คลังเรื่องเด่น
-
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
จะไม่รับความโกรธแค้น ไม่ส่งต่อความเกลียดชัง
=AZVf1VfDiN9otwBjYa2_PlF48f0a8jVsMeEBsPHpgJc8EX4Dv3upT7Ua7V0RgIqxou0WmWZI40xdRIJfrzhCUWdvWDAFC_rGUkab5L6UeiUNVb2t4Pgu6o_ws4xQe-nWV2IPucE9mQggIKMs6bfdOpkd1axrXi5VBXL6DBL2g0oVRGd4uf4NhsYe9hKl990gKyQ&__tn__=EH-R']
..... " จะไม่รับความโกรธแค้น ไม่ส่งต่อความเกลียดชัง "..
คนเราทุกข์เพราะความคิด ที่เกิดการจากพฤติกรรม ที่แสดงออกมา ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายเราเรียกสิ่งนี้ว่าการ สืบต่อ แห่งกรรม สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงก่อเกิดเป็นความเคยชิน ต่อภพชาติไม่มีที่สิ้นสุด พฤติกรรมหรือกรรมที่เกิด ณ ปัจจุบันจึงเกิดจากความเคยชินที่สืบต่อมาจากอดีตศาสตร์แห่งหลวงปู่ หลวงตาคือการเปลี่ยนความเคยชิน เปลี่ยนความเคยชินที่ไม่ดีสร้างความเคยชินที่ดีเพื่อสืบต่อพลังงานไปในทางที่ดี วิธีการง่ายที่สุดคือการสวดมนต์เพื่อเปลี่ยนกระแสนั้นเอง...... ติดตามหลวงตามานานสิ่งที่สังเกตเห็นตลอดคือ การคลายกับการตัดกระแส ในแต่ละวันจะมีคนมาเล่าเรื่องให้หลวงตาฟังมากมายทั้งเรื่องดีและไม่ดีเรื่องที่ดีหลวงตาก็จะโมทนาพูดสั้นๆว่า สาธุ ...เรื่องที่ไม่ดีจะพยายามละไม่สนทนาต่อ แต่จะพูดให้ฟังเสมอว่า... -
ปกิณกธรรมก่อนทำวัตรค่ำ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕
ปกิณกธรรมก่อนทำวัตรค่ำ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
ฝึกเอาชนะ นิวรณ์ ๕
ฝึกเอาชนะ นิวรณ์ ๕ -
ปกิณกธรรมก่อนทำวัตรค่ำ วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๕
ปกิณกธรรมก่อนทำวัตรค่ำ วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
หลวงตาแนะนำเทคนิคขอพรกับพระโพธิสัตว์
หลวงตาแนะนำเทคนิคขอพรกับพระโพธิสัตว์ -
การปฏิบัติของพวกเรานั้น ต้องการกำลังใจที่เข้มแข็ง จริงจัง สม่ำเสมอ บากบั่น พากเพียร ไม่ท้อถอย
การปฏิบัติของพวกเรานั้น กำลังใจของเรายินดี บากบั่น พากเพียรโดยสม่ำเสมอหรือไม่ ? หรือว่าเป็นแบบไฟไหม้ฟาง พอมีสิ่งมากระตุ้นเร้าก็ปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง พ้นจากนั้นก็ดับหายไป ถ้าเป็นอย่างนี้โอกาสที่จะลงอบายภูมิก็มีสูงมาก การปฏิบัติของพวกเรานั้น ต้องการกำลังใจที่เข้มแข็ง จริงจัง สม่ำเสมอ บากบั่น พากเพียร ไม่ท้อถอย
องค์สมเด็จพ่อของพวกเราทรงสร้างบารมีมา เริ่มตั้งแต่คิดจะเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ ๗ อสงไขย พูดว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าอีก ๙ อสงไขย แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าอีก ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป
พระองค์ท่านกล่าวไว้ว่า ตลอดระยะเวลาการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารซึ่งยาวไกลมองต้นมองปลายไม่เห็นนั้น คำว่าท้อนั้นแม้แต่นิดเดียวไม่เคยปรากฏขึ้นในพระทัยเลย แล้วเราเองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส เป็นลูกของพระพุทธเจ้า เราเอากำลังใจสักส่วนเสี้ยวของพระองค์ท่านมาใช้หรือไม่ ?
ไม่ใช่เจออุปสรรคหน่อยก็ท้อถอย จิตใจฟุ้งซ่านสมาธิตกหน่อย ก็ไม่อยากจะปฏิบัติอีกแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่น่าจะใช่ลูกพระ แต่น่าจะเป็นลูกกิเลส...!
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เทศน์ช่วงทำกรรมฐาน ณ บ้านอนุสาวรีย์
วันจันทร์ที่ ๗... -
วิธีฝึกจับกสิณด้วยรูปของพระพุทธเจ้า/พระราชพรหมยาน( หลวงพ่อฤาษีฯ )วัดท่าซุง
วิธีฝึกจับกสิณด้วยรูปของพระพุทธเจ้า
ธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
"ความคิดสำคัญ แต่สติสำคัญที่สุด" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"ความคิดสำคัญ แต่สติสำคัญที่สุด"
" .. "ความคิดสำคัญนัก แต่สติก็สำคัญที่สุด" เพราะต้องมีสติจึงจะรู้ทันความคิดของตนว่าเป็นไปอย่างไร คิดปรุงแต่งไปให้ความโลภเกิด หรือให้ความโกรธเกิด หรือให้ความหลงเกิด "สติจะทำให้รู้ได้ถึงความคิดดังกล่าว" ไม่มีสติจะทำให้ไม่รู้
ดังนั้นพึง "อย่าลืมว่าสติสำคัญ พึงรักษาสติไว้ให้มั่น" และวิธีรักษาสติที่ง่ายประการหนึ่ง "ก็คือให้หาหลักผูกสติไว้" อย่าให้หลุดลอยเลื่อนไหลไปตามสบาย หลักสำคัญที่สุดเป็นหลักแห่งมหามงคลที่แท้จริง "คือหลักพระพุทโธ"
นั่นคือ พยายามให้ใจ คือให้สตินั่นเอง "ติดอยู่กับหลักพระพุทโธ คือท่องพุทโธไว้ให้ทุกเวลานาที" ที่ไม่วุ่นวายหนักหนาอยู่ด้วยธุรกิจการงานที่ต้องใช้ความคิด ใช้สมอง "นั่นแหละคือการฝึกสติ" หรือฝึกใจให้อยู่กับที่
"อยู่กับหลักพระพุทโธ ทำไปเถิด สติจะมั่นคงขึ้นเป็นลำดับ" การรู้ทันความคิดจะเกิดตามมาพร้อมกัน เป็นคุณสำคัญแก่ชีวิตอย่างแท้จริง .. "
"แสงส่องใจ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๕"
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวขิรญาณสังวร -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
"ปฏิบัติธรรมกับหลวงตาฯ" (หลวงปู่ลี กุสลธโร)
.
"ปฏิบัติธรรมกับหลวงตาฯ"
.. ฝึกหัดครั้งแรกกับพ่อแม่ครูจารย์ ..
" .. ท่านถามว่า "ท่านลีนั่งสมาธิตลอดทั้งคืนจนสว่างได้อยู่หรือ" ไม่รู้จะอธิบายกับท่านว่าอย่างไร จึงตอบท่านว่า "ตัวของผมไม่รู้สึกตัว เพียงรู้สึกว่า ตัวเองนั่งอยู่ แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองนอนตอนไหน" ท่านหัวเราะ จึงกล่าวว่า "ไป ๆ นั่งสมาธิอยู่บนก้อนหินก้อนนั้น ถ้าไม่มีสติขนาดนั้นให้มันตกลงมาตายเลย"
พอได้ฟังท่าน คิดว่า "ท่านยังพูดได้ แล้วเราจะทำไม่ได้หรือ" ใจมันค้านกันอยู่ โอ้ย! มันจะเผลอสติได้หรือ "มันกลัวตาย สู้อยู่อย่างนั้นแหละ" ดัดมันอยู่อย่างนั้น .. "
"ธรรมลี เศรษฐีธรรม"
หลวงปู่ลี กุสลธโร -
สมาธิเป็นของดี ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น / พระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
สมาธิเป็นของดี
ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท การที่เจริญพระกรรมฐานก็จงอย่ามุ่งสร้างแต่ฌานสมาบัติเฉยๆ ถ้าเรามุ่งเราไปไม่ถึงไหน เพราะเราหลงตัวสมาธิเกินไป =AZV1jBr6_IaLcX7jVdUrkb5CC9QjXYndX1M2WGHhzkbEtCCqiPFWJ7tKei-isgIRhMxCKEYeGB_3pZxFhCCGy2Xc9vlxF8MHbnBDlxfmaXJAWGcyp3enWnFf5YyuYu2aXtHzqyite__H8GK5MChylw6KgzUHcJicivgcqXghrD9FZh8PdfxCATzDtwos_LVgtWE&__tn__=*NK-R']#ความจริงสมาธิเป็นของดี ถ้ารู้จักใช้สมาธิให้เป็นประโยชน์มันจะมีประโยชน์มากกว่า จะเห็นว่าบางท่านเคยเจริญพระกรรมฐานทำสมาธิแนบแน่น บางที่วันหนึ่งว่ากันหลายเที่ยวหลายรอบนั่งนิ่งไม่พูดกับใคร แต่ว่าสมาธิถอนตัวเมื่อไรด่าเมื่อนั้น อันนี้ไม่ถูก
=AZV1jBr6_IaLcX7jVdUrkb5CC9QjXYndX1M2WGHhzkbEtCCqiPFWJ7tKei-isgIRhMxCKEYeGB_3pZxFhCCGy2Xc9vlxF8MHbnBDlxfmaXJAWGcyp3enWnFf5YyuYu2aXtHzqyite__H8GK5MChylw6KgzUHcJicivgcqXghrD9FZh8PdfxCATzDtwos_LVgtWE&__tn__=*NK-R']#สมาธินี่เป็นของดีเพื่อทำจิตให้ทรงตัว... -
"สติเป็นแก่นธรรม" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
.
"สติเป็นแก่นธรรม"
" .. กุศลธรรมทั้งหลาย คุณงามความดีทั้งหลาย "จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลอยู่กับสติแล้ว" บุญกุศล เค้ามูลกุศลทั้งหลาย มาสโมสรรวมอยู่ในสติ "สติเป็นใหญ่" เพราะเหตุนั้น ครั้นรู้อย่างนี้แล้วว่า "สติเป็นแก่นธรรม แก่นธรรมก็แม่น" อันนี้อยู่สำหรับทุกคนทีเดียว ทุกขณะมีอยู่ทุกคน
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ของจริง ผู้จะรู้เท่าตามจริงทั้งหลายทั้งปวง มีอยู่ทุกรูปทุกนาม แต่อาศัยว่าเราหลง "จิตของเราเปรียบเหมือนเด็กอ่อน" อ่อนแออยู่ เพราะเหตุนั้นแหละ "สติเปรียบเหมือนพี่เลี้ยง" ก็เจ้าของนั่นแหละจิต นั่นแหละ พอมันระลึกขึ้นก็แม่นสติแล้ว "สตินั่นอบรมจิต" ครั้นอบรมจนมันรู้เท่าตามความเป็นจริงแล้ว มันจึงหายความหลง
สติเป็นเครื่องตี คือตีสนิมของมัน "เปรียบดวงจิตเรียกว่าความหลง" เรียกว่าอวิชชา "จิตนั่นแหละตัวอวิชชา" มันหลงเรียกอวิชชา จิตมันหลง "ขี้สนิมมันก็อยู่กับอวิชชา มันหลงนั่นแหละ" ขี้สนิมโอบมัน ความหลงนั่นแหละ .. "
"อนาลโยวาทะ" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
โดย นพ. อวย – ม.ร.ว. ส่งศรี เกตุสิงห์ -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
ภาวนาคาถามุ่งเน้นที่ความสงบของใจเป็นสำคัญ
ถาม : ภาวนาคาถาเงินล้านไปแล้วไม่เห็นถูกรางวัลเสียที ?
ตอบ : ก็เพราะเราไปอยากได้ ใจของเราจะต้องมั่น ต้องไม่อยาก ถ้าใจมั่น อะไรก็ได้หมด คราวนี้พอไปอยากแล้วก็ฟุ้งซ่าน ใจไม่มั่นคงแล้ว คราวนี้รางวัลอะไรก็ไม่เหลือแล้ว ไปเริ่มต้นภาวนาใหม่
เรื่องของความดีที่เราทำ ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะถูกหวยรวยเบอร์ ที่ดีที่สุดคือใจของเราอยู่กับปัจจุบัน ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ไป รัก โลภ โกรธ หลง ในเมื่อไม่ไป รัก โลภ โกรธ หลง ใจเราสะอาด ใจเราสบาย ตายก็ไปดี ตรงนั้นยิ่งกว่าถูกหวยอีก แต่คราวนี้ถูกหวยรวยเบอร์อะไรนั่นเป็นของแถมมา ได้ก็เอา ไม่ได้ก็ช่างมัน
.....................................
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com -
"คนแปลกประหลาด มีปากเป็นขวาน" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)
.
"คนแปลกประหลาด มีปากเป็นขวาน"
" .. เมืองหนึ่งมี "คนแปลกประหลาด คือมีปากเป็นขวาน" เมื่อไม่ชอบผู้ใด "ก็ใช้ขวานที่ปากฟันผู้นั้น" แต่ก็มีข้อแปลกประหลาดคือ "ฟันไม่ถูกที่ร่างกาย แต่ไปถูกที่จิตใจที่ทำให้เจ็บยิ่งกว่าร่างกาย" คนที่ถูกฟันก็มีขวานที่ปากอีกเหมือนกัน "ก็ฟันตอบเข้าบ้างและก็ถูกที่ใจอีกเหมือนกัน"
เมื่อใช้ปากขวานฟันกันไปฟันกันมา "ก็มีคนมารุมดูกันมากมาย สนับสนุนข้างโน้นบ้างข้างนี้บ้าง บางที่ก็เข้าช่วยตะลุมบอนกันเป็นสองฝ่าย" เพราะต่างฝ่ายก็มีปากเป็นขวานอยู่ด้วยกันและมีแปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่ง คือ "นอกจากเป็นขวานที่ฟันไม่ถูกร่างกายของใครถูกแต่ใจแล้ว ยังเป็นขวานที่เมื่อเหวี่ยงออกไปที่ใครอื่นแล้ว ยังหมุนมาถูกตัวเจ้าของขวานเองอีกด้วย" บางคราวมีผู้วิเศษมาเป่ามนต์ลงไปว่า "น้ำลม ลมน้ำ อำนาจมนต์ทำให้ขวานหลุดจากปาก" หมดอำนาจที่จะฟาดฟันกันต่อไป
เมืองที่มีคนปากขวานแปลกประหลาดนี้ สมมุติขึ้นตามพระพุทธภาษิตในพระสูตรหนึ่งที่ว่า "ขวานเกิดที่ปากของคน" ผู้เกิดมาแล้ว เป็นเครื่องตัดตนเองของคนโฉดผู้ชั่วร้าย "ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรติเตียน หรือติเตียนผู้ที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้นย่อมก่อโทษขึ้นด้วยปาก"... -
... "ไม่ประมาท ด้วย สติ" ... (ป.อ. ปยุตโต)
"... พระพุทธเจ้าต้องการให้เราพัฒนาตนให้ไม่ประมาทด้วยสติปัญญา คือ โดยที่มีสติตามระลึกเท่าทัน ตื่นตัวต่อเหตุการณ์ มีอะไรเกิดขึ้นเป็นไปที่จะมีผลกระทบต่อชีวิต ต่อสังคม ต่อพระศาสนา ก็ไม่นิ่งเฉยชา ไม่ปล่อยปละละเลย แต่จับเอามาตรวจมาดูว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วจะมีผลดี หรือผลร้าย ถ้าจะเป็นผลเสีย จะก่อให้เกิดความเสื่อม ก็รีบแก้ไขป้องกัน อันไหนจะทำให้เกิดความเจริญ ก็รีบจัดรีบทำ
สติทำหน้าที่คอยระลึก คอยนึก คอยจับเอามาดูอยู่เรื่อย ปัญญาก็พิจารณา วิเคราะห์เรื่องราว และสืบสาวเหตุปัจจัย หาเหตุหาผล แล้วก็ทำไปตามเหตุปัจจัยนั้น โดยไม่ต้องรอให้มีทุกข์มาบีบคั้นหรือภัยคุกคาม ถ้าเราอยู่ได้อย่างนี้ เรียกว่าอยู่ด้วยความไม่ประมาท คือไม่ต้องรอให้ถูกบีบคั้นภัยคุกคามจึงมาเร่ง..."
จากธรรมนิพนธ์และธรรมะบรรยายของ
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
วัดญาณเวศกวัน อ. สามพราน จ. นครปฐม
Credit: ขอขอบพระคุณที่มาจากการคัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากหน้าที่ ๔๗ ของหนังสือ "ทุกข์ให้เห็น สุขให้เป็น" รวมสาระธรรมคำสอนที่เผยแพร่ทาง Website วัดญาณเวศกวัน... -
ฝึกแบบไหนดี ? / พระมหาวรพรต
ฝึกแบบไหนดี ? -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
การเสพเสวยสิ่งต่าง ๆ ทำให้เราสูญเสียกำลังในการตัดกิเลส
อย่าลืมว่ากำลังของ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เรากระทำอยู่ทุกวันนี้ เราจะต้องสั่งสมไปจนถึงระดับที่กดทับกิเลสเอาไว้ได้ แล้วหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ กำจัดกิเลสออกไปจากใจของเรา
การที่เราไปเสพเสวยสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย แล้วปล่อยให้ตรงเข้าสู่ใจของเราได้นั้น ก็แปลว่าเราสูญเสียกำลังที่สะสมเอาไว้ต่อสู้กิเลส เท่านั้นยังไม่พอ ยังปล่อยให้กองทัพกิเลสบุกเข้าไปยึดจิตยึดใจของเราได้เสียอีก..!
จึงเป็นเรื่องที่เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง ว่าการปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา ของเรานั้น มีความมั่นคงเพียงพอที่จะระงับยับยั้ง ไม่ให้รั่วออกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ได้หรือไม่ ? ระมัดระวังให้สิ่งไม่ดีเข้ามาสู่ใจของเราได้หรือไม่ ?
ถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ต้องเร่งรัดการปฏิบัติของเราให้หนักยิ่ง ๆ ขึ้น ถ้าสามารถทำได้ ก็ต้องระมัดระวังไว้ อย่าให้เราพลาด แล้วรักษากำลังใจของเราให้เพียงพอ จนกระทั่งสามารถตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน เข้าสู่พระนิพพานได้ตามที่ปรารถนาเอาไว้
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=9010... -
ภาพบรรยากาศการเดินทาง "ลาวเหนือเมื่อใกล้หนาว"
วันจันทร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๐๖.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน รองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ (๒) ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ พร้อมด้วยคณะเตรียมตัวเดินทางไปยังจังหวัดอุดรธานี ณ สนามบินนานาชาติดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
ตีห้ามารอคณะที่สนามบินดอนเมือง
คุณจิน เจ้าหน้าที่จาก NC Tour มาคอยให้บริการ
เช็คอินแบบสุ่ม..เลือกที่นั่งไม่ได้
โหลดกระเป๋าแล้วมาถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน
คุณเอ ผู้บริหาร NC Tour มาส่ง ทั้งที่เพิ่งกลับถึงกรุงเทพฯ ตอนตีสาม
ตีห้าครึ่ง ได้อรุณของประเทศพม่าพอดี เขานิมนต์ฉันเช้าก่อนขึ้นเครื่อง
ก๋วยจั๊บชามเกือบเท่ากะละมัง..!
เรียบวุธ..สรุปว่าอร่อยหรือกินเกลี้ยงตามความเคยชินก็ไม่รู้ ?
หกโมงเช้า ผ่านเครื่องเอกซเรย์แบบไร้ปัญหา
รอขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลข ๓๒ ไปลงอุดรธานี
เดินทางกับ "นกเวหา" ลำนี้
ที่นั่งริมหน้าต่างจะเหมาะกับพระที่สุด
เมฆนุ่ม ๆ บนฟ้า
ถึงสนามบินนานาชาติอุดรธานีก่อนเวลา ๑๐ นาที... -
"จะตัดบาปตัดกรรม ต้องทำจิตให้สงบ" (หลวงปู่ฝั้น อาจาโร)
.
"จะตัดบาปตัดกรรม ต้องทำจิตให้สงบ"
" .. ทำจิตให้สบาย "อยากสุขอยากสบายอย่าสำคัญมั่นหมาย" ต้องการหายโรคหายภัยก็อธิษฐานเอา ตั้งสัจจะบารมีของเรา "นี่แหละจะตัดบาปตัดกรรม ไม่มีวิธีอื่น เราต้องทำจิตให้สงบ" ถ้าจิตเราไม่สงบแล้ว มันก็ไปก่อกรรมก่อภัยก่อเวร
"พอจิตเราสงบแล้วมันก็ไม่มีกรรม" ความชั่วทั้งหลายไม่มี มีแต่ความสุข ความสบาย เราต้องการความสุขความสบายจะไปหากับทรัพย์สมบัติไม่มีหรอก "มีแต่ที่ใจเราสงบ" พอใจเราสงบแล้วมันได้รับความสุขความสบาย "ก็หายโรคหายภัยหายกิเลสจัญไรหมดน่ะซี่" เคราะห์ทั้งหลายมันก็หายหมด .. "
"พิจารณากาย พิจารณาใจ"
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
."ความวู่วามโผงผาง" (หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต)
.
"ความวู่วามโผงผาง"
.. วันหนึ่งหลวงปู่หล้าได้วิสัชนาขึ้นว่า ..
" .. อารมณ์วู่วามนั้น "หากบุคคลใดรู้ตัวก็ต้องถือว่าเป็นคนมีปัญญาแล้ว" และหากถ้ามันเห็นว่าไม่มีประโยชน์มันก็จะวางไปเอง แต่ถ้าหากเห็นว่ามีประโยชน์มันก็วางไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มันจะถึงกับฆ่าหรือตีเขาหรือไม่ ข้อนี้ก็เป็นส่วนที่จะต้องรู้อีก "ถ้ามันหมายจะฆ่าจะตีเขาก็ส่อแสดงให้เห็นว่ามันยังมีกิเลสมากอยู่" เรื่องนี้เราต้องพิจารณา
ใคร ๆ ในโลกนี้ก็เหมือนกัน "ถ้าหากเห็นว่าโลภ โกรธ หลง มันเป็นของอร่อยอยู่ มันก็ลดละไม่ได้" มันต้องไปสังเวยเป็นอาหารของกิเลสต่อไป "เรื่องความวู่วามโผงผางนี้" พระบรมศาสดากล่าวว่า เป็นตามนิสัยก็มี ..
- เพราะบางคนอุปมาเหมือน "น้ำใสกลางขุ่นขอบ" คือมารยาทไม่งามพูดจาโผงผาง แต่จิตใจเป็นธรรมอยู่
- บางคนเหมือน "น้ำใสทั้งขอบทั้งกลาง" หมายความว่าจิตใจก็เป็นธรรม มารยาทก็เป็นธรรม
- ส่วนบางคนที่เหมือน "น้ำขุ่นทั้งกลางทั้งขอบ" ก็หมายความว่าจิตใจก็ไม่เป็นธรรม คำพูดก็ไม่เป็นธรรม
เรื่องของธรรมะของพระพุทธศาสนา ความจริงแล้วเราควรจะต้องปฏิบัติให้ควบคู่กับอารมณ์ของเราไป ดีกว่าที่จะปล่อยให้อารมณ์ไหวไปทางอื่น ยกอุทาหรณ์... -
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ -
หลวงตาเล่าเรื่องภพภูมิเทวดาถึงพระนิพพาน
หลวงตาเล่าเรื่องภพภูมิเทวดาถึงพระนิพพาน
หน้า 87 ของ 440