อนแทกติกทางการเมืองที่พยายามหาจุดสมดุลระหว่าง "ภาพลักษณ์ผู้นำจริยธรรม" กับ "ความคุ้มครองกระเป๋าเงินตังค์ของคนรุ่นปัจจุบัน":

    -อ้างความกล้าหาญในอดีต: เบอร์นัมระบุว่า อังกฤษเคยเป็นชาติผู้นำในการยกเลิกระบบทาส และวันนี้ควรแสดงความเป็นผู้นำอีกครั้งด้วยการเปิดประตูเจรจากับประเทศที่ได้รับผลกระทบ รวมถึง #องค์กรสิทธิมนุษยชน

    -ล็อกสเปก "คนปัจจุบันไม่ต้องจ่าย": แม้จะยอมรับว่าบาดแผลการค้าทาสยังคงส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบัน แต่รัฐบาลอังกฤษยังคงจุดยืนแข็งกร้าวตามรอยอดีตผู้นำทุกคนว่า "ชาวอังกฤษในปัจจุบัน ไม่สมควรต้องมารับผิดชอบทางการเงินต่อเรื่องราวในประวัติศาสตร์"

    -ส่งเหยื่อล่อ "ปรับโครงสร้างหนี้": เพื่อเบี่ยงเบนแรงกดดันเรื่องเงินชดเชย อังกฤษเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับประเทศยากจนในเครือจักรภพ โดยดึงตัวอดีตนายกรัฐมนตรี กอร์ดอน บราวน์ (Gordon Brown) มาเป็นหัวเรือใหญ่ เพื่อดึงสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง #IMF เข้ามาร่วมขยายระยะเวลาและลดดอกเบี้ยกู้ยืม

    2. กลุ่มแคริบเบียนสวนทันควัน: "ขอบคุณที่สำนึก... แต่ปฏิเสธการจ่ายเงินคือเรื่องรับไม่ได้!"

    ปฏิกิริยาจากฝั่งกลุ่มประเทศแคริบเบียน (CARICOM) เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ยินยอมต่อแทกติก "ขอโทษเพียงลมปาก" ของลอนดอน:

    -ยินดีแต่ไม่ยอมจบ: ดอบเบรน โอมาเด (Dobraun O'Marde) ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการชดเชยแห่งแอนติเกาและบาร์บูดา ออกมาชี้ว่า แม้การแสดงความเสียใจจะเป็นก้าวที่ดีตามหลักมนุษยธรรม แต่ "การตัดเรื่องการชดเชยทางการเงินออกจากโต๊ะเจรจา เป็นสิ่งที่พวกเราปฏิเสธที่จะยอมรับ"

    -คำขอโทษคือข้อ 1 จาก 10: ราล์ฟ กอนซัลเวส (Ralph Gonsalves) อดีตนายกรัฐมนตรีเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ยืนยันชัดเจนว่า การขอโทษเป็นเพียงข้อแรกใน "แผนชดเชย 10 ข้อ" ของแคริบเบียน พร้อมตอกกลับเน้นๆ ว่า "แม้มันจำเป็นต้องมี... แต่ลำพังแค่คำขอโทษมันไม่เคยเพียงพอต่อความเสียหายเชิงโครงสร้างที่ทิ้งไว้!"

    ละครการทูต "เครือจักรภพ" กับการแบกตอมรดกจักรวรรดินิยม
    การประชุมสุดยอด CHOGM ในครั้งนี้ กำลังกลายเป็นสมรภูมิแฉความย้อนแย้งของจักรวรรดิเก่า ท่าทีของแอนดี เบอร์นัม คือการพยายามใช้ "วาทศิลป์ทางการทูต" เพื่อล้างบาปทางประวัติศาสตร์โดยไม่ต้องเสียเงินทุนจริงในคลัง
    ตราบใดที่ลอนดอนยังมองว่าความเสียหายจากการค้าทาสเป็นเพียง "เรื่องเล่าในอดีต" แต่กลุ่มประเทศแคริบเบียนมองว่ามันคือ "แผลเป็นทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาจนถึงปัจจุบัน"... ฉากการขอโทษอย่างเป็นทางการ จึงเป็นได้เพียงแค่การเล่นละครการทูตหน้าฉาก ที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมแท้จริงรองรับ!

    #ChinaFocus #ประวัติศาสตร์ #การล่าอาณานิคม
    https://www.facebook.com/share/p/1A78UNApy6/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,875
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Don Bacon สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐพรรครีพับลิกัน ที่กำลังจะหมดวาระลง ระบุว่าหากการเลือกตั้งกลางเทอมพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างยับเยิน Donald Trump ควรแสดงความรับผิดชอบสูงสุดโดยการลาออกจากผู้นำพรรครีพับลิกัน ในขณะที่ Don Bacon ซึ่งมีภูมิหลังเป็นอดีตนายพลของกองทัพอากาศและดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ปี 2017 ยังวิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของ Trump ว่า เป็นภาษีที่เก็บจากผู้บริโภค และมาตรการทางภาษีก็ทำให้พระปีพระปริกัลตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและมองว่าภักดีพระบัควรกลับไปสู่ยุค Milton Friedman ไม่ก็ Eisenhower-Reagan และ Bacon เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน 6 คนที่ลงคะแนนเสียงในเดือนกุมภาพันธ์เพื่อยกเลิกภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีที่เรียกเก็บจากแคนาดา ไม่นานหลังจากนั้น ศาลฎีกาตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจบริหารเกินขอบเขตในการเรียกเก็บภาษีครั้งใหญ่ในกฎหมาย IEEPA

    ในขณะเดียวกัน Don Bacon เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครีพับลิกันที่อาจพิจารณาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028 เช่นกันแม้ว่าจะยังไม่ได้รับคะแนนความนิยมภายในพรรค 

    https://www.facebook.com/share/p/1DtRPBTmVS/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...